วันนี้คุยเรื่องเบาๆ ประเพณีและวัฒนธรรมของคนอเมริกัน (นอกเหนือจากการเลือกตั้ง 555) วันพุธ 25 ก.พ. นี้ เป็นวัน “แอ๊ช เว๊นส์เดย์” (Ash Wednesday) เป็นวันทางศาสนาของชาวคริสเตียน (แอ๊ช = ขี้เถ้า วันแอ๊ช เว๊นส์เดย์” คือ“วันรับเถ้า” ซึ่งจะตรงกับวันพุธ) เป็นวันแรกของการถือศีล คล้ายวันเริ่มเข้าพรรษา เรียกเข้าช่วง “เล๊นท์” (Lent) รวมทั้งหมด 46 วัน เริ่ม 26 ก.พ. ถึงวัน “อีสเต้อร์” (Easter) 12 เมษา วัน “อีสเต้อร์” ถือเป็นวันออกศีล

ความเป็นมาทางศาสนา

ตามพระคัมภีร์ พระเยซูเริ่มอดอาหารตรงกับวันพุธเพื่อปฏิบัติธรรม ท่านเดินเท้าข้ามทะเลทรายผ่านความธุรกันดารเป็นเวลา 40 วันมาถึงเมืองเยรูซาเล็ม (Jerusalem) ในประเทศอิสราเอลปัจจุบัน ซึ่งวันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ เมื่อพระเยซูเดินทางมาถึงมีผู้คนที่ศรัทธารอรับท่านอยู่ที่ประตูเมือง พวกเขาได้โปรยใบปาล์มลงบนพื้น เพื่อให้ท่านเดินบนใบปาล์ม วันนั้นเรียกวัน “ปาล์ม ซันเดย์” (Palm Sunday) มีสาวกผู้หนึ่งที่ทรยศต่อพระเยซูแอบไปแจ้งทหารโรมันว่า พระเยซูประกาศตนเป็นบุตรพระเจ้า เมื่อกษัตริย์โรมันรู้เข้า ท่านได้สั่งทหารให้ฆ่าพระเยซู โดยจับพระเยซูตรึงไม้กางเขน วันนั้นตรงกับวันศุกร์ เป็นวันที่พระเยซูสิ้นชีวิตเรียกวันนั้นว่า “กู๊ด ฟรายเดย์” (Good Friday) สองวันต่อมา ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ เมื่อผู้ศรัทธาไปที่หลุมฝังศพ ปรากฏว่าไม่มีร่างท่าน พวกเขาเชื่อว่าพระเยซูคืนพระชนม์และขึ้นสวรรค์ เรียก “เรสเซอเร็กท์ชั่น” (resurrection) วันนี้เรียก วัน “อีสเต้อร์” หรือ “อีสเต้อร์ ซันเดย์” ( Easter Sunday) ซึ่งจะตรงกับวันอาทิตย์ทุกปี บางตำรากล่าวว่า 3 วัน ฉะนั้นบางครั้งคุณอาจจะได้ยิน “อีสเต้อร์ มันเดย์” ( Easter Monday)

ในวัน “แอ๊ช เว๊นส์เดย์” ชาวคริสเตียนที่เคร่ง จะไปโบสถ์ ฟังสวด และบาทหลวงจะเจิมขี้เถ้าให้ที่หน้าผาก (ดูรูป) ขี้เถ้าสัญลักษณ์ไม้กางเขน ที่ใช้ขี้เถ้า คือตามพระคัมภีร์กล่าวว่า ขี้เถ้ามาจากการเผาใบปาล์มของวัน “ปาล์ม ซันเดย์” เหตุผลที่ใช้ขี้เถ้า เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่เตือนว่า มนุษย์ ก็มาจากขี้เถ้า เมื่อตายเราก็กลายเป็นขี้เถ้า “Remember, Man is dust, and unto dust you shall return.”

“แอ๊ช เว๊นส์เดย์” ผู้ที่เคร่งศาสนา อาจจะกินเจคือไม่ทานเนื้อสัตว์ ในช่วง “เล๊นท์” ทั้ง 46 วัน บางคนก็ตั้งใจสละหรือละทิ้งสิ่งไม่ดีที่เป็นอบายมุข เช่น เลิกบุหรี่ ดื่มเหล้า เพื่อรำลึกถึงพระเยซูที่ท่านสละชีวิตเพื่อลบบาปของพวกเขา

ส่วนที่มาของคำ “อีสเต้อร์” มาจากหลายสายแล้วแต่ประเทศใดจะตีความหมาย ดิฉันเลือกอันที่ดิฉันชอบมากที่สุดคือ รากศัพท์คำว “อีสเต้อร์”มาจากเทพเจ้าหญิงชื่อ เอ็สเต้อร์ สะกด “Eostre” เป็นเทพเจ้าที่บูชากันในฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ถือเป็นเทพเจ้าแห่งผลิตผล

เริ่มตั้งแต่วัน“แอ๊ช เว๊นส์เดย์” สามีดิฉันจะไม่ทานเนื้อ ทุกวันพุธและวันศุกร์ ไปจนกระทั่งถึงวันอีสเต้อร์(สามีเป็นคาทอลิค) ปกติทุกวันศุกร์บ้านเราจะกินปลาดิบซึ่งเราจะซื้อปลาดิบสดมาจากตลาดญี่ปุ่น คราวนี้ได้กินอาทิตย์ละ 2 ครั้ง 😀
วัน “อีสเต้อร์” ถือเป็นวันออกศีล เป็นวันที่คนจะฉลองทานอาหารมื้อใหญ่ วันที่ 14 เมษา 2 วันหลังอีสเต้อร์ ครอบครัวดิฉันจะไปเมือง นาซาเรสท์ (Nazareth) ประเทศอิสราเอล บ้านเกิดสามี นาซาเรสท์ เป็นเมืองที่พระเยซูเติบโตมา ที่บ้านสามีจะฉลองกันหลายวันหลังอีสเต้อร์ ญาติพี่น้องจะเวียนไปเยี่ยมกัน ดิฉันคงน้ำหนักขึ้นกลับมา

Happy Birthday ผู้ที่เกิด 29 กุมภานะคะ วัน “ลีพ เดย์” (Leap Day) ผู้เกิดวันที่ 29 ก.พ. จะเรียก “อะ ลีพเปอร์” (a Leaper) ตามกฎหมายให้นับวันที่ 28 เป็นครบรอบปีวันเกิดในปีที่มี 365 วัน ที่ต้องมีกฎนี้เพื่อให้เป็นมาตรฐาน (ไม่งั้นคนที่ไม่อยากแก่ก็จะนับครบรอบวันเกิดทุก 4 ปี (คือทุก 4 ปีอายุเพิ่มปีเดียว)

%d bloggers like this: