สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีซึ่งมีทุก 4 ปี วันอังคารแรกของเดือนพฤศจิกายน ปีนี้ตรงกับวันที่ 3 เราจะได้ ป.ธ.น. คนใหม่ (หรือคนเก่า) วันยิ่งใกล้เข้ามาคนยิ่งเครียด แค่“โควิท”อย่างเดียวก็เครียดพอแล้ว ดิฉันเองก็เครียด แต่ก็พยายามทำใจว่า ใครชนะก็โอเค เครียดไปก็เท่านั้น ชีวิตเราก็ยังดำเนินต่อไป “ไลฟ์ โกส์ ออน” (Life goes on!) อย่างน้อยคิดแล้วเราชาว“แอลเอ”มีสิ่งที่ทำให้เราแฮ็ปปี้สุดๆคือ เรามี 2 โฮมทีมกีฬาที่ชนะเลิศแชมเปี้ยนชิพปีนี้  คือ ทีมบาสเก็ตบอล “ลอส แองเจลิส เล๊คเก้อร์ส์” (Los Angeles Lakers) และทีมเบสบอล  “ลอส แองเจลิส ด็อดเจอร์ส์” (Los Angeles Dodgers)

วันนี้เราคุยกันเรื่องสนุกแก้เครียดดีกว่านะคะ  เทศกาลฮัลโลวีน  (Halloween) ซึ่งตรงกับที่ 31 ตุลาคม เสาร์นี้ เมืองไทยเรียก “วันปล่อยผี”  

คำ“ฮัลโลวีน” มาจากไหน

คำ “ฮัลโลวีน” แยกเป็น 2 คำคือ “ฮัลโล่ + อีน” คำ “ฮัลโล่ว์” “Hallow” แปลว่านักบุญหรือผู้ศักดิ์สิทธิ์ คำว่า “อีน” (een) เพี้ยนมาจากคำว่า “อีฟ” “Eve” แปลว่าวันก่อนหน้า “ฮัลโล่ว์”+“อีฟ” (Hallow + Eve) เพี้ยนเป็น “ฮัลโล่วีน” วันฮัลโลวีน แปลว่า วันก่อนหน้าวันนักบุญ (ตัวอย่างวัน “คริสต์มัส” ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม วัน “คริสต์มัสอีฟ” (Christmas Eve) วันก่อนหน้าวันคริสต์มัส ตรงกับ 24 ธันวาคม) ไม่งงนะคะ

ที่มาของเทศกาลฮัลโลวีน

วันฮัลโลวีนมีมานานสมัยก่อนคริสตกาล เชื่อว่ามาจาก แถบประเทศไอร์แลนด์  ชาวเซลท์ (Celt) ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองเผ่าหนึ่งของไอร์แลนด์จะมีการฉลองวันสิ้นสุดของฤดูเก็บเกี่ยวหรือ “ฮาร์เวสท์” (harvest) ในวันที่ 31 ต.ค. และวันที่ 1 พฤษจิกายน เริ่มฤดูหนาว ถือเป็น“ครึ่งปีหลังของความมืด” หรือ“วินเทอร์ โซลสติส” (Winter Solstice) ในวันที่ 31 ตุลาคม นี้ชาวเซลท์ยังเชื่อว่าเป็นวันที่มิติคนตายและคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน วิญญานหรือผีของผู้ที่ตายไปแล้วในปีที่ผ่านมาจะเที่ยวหาร่างของคนเข้าไปสิง เพื่อเขาจะได้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นวันที่ 31 ตุลาคม นอกจากจะฉลองวันสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวยังถือเป็นวันทำพิธีไล่ผีอีกด้วย ปัจจุบันหลายประเทศยังเรียกวันฮัลโลวีน ว่า “วันของคนตาย” หรือ “Day of the Dead” 

การฉลองของชาวเซลท์

ชาวเซลท์ไม่ต้องการให้วิญญานหรือผีมาเข้าร่างตน วันที่ 31 ตุลาคม ตอนกลางคืนชาวเซลท์จึงดับคบไฟหมด และอยู่ในความหนาวและความมืดสงัด พวกเขาจะแต่งกายแปลกประหลาดเพื่อปลอมตัวเองเป็นผีร้ายและส่งเสียงดังไล่วิญญานไม่ให้มาเข้าร่างตน  ชาวเซลท์จะแก้ลางด้วยการเชือดไก่ให้วิญญานและผีกลัว และมีการนำสัตว์หรือพืชผลมาบูชายัญให้กับวิญญาณผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว บางตำนานยังเล่า”คนที่คิดว่าถูกวิญญานเข้าสิง” อาจมีการเผาร่างผู้นั้น (ชาวโรมันรับประเพณีฮัลโลวีนมาจากชาวเซลท์  ได้ตัดการเผาร่างคนที่ถูกผีสิง โดยเปลี่ยนเป็นการเผาหุ่นแทน)

“แจ๊ก โอ แลนเทิรน์”สลักจากผักกาดเทอร์นิพ
ปัจจุบัน สลักฟักทองแทน

“แจ๊ก โอ แลนเทิรน์” 

อีกประเพณีที่ชาวเซลท์มี คือ เขาจะแกะสลักหัวผักกาด “เทอร์นิพ” คล้ายหัวกระหล่ำปลี เป็นหน้าคน และใส่ถ่านไว้ข้างใน เรียกหัวผักกาด “เทอร์นิพ” นี้ว่า“แจ๊ก โอ แลนเทิรน์” (Jack-o’-lantern) ตามตำนานเล่าว่า (คนไอริชจะมีตำนานเรื่องเล่าเยอะ 555) นาย “แจ๊ก” ชายขี้เหล้าได้สมญานามว่า “สติ๊งกี้ แจ๊ก” (Stinky Jack) หรือนายแจ๊กตัวเหม็น นายแจ๊กไม่ได้ทำความดีอะไรเลย วันหนึ่งเขาหลอกล่อปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้ และสลักกากะบาทรูปไม้กางเขนที่โคนต้นไม้ ทำให้ปีศาจลงมาไม่ได้ นายแจ๊กได้ทำข้อตกลงกับปีศาจว่า เมื่อเขาตายให้ปีศาจสัญญาวาจะไม่เอาวิญญานเขาไป  ปีศาจตกลง แจ๊กจึงปล่อยปีศาจลงจากต้นไม้  เมื่อนายแจ๊กตายจึงไม่มีที่ลง ขึ้นสวรรค์ก็ไม่ได้เพราะไม่เคยทำความดี และลงนรกก็ไม่ได้เพราะปีศาจรักษาสัญญาไม่สามารถเอาวิญญานนายแจ๊กไปได้  ปีศาจจึงส่งนายแจ๊กไปในความมืดและให้ถ่านที่กำลังคุแก่เขา เพื่อให้เขาใช้นำทางในที่มืด แจ๊กได้สลักผักกาด “เทอร์นิพ” (Turnip) ให้กลวงและใส่ถ่านลงไปเพื่อไม่ให้ถ่านดับเร็ว ประเพณีนี้มีมาถึงปัจจุบันที่คนอเมริกันใช้สลักฟักทองแทนผักกาด “เทอร์นิพ” และใส่เทียนไว้ข้างในเพื่อให้ความสว่าง (ดูรูป) “แจ๊ก โอ แลนเทิรน์”ผักกาด “เทอร์นิพ” จากพิพิธภัณท์ และสลักฟักทองปัจจุบัน)

