เห็นหัวข้อก็เซ็งไม่อยากอ่านแล้ว 555555 

สวัสดีค่า เซ็งไหมคะ ตั้งแต่มีคำสั่ง “สเต โฮม ออร์เด้อร์” (Stay Home Order) ให้อยู่บ้าน เพื่อยับยั้งการระบาด “ไวรัส โควิด” ในเมกาช่วงแรกๆที่มีข่าว “โควิด ไนน์ทีน” (COVID-19) น.ส.พ. เรียก “โคโรน่าไวรัส” เพราะไวรัสพันธ์ใหม่นี้อยู่ในกรุ๊บ “ไวรัส โคโรน่า” ซึ่งไวรัสนี้มีการแพร่ระบาดมาก่อนหน้าแล้วหลายครั้ง  แต่ละครั้งก็ออกสายพันธ์ใหม่ มนุษย์หรือวงการแพทย์ก็เอาชนะมันมาได้เรื่อยๆโดยการคิดค้นวัคซีนป้องกันได้ทุกครั้ง

ดิฉันได้ยินข่าวโคโรน่าไวรัสครั้งแรกก็ประมาณกลาง-ปลายมกรา ฟังแล้วดิฉันไม่ติดใจอะไร ช่วงนั้นข่าวใหญ่ก็คือ การหาเสียงและมีการโต้วาทีของผู้ลงสมัครหาเสียงของพรรคเดโมแครท (ปีนี้เป็นปีเลือกตั้ง ประธานาธิบดี ใหม่ เดือน พ.ย.สิ้นปีนี้)  หลายคนรวมทั้งดิฉันคิดว่า น.ส.พ. ประโคมข่าวเพื่อเบนความสนใจจากเลือกตั้ง จนกระทั่งข่าวดังมากขึ้นๆด้วยสถิติคนป่วยและตาย  ดิฉันก็ยังไปโยคะปกติที่ยิมทุกวัน และวันจันทร์ พุธ ก็ไปเรียนภาษาสแปนิช  จนกระทั่งวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ดิฉันไปยิม 24 Hr. Fitness ยิมปิดงง เพราะวันศุกร์ยังไปโยคะอยู่เลย   

หลังจากนั้นวิถีชีวิตทุกคนก็เปลี่ยนไป ตั้งแต่รัฐบาลประกาศ  “สเตโฮม ออร์เด้อร์” (Stay Home Order) ดิฉันเลี่ยงที่จะไม่ฟังและอ่านข่าวละเอียด อ่านแต่หัวข่าว เพราะอ่านทีไรก็เครียดทุกที  ดิฉันโชคดี ที่เราอยู่เมืองเล็กๆผู้คนดี รู้จักกันหมด เวลาเดินก็เลี่ยงสวนกันห่างๆ ตำรวจก็ดี เมืองเราไม่ปิดพาร์ค ดิฉันและครอบครัวก็ยังออกไปเดินปกติวันละ 3 ไมล์ ตลาดอยู่ข้างบ้านเดินถึง คนก็ไม่มากไม่ต้องเข้าแถวคิวยาวอย่างเมืองอื่น  เราทำโยคะ 6 วัน มี น.ร. มา 3 คนยืนห่างกัน คือว่ายังได้เจอหน้าผู้คนเกือบปกติ

นักเรียนโยคะ ท่าพระจันทร์ครึ่งดวง Half Moon Pose

ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ดิฉันต้องศึกษามันว่า เจ้าไวรัสโควิดนี้มันรุนแรงอย่างที่คนกลัวกันหรือไม่  เพราะดิฉันอยากบินไปเมืองไทยใจจะขาด ดิฉันต้องยกเลิกตั๋วเครื่องบินเมื่อวันที่ 13 เมษาที่ผ่านมา 😦

ไข้หวัดใหญ่ โควิด

“โควิด-19” คือ ไข้หวัดใหญ่ “ฟลู” เรียกชื่อเต็มคือ “อินฟลูเอ็นซ่า” (Flu / Influenza)  เป็นไวรัสในกรุ๊บโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่  ครั้งล่าสุดที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาดไปหลายประเทศทั่วโลก “แพนเดมิค” (Pandemic) คือ เดือน เมษา ปี 2009 (ค.ศ.2552) เชื้อสายพันธุ์นี้เป็นผลรวมจากไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ ไข้หวัดนก และไข้หวัดหมู ในเดือน ตุลา 2010 องค์การอนามัยโลก (WHO-World Health Organization) ประกาศว่าไวรัสหยุดแพร่  และได้ค้นพบวัคซีนฉีดป้องกัน 

ในปี 2012 สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC- The Communicable Disease Center) ประกาศให้คนฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี “ฟลู ช็อต” (Flu Shot) ก่อนเดือนตุลาคมแต่ละปี ซึ่ง ตุลาถึง กุมภาอาจเลยไปถึง พฤษภา ถือเป็นฤดูไข้หวัด ตามสถิติคนอเมริกันป่วยเป็น ฟลู

ดิฉันสรุปเองว่า เมื่อไรที่คนจะเลิกกลัว“ไวรัสโควิด”นี้ก็ต่อเมื่อมีวัคซีนป้องกัน ดิฉันก็เลยฮึดสู้ว่า ตั้งแต่มาอยู่อเมริกาดิฉันไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันอะไรทั้งสิ้น เมื่ออายุครบที่ทางอเมริกาจัดว่าเป็น ผู้สูงอายุ หรือ“ซีเนียร์ คือ 55 ปีขึ้นไป ดิฉันก็เริ่มไปตรวจร่างกายประจำปี  ปี 2012 หมอก็บอกให้ดิฉันฉีด “ฟลู ช็อต” เมื่อดิฉันบอกไม่ (เพราะจำไม่ได้ว่าเป็นหวัดครั้งสุดท้ายเมื่อไร ถ้าเป็นก็หายเองเร็วใน 1-2 วัน) หลังจากนั้นแต่ละปีหมอก็ถามทุกปี สัก 3-4 ปีต่อมา นอกจาก “ฟลู ช็อต”  หมอแนะนำเพิ่ม “นูโมเนีย ช็อต” (Pneumonia Shot) แก้ปอดบวม ดิฉันก็ไม่ คุณหมอหนุ่มพูดต่อว่า “อันตรายนะที่ไม่ฉีดเพราะอายุคุณ????” พอปีที่แล้ว คุณหมอแนะนำวัคซีนใหม่“ชิงเกิ้ล ช็อต” (Shingle Shot) โรคงูสวัสดิ์ ทั้งหมด 3 ช๊อต“ฟลู ช็อต”“นูโมเนีย ช็อต” และ “ชิงเกิ้ล ช็อต”ดิฉันก็ไม่  เดี๋ยวรอปีหน้าคุณหมอคงเพิ่ม“ฟลูโควิด 19 ช็อต” 

การป้องกันตัว

นอกเหนือจากคำแนะนำที่ปกป้องโควิด ซึ่งเป็น คอมม่อน เซ๊นส์ที่ทุกคนควรจะปฏิบัติ  ข้างล่างเป็นคำแนะนำ เพื่อสร้างภูมิต้านทาน

  1. อย่าเครียด เริ่มด้วย อดข่าว อดไลน์ เพราะทำให้เครียด ความเครียด ทำให้ปวดหัว จากปวดหัวจะมีอาการ ปวดเมื่อยคอ และเริ่มนอนไม่หลับ เพราะกังวล ว่าติดโควิดรึเปล่า เลยเป็นไข้เลยไปกันใหญ่
  2. ฝึกลมหายใจช้าๆ นั่งเงียบๆสงบ หรือนอนราบบนเสื่อกับพื้น วางมือที่หน้าท้อง และอีกมือที่อก หายใจเข้าออกช้าๆ หายใจเข้าท้องผาย หายใจออกท้องแฟบ ระหว่างลมหายใจอยู่นิ่ง นับในใจช้าๆ 1-10 และค่อยๆเพิ่มไปเรื่อยๆ ถ้าคุณ สามารถ hold ลมหายใจได้ 10 วินาที หรือมากกว่านั้น แสดงว่าปอดยังดี
  3. เดินทุกวันในพาร์ค ในเมืองไทยก็เดินหัวซอยถึงท้ายซอย
  4. เปิด YouTube  ทำเอ็กเซอร์ไซด์ทุกวัน ค่อยเริ่มๆ แค่ยืดเส้นสายก็ยังดี 
  5. โทรคุยกับเพื่อน คุยสนุกๆ หรือวางแผนเที่ยว ไม่คุยเรื่อง โควิด
  6. ดิฉันต้มน้ำขิงดื่มแทนกาแฟทุกเช้า และคั้นน้ำส้มดื่มแก้วใหญ่ทุกวัน
  7. อันนี้แถมค่ะ เห็นรูปน่ารักดี   เวลาไอหรือจามอย่าใช้มือป้องปาก ใช้ข้อศอกแทน
%d bloggers like this: