ค่าธรรมเนียม อิมมิเกรชั่นใหม่ 30 กรกฏคม 2007

ในที่สุดรัฐบาลประกาศออกมาแล้วค่ะว่า ค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นจะปรับ “ลง” (j.k. just kidding ล้อเล่นน่า) จริงๆแล้วปรับขึ้นค่ะ หลังวันที่ 30 กรกฎาคม 2007 เคสที่ยื่นเข้าอิมมิเกรชั่นลงประทับตราไปรษณีย์วันที่ 31 ก.ค. 2007 ไปต้องจ่ายอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ ค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นคิดเป็นต่อฟอร์มที่ยื่น บางเคสยื่นหลายฟอร์ม บางเคสยื่นฟอร์มเดียว และบางเคสมีพิมพ์นิ้วมือ บางเคสไม่มี ค่าธรรมเนียมขึ้นทั้งหมดทุกฟอร์ม ในที่นี้ดิฉันไม่ได้กล่าวถึงค่าธรรมเนียมของแต่ละฟอร์ม แต่รวมค่าธรรมเนียมเป็นเคส และรวมค่าพิมพ์นิ้วมือถ้ามี คุณสามารถอ่านรายละเอียดค่าธรรมเนียมใหม่จากเว๊บไซท์ของอิมมิเกรชั่น http://www.uscis.gov ค่าธรรมเนียมใหม่ต่อเคส 1. ค่าทำใบเขียวแต่งงานในอเมริกาเรียก “แอ้ดจัสทเม๊นท์ ออฟ สแตตัส” (Adjustment of Status) เป็นแพ็กเก็จรวม “เวิ้ร์ค เพอร์มิท” (work permit)คือใบอนุญาตทำงานระหว่างคอยใบเขียว และใบ “แอ้ดแวนซ์ พาโรล” (advance parole) คือ ใบอนุญาตให้คุณเดินทางออกนอกประเทศในระหว่างคอยใบเขียว ซึ่งสองใบนี้เท่ากับยัดเยียดให้ เพราะปัจจุบันถ้าคุณไม่ต้องการใบทำงาน หรือใบอนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ คุณก็จะจ่ายค่าธรรมเนียมน้อยลง และอีกอย่างใบ “แอ้ดแวนซ์ […]

วิธีเช็คเคสทางอิมมิเกรชั่นเว๊บไซท์

เร็วไหมคะ เผลอแป๊บแป๊บเข้าเดือนมิถุนายนหรือเดือน”จูน” (June) แล้ว เดือน “จูน”เป็นเดือนสุดท้ายของหน้าฤดูใบไม้ผลิย่างเข้าหน้าร้อนหรือ “ซัมเม่อร์”(summer) วันที่ 21 มิถุนายนนี้เป็นวันแรกอของฤดูร้อน อากาศเดือนจูนจะขมุกขมัว ฝรั่งเรียกอากาศเดือนจูนว่า “จูนกลูม” (June gloom) (อ่านเกี่ยวกับ“ฤดู”ในหนังสือ “อยู่อเมริกา”บทภูมิภาคและอากาศ หน้า 25) สำหรับผู้ที่ติดตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น ยังมีการถก(เถียง)กันในสภา อีกนานค่ะ คอลัมน์นี้ขอตอบอีเมล์และอีแฟกส์เข้ามากันเพียบประมาณ 5-10 ฉบับต่อวัน ถาม ผมเป็นแฟนเสรีชัย ชื่นชมผลงานและข้อเขียนของคุณรุจีรัตน์มาก เพราะให้ความรู้และคำแนะนำแก่พวกเราชาวไทยเพราะกฎหมายอิมมิเกรชั่นถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชีวิตคนต่างด้าวที่ตัดสินใจมาใช้ชีวิตในอเมริกา ขอขอบคุณคุณรุจีรัตน์แทนเพื่อนๆคนไทยที่ใช้ข้อเขียนและคำแนะนำของคุณเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจอันควรอันต้องในหลายกรณี ผมขอถามคำถามดังนี้ ผมเป็นซิติเซ่นได้แอ็พพลายใบเขียวให้พี่สาวปี 1998 เคสแอ็พพรูฟ ได้ “พรายออริตี้ เดท” (Priority Date) Dec 1998 อยากทราบว่าเมื่อไรพี่สาวจะได้ใบเขียว หรือช่วยบอกวิธีเช็คเคสทางอิมมิเกรชั่นเว๊บไซท์ด้วย ระหว่างคอยใบเขียว พี่สาวได้เดินทางมาอเมริกาและอยู่เกินวีซ่าเป็นปี ตอนนี้กลับเมืองไทยแล้วและเธออยากกลับมาอีก เธอจะไปขอวีซ่าสถานทูต ผมคิดว่าคงไม่ผ่านเพราะเคยอยู่เกิน พยายามอธิบายแต่พี่สาวไม่เชื่อ คุณรุจีรัตน์ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยเพื่อผมจะได้นำไปสนับสนุนคำอธิบายให้พี่สาวฟัง ตอบ ขอบคุณเช่นกันค่ะ ถ้าคุณเคยดูหนังเรื่อง Pay it […]

ร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่ ที่ยังไม่ผ่าน

วันจันทร์ที่ 28 พ.ค. นี้เป็นวันหยุดราชการ วัน “เม็มโมเรียล เดย์” เป็นวันไว้อาลัยทหารผ่านศึก ซึ่งตรงกับวันจันทร์สุดท้ายของเดือน พ.ค. (อ่านเกี่ยวกับวันหยุดราชการและเทสกาลต่างๆได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา”บทการแบ่งเขตเวลาและวันหยุด หน้า 27) วันที่ 17 พ.ค. 2007 ที่ผ่านมา “คองเกรส”ผ่านร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นหรือ “อิมมิเกรชั่น บิล” ซึ่งได้ถกกันมาตั้งแต่ปีที่แล้วและผ่านมาแล้ว “เวอร์ชั่น”หนึ่ง แต่เนื่องจาก “เซเนท” ไม่เห็นด้วย บิลจึงไม่ผ่าน และคองเกรสได้แก้ไขบิลใหม่ ในที่สุดตกลงผ่านเวอร์ชั่นใหม่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. และเวอร์ชั่นนี้จะเข้าถกกันในเซเนทระหว่าง 21 – 25 พ.ค. นี้ และคาดว่าจะโหวดได้วันที่ 24-25 พ.ค. แต่ละฝ่าย คองเกรสและเซเนท สามารถแก้ไข เพิ่ม ลด ได้ฝ่ายละ 6-12 หมวด หลังผ่านแล้วก็ยังต้องเข้าคณะกรรมการ ถกกันต่อ คาดว่าถ้าตกลงกันได้ กว่าจะส่งให้ .“บุช”เซ็น ก็คงประมาณ […]

การหย่า และ ผลต่อใบเขียว และ ตอบอีเมล์

ถ้าคุณอ่านเว๊บไซด์ดิฉัน จะเห็นรูปทะเลที่ปรานบุรีหน้าโฮมเพจที่ดิฉันถ่าย ดูแล้วอยากไปเวเคชั่นไหมคะ ดิฉันเพิ่งเริ่มถ่ายรูปสมัครเล่น คิดว่าจะเริ่มเปลี่ยนรูปโฮมเพจไปตามฤดู วันนี้จะเขียนเรื่องแต่งๆหย่าๆ ดิฉันจะได้รับคำถามทำนองนี้บ่อยๆ คู่ที่พึ่งแต่งงานใหม่ๆระหว่างกำลังทำใบเขียว “พี่ แฟนจะหย่า จะทำอย่างไร หนูไม่ยอมหย่าได้หรือไม่” หรือบางคู่ที่พอวันที่สัมภาษณ์ผ่านได้ใบเขียว จะโทรเข้ามาว่า “พี่ เมื่อไรหนูจะหย่าได้ ถ้าแฟนไม่ยอมหย่าจะทำอย่างไร” เฮ้อ มันชั่งไม่มีความพอดีเสียเลย กฎหมายหย่าร้าง กฎหมายหย่าร้างในอเมริกาต่างกับเมืองไทยคือ ในเมืองไทยถ้าสามีภรรยาเต็มใจหย่าทั้งคู่ก็เดินขึ้นอำเภอหรือสำนักงานเขต เซ็นใบหย่า เสร็จเรื่อง แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมถึงต้องขึ้นศาล ส่วนในอเมริกากฎหมายต่างกันโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ ไม่ต้องรอขออนุญาตหรือบอกอีกฝ่าย หรือถึงแม้อีกฝ่ายไม่ยินยอม ระเบียบการหย่าหรือ “ดีวอร์ซโพรซี้ดเจ้อร์” (Divorce procedure) ที่จะกล่าวถึงนี้เป็นระเบียบของรัฐคาลิฟอร์เนีย (ขอให้คุณอ่านหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง บทที่ 2 หย่าร้าง ซึ่งมีข้อมูลละเอียดเรื่องกฎหมายหย่า และกฎหมายต่างๆกันของรัฐแต่ละรัฐ เพราะกฎหมายหย่าแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน) ระเบียบการหย่า คุณต้องยื่นเรื่องในศาล โดยฝ่ายฟ้องหย่ายื่นคำร้องขอหย่า หรือซูอีกฝ่ายขอหย่า เมื่อศาลรับเรื่องแล้ว คุณหรือให้คนอื่นหรือตัวเองเสริฟโนติสหรือหมายศาลให้อีกฝ่าย หลังจากฝ่ายที่ถูกฟ้องหย่าได้รับโนติสหมายศาล เขามีเวลาตอบโต้ภายใน 30 วัน ถ้าเขาไม่ตอบคือไม่ต้องทำอะไรเลย เมื่อครบ 30 วัน “พรอเซส” […]

ขออยู่ต่อ Extension of Stay

สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันมีเรื่องดีใจ เสียใจ ปนกัน ที่อยากมาแชร์ให้กันฟังดังนี้คือ (1) ดิฉันได้แอ็พพรูฟเคสใบเขียวพ่อครัวที่ถูกออดิทซึ่งทำยากพอสมควร ทั้งทนายและลูกความแฮ้ปปี้ (2)ลูกความที่ยื่นเรื่องซิติเซ่นรอคอยมาเกือบสามปีเพื่อจะเอาลูกเมียมาจากเมืองไทย สองครั้งแรกขอไม่ผ่านเนื่องจากตกภาษา พึ่งสอบซิติเซ่นผ่านสัปดาห์นี้ เคสนี้ดิฉันลุ้นมานานเพราะลูกความเคยส่งรูปลูกจากเมืองไทยตาแป๋วๆมาให้ดู (3)แฟนคอลัมน์ที่ดิฉันเคยพบครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน โทรมาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วปรับทุกปัญหาส่วนตัวซึ่งเขาหาทางออกไม่ได้ ซึ่งดิฉันรับฟังย่อๆและต้องตัดบทเพื่อรีบไปทำงานต่อ ได้ข่าวว่าเขาพึ่งฆ่าตัวตาย ทำให้ดิฉันเสียใจและเซ็งสุดๆคิดว่าดิฉันจะช่วยอะไรเขาได้หรือไม่ถ้ารับฟังเรื่องราวปรับทุกข์นานหน่อยและไม่ตัดบท วันรุ่งขึ้นดิฉันอ่านอีเมล์จากแฟนเว๊บไซด์ซึ่งเริ่มประโยคว่า “ผมติดตามอ่านคอลัมน์ของคุณรุจีมาตลอดเลยครับ และได้ซื้อหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกามาอ่านแล้ว คุณเป็น“นางฟ้า”ของคนไทยที่อยู่อเมริกาจริงๆ” อ่านแล้วทำให้ดิฉันชื่นใจมีแรงฟึ่บขึ้นมาทำงานให้คนที่อยู่ต่อไป วันนั้นทั้งวันดิฉันตั้งอกตั้งใจรับโทรศัพท์ และตอบอีเมล์ให้กำลังใจคนมากขึ้น ยังไม่รู้ว่าจะไปได้กี่น้ำ???? เพราะตัวเองก็ยอดบิสซี่ แต่จะพยายามเตือนตัวเองทุกวันค่ะ ฉะนั้นถ้าดิฉันพูดเร็วๆ (อันนี้ช่วยไม่ได้เพราะเป็นธรรมชาติของดิฉัน) และเคยตัดบทคุณก็ขอโทษด้วยนะคะ วกเข้าเรื่องเลยนะคะ ดิฉันสัญญาแฟนคอลัมน์ที่อีเมล์มาถามว่าจะตอบในคอลัมน์กฎหมาย เรื่องควรทำเรื่องขออยู่ต่อหรือไม่ ถ้าเขากะจะแต่งงานเร็วๆนี้ วีซ่าใหญ่/วีซ่าเล็ก เมื่อสถานทูตอเมริกันออกวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีให้คุณ เป็นวีซ่า “มัลติเพิ้ลเอ็นทรี่” คือคุณสามารถเดินทางเข้าออกอเมริกาได้โดยคุณไม่ต้องขอวีซ่าใหม่แต่ละครั้งที่คุณจะเดินทางไปอเมริกา เมื่อคุณเดินทางเข้าอเมริกา เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง (ต.ม.) หรือ “อิมมิเกรชั่น ออฟฟิสเซ่อร์.. ที่สนามบินจะแสตมป์วันที่ๆคุณเข้าประเทศ และวันที่ๆคุณต้องออกประเทศบน “บัตรขาเข้า” (เรียก Arrival Card หรือ I-94 Card) […]

รายได้คู่สมรสเมื่อทำใบเขียว Affidavit of Support

เมื่อคู่สมรสอเมริกันยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณ คู่สมรสอเมริกันหรือ ผู้ยื่นเรื่อง เรียก “เพอทิชันเน่อร์” (Petitioner) ต้องเซ็นรับรองว่าเขามีรายได้ที่สามารถเลี้ยงดูหรือ “ซัพพอร์ท” (support) คุณได้ คุณคือผู้รับผลประโยชน์หรือ “เบเนฟิเชียรี่” (Beneficiary) เพื่อคุณจะไม่ไปเป็นภาระสังคม กินเงินรัฐบาลหรือใช้ประโยชน์หรือ “เบเนฟิต” (benefits) ต่างๆจากระบบประกันสังคมรัฐบาลหรือ “เวลแฟร์” (welfare) คู่สมรสอเมริกันของคุณต้องมี่รายได้อย่างน้อย 125% ของรายได้ขั้นต่ำต่อปีตามที่รัฐบาลกำหนด จำนวนเงินนี้รัฐบาลปรับ(ขึ้น)ทุกปีประมาณเดือนเมษายนตามค่าครองชีพ ณ.ตอนนี้คุณที่สงสัยว่าคู่สมรสมีอันจะกินก็จะได้รู้กันตอนนี้ Affidavit of support คืออะไร เมื่อคู่สมรสอเมริกันทำใบเขียวให้คุณ เขาเป็นผู้ยื่นเรื่อง“เพอร์ทิชันเน่อร์” (petitioner) และเป็น “สปอนเซ่อร์” (sponsor) ให้คุณในตัว ตัวสปอนเซ่อร์ต้องเซ็นค้ำประกันโดยกรอกฟอร์ม “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” (affidavit of support) รับรองว่าเขามีเงินที่จะเลี้ยงดูคุณได้ และถ้าคุณไปกินเงินเวลแฟร์ หรือไปกินเงินสวัสดิการสังคมบางประเภทและไม่ใช้คืนรัฐบาล เขาต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทางรัฐบาลสามารถเรียกเก็บเงินกับสปอนเซ่อร์ได้ หมายเหตุ ผู้ยื่นเรื่องใบเขียวครอบครัวทุกประเภทต้องเซ็นค้ำประกัน “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” (โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว […]

ตอบคำถาม

ต้องขอขอบคุณที่มีอีเมล์มาถามคำถามมากขึ้น และหลายคนลงท้ายว่า “เบบี้บูมเม่อร์” แสดงว่าสิ่งที่ดิฉันเขียนไม่เสียเปล่า เพราะได้ “ฟี้ดแบ็ค” (feed back) กลับมา ดิฉันพึ่งได้คุยกับคุณจิระเดช (jiradett@gmail.com) ผู้ช่วยทำเว๊บไซท์ ทั้ง “มอนิเต้อร์”ความเคลื่อนไหวและ “อัพเดท”เว๊บให้ดิฉันโดยไม่คิดค่าบริการมาตลอด 9 เดือนนี้ (ขอบคุณมากนะคะ) คุณจิระเดชบอกว่ามีผู้เข้าเว๊บดิฉันเกินวันละหนึ่งพันคน ฟังแล้วมีแรงเขียน คำถามของคุณที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ดิฉันจะนำมาตอบทางคอลัมน์ ถาม ดิฉันแต่งงานและอยู่กับสามีอเมริกันในเมืองไทยมาหลายปี แต่ยังไม่เคยไปอเมริกา ดิฉันเคยพยายามยื่นเรื่องขอใบเขียวตอนแต่งงานใหม่ๆแต่ทางสถานทูตขอเอกสารมากจึงทิ้งเรื่อง ตอนนี้เราตั้งใจจะกลับไปอเมริกาสิ้นปี อยากถามว่าควรขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปและค่อยไปเปลี่ยนเป็นใบเขียวทีหลังหรือขอจากเมืองไทยไป สามีเคยมีประวัติคดีในอเมริกา ตอบ เรื่องที่สามีมีประวัติคดีคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ คงอาจต้องดึงเรื่องจากศาลมาดูว่า เป็นคดีอาญาสถานเบาหรือสถานหนักและเรื่องเขาปิดคดีหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ เวลาสามีพาสปอร์ตหมดอายุและเขาไปต่อเขาจะมีปัญหา แต่ถ้าเรื่องเล็กก็ไม่เป็นไร (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ ความอาญาที่ควรรู้ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บท ที่ 7) กรณีนี้ทนายต้องขอข้อมูลละเอียดจากสามีเรื่องคดีเขาหรือดึงประวัติออกมาดู กรณีคุณจะขอวีซ่าท่องเที่ยวก่อนและค่อยมาทำเรื่องใบเขียวในอเมริกาหรือขอใบเขียวจากเมืองไทยมาเลย อันใดอันหนึ่งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าตอนคุณไปขอวีซ่าท่องเที่ยวและคุณบอกทางสถานทูตว่าคุณตั้งใจจะไปทำใบเขียวในอเมริกา ทางสถานทูตอาจไม่ออกวีซ่าท่องเที่ยวให้และแนะนำให้คุณทำจากที่เมืองไทยเลย แต่ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวผ่านและมาทำเรื่องในอเมริกา ระหว่างรอเรื่องคุณต้องคอยเรื่องอยู่ในอเมริกา ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนค่ะ หลังจากคุณได้ใบเขียว คุณจึงกลับเมืองไทย […]

ตอบคำถาม

เป็นไงคะ สัปดาห์ที่แล้วดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์ มีจดหมายหงุดหงิด 2-3 ฉบับว่าไม่ได้อ่านคอลัมน์คุณรุจีแล้วหงุดหงิดและถูก“ด่า”หนึ่งฉบับว่าดิฉันไม่ตอบจดหมาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับ“พร”จากคนไม่รู้จัก มาเคลียร์กันเลยนะคะ ถ้าเป็นคำถามทางอีเมล์ดิฉันจะตอบทันที เพราะเพียงคลิก “รีพลาย” (reply) และตอบ แต่ถ้าเป็นจดหมายส่งไปรษณีย์ ดิฉันไม่ตอบส่วนตัวโดยนั่งเขียน จับใส่ซอง ติดแสตมป์และไปไปรษณีย์ส่งจดหมาย ถ้าตอบจะผ่านทางคอลัมน์กฎหมายเท่านั้น นอกจากคนที่ดิฉัน “เซ็นส์” (sense) ว่าเดือดร้อนจริงๆถึงตอบส่วนตัว การที่ทนายตอบคำถามให้คนทั่วไปที่ไม่มี “รีเลชั่นชิพ” ระหว่างทนายและลูกความ (attorney-client relationship) เป็นวิทยาทานเท่านั้น และดิฉันไม่ได้ตอบทุกฉบับ เพราะมีงานประจำทนายความต้องทำค่ะ ถ้าดิฉันเป็น Dear Abby หรือพี่กฤษณา ที่งานประจำคือไขปัญหา ดิฉันก็จะตอบให้ทุกฉบับ ดิฉันเขียนคอลัมน์แต่ละสัปดาห์ไม่ได้เงินนะคะ เริ่มเขียนครั้งแรกปี 1994 เพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าโฆษณาและขายหนังสือกฎหมาย ปัจจุบันมันง่ายกว่าที่ดิฉันจะจ่ายค่าโฆษณาเดือนละไม่กี่เหรียญกับเวลาที่ดิฉันนั่งคิดว่าหัวข้อที่จะเขียน และดึงเวลาทำงานและเวลานอนครึ่งค่อนวัน(คืน)มานั่งเขียน และรายได้จากขายหนังสือก็ไม่รวยนะคะ เพราะใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเขียนแต่ละเล่มเสร็จ ถ้าคิดเป็นค่าชั่วโมงคงขาดทุนย่อยยับ นักเขียนส่วนมากรวมดิฉันจะมีวิญญาณการเขียนและทำด้วยใจรักค่ะ เคลียร์กันนะคะ คุณแม่สอนว่า อย่าหงุดหงิดง่าย เดี๋ยวจะแก่เร็วและยังกลายเป็นคนแก่ที่น่าเบื่อ ถาม ดิฉันเป็นอเมริกันซิติเซ่น ปี 1995 คุณแม่ดิฉันแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องดิฉัน 6 […]

ตอบจดหมายและอีเมล์

คอลัมน์สัปดาห์ที่ 27 มีนา ดิฉันคุยกับแฟนคอลัมน์เรื่องดิฉันชอบตอบคำถามทางอีเมล์มากกว่าโทรศัพท์ เพราะสามารถล่นเวลาทำงานได้มากขึ้น เพราะคำถามทางอีเมล์มักจะสั้น ดิฉันสามารถตอบเป็นข้อๆและตอบจบรวดเดียว โดยไม่มีคำถาม “what if” หรือ “ถ้าสมมติว่า …………” ต่อ หลังลงคอลัมน์ ก็ได้ผลทันทีเพราะมีอีเมล์จาก เบบี้ บูมเม่อร์ เข้ามาหลายฉบับ ทั้งหมดเป็นผู้หญิง และมีจดหมายทางไปรษณีย์จากเบบี้ บูมเม่อร์ชาย (อยากจะสรุปว่าผู้หญิงมักจะ adapt หรือปรับตัวเองได้ง่ายกว่าผู้ชาย ขอโทษไม่ได้ stereotype นะคะ) แต่อย่างไรก็ตามอะไรก็ได้ค่ะ จดหมาย อีเมล์ หรือโทรศัพท์ ก็ดีไปคนละอย่าง ถ้าเป็นจดหมายหรือโทรศัพท์ ดิฉันเห็นลายมือหรือได้ยินเสียงแทบจะอ่านนิสัยคนเขียนหรือคนถามออกทันที ไม่ใช่หมอดูลายมือนะคะ แต่ดิฉันจะชำนาญในการ “สกรีน” (screen) จากประสบการณ์ที่เคยเป็นเซลส์และทนายมาหลายปี จดหมายจากเบบี้บูมเม่อร์ คุณผู้ชายคนนี้ลายมือสวย ประณีต และตั้งใจเขียนใช้ถ้อยคำสละสลวย อ่านจากลายมือได้ว่ามีความศรัทธาในตัวดิฉันมาก (จริงๆแล้วดิฉันไม่ได้อ่านลายมือเก่งขนาดนั้นหลอกค่ะ เขาเขียนบอกว่าศรัทธาในตัวดิฉัน แต่ลายมือเขาบ่งถึงความจริงใจ) และขอบคุณจากใจเช่นกันค่ะสำหรับคำชม ถาม ผมได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับซิติเซ่นเกือบ 2 ปีแล้ว ตอนยื่นเรื่องขอยกเลิกใบเขียวเงื่อนไข 90 […]

วีซ่าเกษตรกร

ในคอลัมน์เสาร์ที่ 10 มีนา ดิฉันเขียนคอลัมน์ วีซ่า H-2B ให้แฟนคอลัมน์ในเมืองไทยที่อีเมล์มาถามดิฉันเกี่ยวกับวีซ่า H-2B ก่อนที่จะไปลงสมัครโปรแกรมวางเงินเป็นเป็นแสนๆ ดิฉันดีใจที่ตัวเองสามารถเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ในวงกว้าง เมื่อต้นเดือนนี้ หนังสือพิมพ์เสรีชัยลงบทความที่สัมภาษณ์คุณคนไทยที่มาทำงานด้วยวีซ่าเกษตรกรและต้องเก็บเงินใช้หนี้ที่กู้มาทำวีซ่า กว่าจะใช้หนี้หมดถึงสองปี วีซ่าเกษตรกรได้สามปี ก็เท่ากับมีเวลาเก็บเงินเพียงหนึ่งปี ขนาดแบบอยู่ประหยัดไม่เที่ยวเลย  อ่านแล้วประทับใจมาก นึกอยากจะวิ่งไป “โซลิสิท” (solicit) หรือชักจูงให้เจ้าของไร่สวนมาจ้างเราเป็นทนายเพื่อหาชาวไร่มาทำงาน และดิฉันจะรับทำโดยคิดค่าทนายจากนายจ้างอย่างเดียวไม่เก็บจากตัวเกษตรกร พวกเขาก็จะมีค่าใช้จ่ายค่าเครื่องบินอย่างเดียวและจะสามารถเก็บเงินได้ตั้งแต่ปีแรก    คิดอยู่หลายวันประกอบกับฤดูนี้เริ่มเข้าหน้าเก็บสตรอเบอรี่ ดิฉันชอบทานสตรอเบอรี่กับ “ฮ้อท ฟัดจ์” (hot fudge) ก็จะไปซื้อสตรอเบอรี่สดที่ฟาร์มทุกสองสามวัน ตั้งใจจะถามคนขายถึงเจ้าของฟาร์ม แต่ยังจัดเวลาไม่ลงตัวเพราะถ้าเริ่มทำเคสเกษตรกร ดิฉันจะต้องดึงเวลาเรียน เวลานอนและเวลาเที่ยวไปทำเพื่อไม่ดึงเวลาจากเคสอื่น เฮ้อ อยากเป็นทสกัณฑ์ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดิฉัน“ให้”คุณได้ตอนนี้ก็คือให้ความรู้เกี่ยวกับวีซ่านี้ไปก่อน ความเป็นมาของวีซ่าเกษตรกร ปัญหาของนายจ้างทั่วไปคือการขาดคนงานทั้งประเภทมีฝีมือและไม่มีฝีมือ ยกตัวอย่างการขาดแรงงานในประเทศไทย เราขาดคนทำงานบ้าน ช่างปูนช่างไม้ ประมง ซึ่งนายจ้างต้องอาศัยแรงงานพม่า เป็นต้น ในอเมริกาก็เช่นกัน ขาดแคลนแรงงาน คนทำงานบ้าน ช่าง ประมง ชาวไร่ ชาวสวน เป็นต้น รัฐบาลเข้าใจถึงปัญหานี้ ในปี […]