การเปลี่ยนแปลงฮัลโลวีนหลังคริสตกาล

หลังคริสตกาล ชาวโรมันคาทอลิคต้องการกำจัดพิธีเฉลิมฉลองของกลุ่มชนนอกศาสนาคริสต์ที่เชื่อในเรื่อง ภูติผีปีศาจ สันตะปาปา หรือท่าน “โป๊ป” เกรโกรี่ที่ 4 (Pope Gregory IV) ได้กำหนดวันที่ 1 พฤศจิกายน ให้เป็นวันระลึกถึงนักบุญ และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยเรียกวันนั้นว่า “ออล เซ็นท์ส เดย์” (All Saints’ Day) แทนที่จะเรียก “ออล ฮัลโล่มัส เดย์” (All Hallowmas’ Day) และคงวันที่31 ตุลาคมเป็นวันฉลองวันก่อนหน้าวัน ของคืนวันที่ 31 ตุลาคมไว้ (คำว่า Hallows เป็นคำศัพท์สมัยโบราณ ไม่ค่อยมีคนใช้ ส่วนมากจะใช้คำว่า Saints)

ลูกชายและดิฉันช่วยกันตกแต่งหน้าบ้าน  ต้อนรับ “ทริค เกอร์ ทรีท”

การฉลองเทศกาลฮัลโลวีนปัจจุบัน

วันที่ 31 ตุลาคม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะแต่งตัวชุด “คอสตูม” (costume) สีสรรสวยงาม จะเป็นคาแร็กเต้อร์อะไรก็ได้โดยไม่เคร่งตามประเพณีเก่าที่จะแต่งเป็น แม่มด ภูติ ผี ปีศาจ (ดูรูป ครอบครัวดิฉันแต่งหน้าและคอสตูม ฮัลโลวีนปีที่แล้ว) ทันทีที่มืดเด็กๆจะถือถุงหรือหัวฟักทองพลาสติกไปตามบ้านคน เคาะประตูขอขนม เมื่อ เจ้าของบ้านเปิดประตู เด็กจะ พูดว่า “ทริค เกอร์ ทรีท”(Trick or Treat) หมายความว่า ถ้าเธอไม่ให้ขนม คือ “ทรีท” (Treat) ฉัน  ฉันก็จะหลอกหลอน “ทริค” (Trick) เธอ 

รูปแรก  ลูกสาวดิฉัน อาร์ติสท์  แต่งหน้าและคอสตูมให้ทุกคนในรูป  เธอแต่งเป็น “คาแร็กเต้อร์” ใน หนัง animation เรื่อง “โกโก้” “Coco” รูปถัดไป รูป แฟนแต่งเป็น โจ๊กเก้อร์ (Joker) ในหนัง Batman 

ปีนี้ฮัลโลวีนเงียบเหงา เพราะโควิท 19 ยังไม่รู้ว่าเด็กจะมาเคาะประตู “ทริค เกอร์ ทรีท” แถวบ้านดิฉันกันกี่คนแต่ดิฉันก็เตรียมขนมไว้แล้ว (ดูรูปหน้าบ้านดิฉัน)  เมือง “ลา พาล์มม่า” La Palma ที่ดิฉันอยู่ ปีนี้งดมีการเล่นให้เด็ก (ดูรูปปีที่แล้วที่ งานฮัลโลวีนที่พาร์ค เมือง “ลา พาล์มม่า”)   แต่มี “ไดร๊ว ทรู” (Drive through) แทนคือ จัดสถานที่ที่ ซิตี้ ฮอลล์ (City Hall) ให้ผู้คนขับรถวนช้าๆ และมีคนแต่ง “คอสตูม” ภูตผี ปีศาจ แม่มด และอื่นๆ ที่น่ากลัว จะมาเขย่ารถและหลอกหลอนเด็ก ก็ยังดีกว่าไม่มีเนอะ!

รูปบน  ลูกสาวแฟน เป็น Harley Quinn ในหนัง Batman และรูปครอบครัวที่ลา พาล์มม่า พาร์ค

Happy Halloween ค่ะ

%d bloggers like this: