ตอบคำถาม

ต้องขอขอบคุณที่มีอีเมล์มาถามคำถามมากขึ้น และหลายคนลงท้ายว่า “เบบี้บูมเม่อร์” แสดงว่าสิ่งที่ดิฉันเขียนไม่เสียเปล่า เพราะได้ “ฟี้ดแบ็ค” (feed back) กลับมา ดิฉันพึ่งได้คุยกับคุณจิระเดช (jiradett@gmail.com) ผู้ช่วยทำเว๊บไซท์ ทั้ง “มอนิเต้อร์”ความเคลื่อนไหวและ “อัพเดท”เว๊บให้ดิฉันโดยไม่คิดค่าบริการมาตลอด 9 เดือนนี้ (ขอบคุณมากนะคะ) คุณจิระเดชบอกว่ามีผู้เข้าเว๊บดิฉันเกินวันละหนึ่งพันคน ฟังแล้วมีแรงเขียน คำถามของคุณที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ดิฉันจะนำมาตอบทางคอลัมน์ ถาม ดิฉันแต่งงานและอยู่กับสามีอเมริกันในเมืองไทยมาหลายปี แต่ยังไม่เคยไปอเมริกา ดิฉันเคยพยายามยื่นเรื่องขอใบเขียวตอนแต่งงานใหม่ๆแต่ทางสถานทูตขอเอกสารมากจึงทิ้งเรื่อง ตอนนี้เราตั้งใจจะกลับไปอเมริกาสิ้นปี อยากถามว่าควรขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปและค่อยไปเปลี่ยนเป็นใบเขียวทีหลังหรือขอจากเมืองไทยไป สามีเคยมีประวัติคดีในอเมริกา ตอบ เรื่องที่สามีมีประวัติคดีคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ คงอาจต้องดึงเรื่องจากศาลมาดูว่า เป็นคดีอาญาสถานเบาหรือสถานหนักและเรื่องเขาปิดคดีหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ เวลาสามีพาสปอร์ตหมดอายุและเขาไปต่อเขาจะมีปัญหา แต่ถ้าเรื่องเล็กก็ไม่เป็นไร (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ ความอาญาที่ควรรู้ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บท ที่ 7) กรณีนี้ทนายต้องขอข้อมูลละเอียดจากสามีเรื่องคดีเขาหรือดึงประวัติออกมาดู กรณีคุณจะขอวีซ่าท่องเที่ยวก่อนและค่อยมาทำเรื่องใบเขียวในอเมริกาหรือขอใบเขียวจากเมืองไทยมาเลย อันใดอันหนึ่งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าตอนคุณไปขอวีซ่าท่องเที่ยวและคุณบอกทางสถานทูตว่าคุณตั้งใจจะไปทำใบเขียวในอเมริกา ทางสถานทูตอาจไม่ออกวีซ่าท่องเที่ยวให้และแนะนำให้คุณทำจากที่เมืองไทยเลย แต่ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวผ่านและมาทำเรื่องในอเมริกา ระหว่างรอเรื่องคุณต้องคอยเรื่องอยู่ในอเมริกา ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนค่ะ หลังจากคุณได้ใบเขียว คุณจึงกลับเมืองไทย […]

ตอบคำถาม

เป็นไงคะ สัปดาห์ที่แล้วดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์ มีจดหมายหงุดหงิด 2-3 ฉบับว่าไม่ได้อ่านคอลัมน์คุณรุจีแล้วหงุดหงิดและถูก“ด่า”หนึ่งฉบับว่าดิฉันไม่ตอบจดหมาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับ“พร”จากคนไม่รู้จัก มาเคลียร์กันเลยนะคะ ถ้าเป็นคำถามทางอีเมล์ดิฉันจะตอบทันที เพราะเพียงคลิก “รีพลาย” (reply) และตอบ แต่ถ้าเป็นจดหมายส่งไปรษณีย์ ดิฉันไม่ตอบส่วนตัวโดยนั่งเขียน จับใส่ซอง ติดแสตมป์และไปไปรษณีย์ส่งจดหมาย ถ้าตอบจะผ่านทางคอลัมน์กฎหมายเท่านั้น นอกจากคนที่ดิฉัน “เซ็นส์” (sense) ว่าเดือดร้อนจริงๆถึงตอบส่วนตัว การที่ทนายตอบคำถามให้คนทั่วไปที่ไม่มี “รีเลชั่นชิพ” ระหว่างทนายและลูกความ (attorney-client relationship) เป็นวิทยาทานเท่านั้น และดิฉันไม่ได้ตอบทุกฉบับ เพราะมีงานประจำทนายความต้องทำค่ะ ถ้าดิฉันเป็น Dear Abby หรือพี่กฤษณา ที่งานประจำคือไขปัญหา ดิฉันก็จะตอบให้ทุกฉบับ ดิฉันเขียนคอลัมน์แต่ละสัปดาห์ไม่ได้เงินนะคะ เริ่มเขียนครั้งแรกปี 1994 เพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าโฆษณาและขายหนังสือกฎหมาย ปัจจุบันมันง่ายกว่าที่ดิฉันจะจ่ายค่าโฆษณาเดือนละไม่กี่เหรียญกับเวลาที่ดิฉันนั่งคิดว่าหัวข้อที่จะเขียน และดึงเวลาทำงานและเวลานอนครึ่งค่อนวัน(คืน)มานั่งเขียน และรายได้จากขายหนังสือก็ไม่รวยนะคะ เพราะใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเขียนแต่ละเล่มเสร็จ ถ้าคิดเป็นค่าชั่วโมงคงขาดทุนย่อยยับ นักเขียนส่วนมากรวมดิฉันจะมีวิญญาณการเขียนและทำด้วยใจรักค่ะ เคลียร์กันนะคะ คุณแม่สอนว่า อย่าหงุดหงิดง่าย เดี๋ยวจะแก่เร็วและยังกลายเป็นคนแก่ที่น่าเบื่อ ถาม ดิฉันเป็นอเมริกันซิติเซ่น ปี 1995 คุณแม่ดิฉันแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องดิฉัน 6 […]

ตอบจดหมายและอีเมล์

คอลัมน์สัปดาห์ที่ 27 มีนา ดิฉันคุยกับแฟนคอลัมน์เรื่องดิฉันชอบตอบคำถามทางอีเมล์มากกว่าโทรศัพท์ เพราะสามารถล่นเวลาทำงานได้มากขึ้น เพราะคำถามทางอีเมล์มักจะสั้น ดิฉันสามารถตอบเป็นข้อๆและตอบจบรวดเดียว โดยไม่มีคำถาม “what if” หรือ “ถ้าสมมติว่า …………” ต่อ หลังลงคอลัมน์ ก็ได้ผลทันทีเพราะมีอีเมล์จาก เบบี้ บูมเม่อร์ เข้ามาหลายฉบับ ทั้งหมดเป็นผู้หญิง และมีจดหมายทางไปรษณีย์จากเบบี้ บูมเม่อร์ชาย (อยากจะสรุปว่าผู้หญิงมักจะ adapt หรือปรับตัวเองได้ง่ายกว่าผู้ชาย ขอโทษไม่ได้ stereotype นะคะ) แต่อย่างไรก็ตามอะไรก็ได้ค่ะ จดหมาย อีเมล์ หรือโทรศัพท์ ก็ดีไปคนละอย่าง ถ้าเป็นจดหมายหรือโทรศัพท์ ดิฉันเห็นลายมือหรือได้ยินเสียงแทบจะอ่านนิสัยคนเขียนหรือคนถามออกทันที ไม่ใช่หมอดูลายมือนะคะ แต่ดิฉันจะชำนาญในการ “สกรีน” (screen) จากประสบการณ์ที่เคยเป็นเซลส์และทนายมาหลายปี จดหมายจากเบบี้บูมเม่อร์ คุณผู้ชายคนนี้ลายมือสวย ประณีต และตั้งใจเขียนใช้ถ้อยคำสละสลวย อ่านจากลายมือได้ว่ามีความศรัทธาในตัวดิฉันมาก (จริงๆแล้วดิฉันไม่ได้อ่านลายมือเก่งขนาดนั้นหลอกค่ะ เขาเขียนบอกว่าศรัทธาในตัวดิฉัน แต่ลายมือเขาบ่งถึงความจริงใจ) และขอบคุณจากใจเช่นกันค่ะสำหรับคำชม ถาม ผมได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับซิติเซ่นเกือบ 2 ปีแล้ว ตอนยื่นเรื่องขอยกเลิกใบเขียวเงื่อนไข 90 […]

วีซ่าเกษตรกร

ในคอลัมน์เสาร์ที่ 10 มีนา ดิฉันเขียนคอลัมน์ วีซ่า H-2B ให้แฟนคอลัมน์ในเมืองไทยที่อีเมล์มาถามดิฉันเกี่ยวกับวีซ่า H-2B ก่อนที่จะไปลงสมัครโปรแกรมวางเงินเป็นเป็นแสนๆ ดิฉันดีใจที่ตัวเองสามารถเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ในวงกว้าง เมื่อต้นเดือนนี้ หนังสือพิมพ์เสรีชัยลงบทความที่สัมภาษณ์คุณคนไทยที่มาทำงานด้วยวีซ่าเกษตรกรและต้องเก็บเงินใช้หนี้ที่กู้มาทำวีซ่า กว่าจะใช้หนี้หมดถึงสองปี วีซ่าเกษตรกรได้สามปี ก็เท่ากับมีเวลาเก็บเงินเพียงหนึ่งปี ขนาดแบบอยู่ประหยัดไม่เที่ยวเลย  อ่านแล้วประทับใจมาก นึกอยากจะวิ่งไป “โซลิสิท” (solicit) หรือชักจูงให้เจ้าของไร่สวนมาจ้างเราเป็นทนายเพื่อหาชาวไร่มาทำงาน และดิฉันจะรับทำโดยคิดค่าทนายจากนายจ้างอย่างเดียวไม่เก็บจากตัวเกษตรกร พวกเขาก็จะมีค่าใช้จ่ายค่าเครื่องบินอย่างเดียวและจะสามารถเก็บเงินได้ตั้งแต่ปีแรก    คิดอยู่หลายวันประกอบกับฤดูนี้เริ่มเข้าหน้าเก็บสตรอเบอรี่ ดิฉันชอบทานสตรอเบอรี่กับ “ฮ้อท ฟัดจ์” (hot fudge) ก็จะไปซื้อสตรอเบอรี่สดที่ฟาร์มทุกสองสามวัน ตั้งใจจะถามคนขายถึงเจ้าของฟาร์ม แต่ยังจัดเวลาไม่ลงตัวเพราะถ้าเริ่มทำเคสเกษตรกร ดิฉันจะต้องดึงเวลาเรียน เวลานอนและเวลาเที่ยวไปทำเพื่อไม่ดึงเวลาจากเคสอื่น เฮ้อ อยากเป็นทสกัณฑ์ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดิฉัน“ให้”คุณได้ตอนนี้ก็คือให้ความรู้เกี่ยวกับวีซ่านี้ไปก่อน ความเป็นมาของวีซ่าเกษตรกร ปัญหาของนายจ้างทั่วไปคือการขาดคนงานทั้งประเภทมีฝีมือและไม่มีฝีมือ ยกตัวอย่างการขาดแรงงานในประเทศไทย เราขาดคนทำงานบ้าน ช่างปูนช่างไม้ ประมง ซึ่งนายจ้างต้องอาศัยแรงงานพม่า เป็นต้น ในอเมริกาก็เช่นกัน ขาดแคลนแรงงาน คนทำงานบ้าน ช่าง ประมง ชาวไร่ ชาวสวน เป็นต้น รัฐบาลเข้าใจถึงปัญหานี้ ในปี […]

คุยกันสนุกๆ

ตั้งแต่ดิฉันเปิดเว๊บไซท์และอีเมล์ รู้สึกว่ามีแฟนๆต่างรัฐและเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะทุกสัปดาห์จะจะมีอีเมล์เข้ามามากขึ้นและดิฉันชอบตอบคำถามทางอีเมล์ เพราะนอกจากจะช่วยให้ดิฉันมีเวลาทำงานมากขึ้นและยังมีเวลาเที่ยวมากขึ้น คนที่ใช้คอมและอีเมล์เป็นก็จะได้เปรียบเพราะสามารถติดต่อดิฉันได้ “เทว็นตี้ฟอร์-เซเว่น” (24/7 คือตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์) มีแฟนคอลัมน์บอกมาว่าชอบที่ดิฉันเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษและภาษาไทยควบคู่กัน ทำให้เรียนรู้ศัพท์ไปตัว (ดิฉันชอบให้แฟนๆคอลัมน์ทันสมัยค่ะ และเข้าใจเวลาได้ยินฝรั่งพูด) ถ้าคุณที่ใช้อีเมล์ไม่เป็นลองหัดสิคะ ไม่ยากอย่างที่คิด จำได้ว่าญาติรุ่นพี่ดิฉัน (รุ่นเบบี้ บูมเม่อร์ Baby Boomer) ทำงานแบ๊งค์ตำแหน่งใหญ่ในเมืองไทยใช้คอมไม่เป็น เล่าว่าตอนที่สิงค์โปร์เข้ามาถือหุ้นใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงระบบงาน โดยให้พวกผู้บริหารหัดใช้คอม เขาเริ่มด้วยการบังคับให้ผู้บริหารใช้อีเมล์ภายในบริษัทก่อน แทนที่จะออกจดหมายเวียนสำคัญๆเป็นกระดาษเม็มโม กลายเป็นส่งออกทางอีเมล์ ญาติดิฉันเริ่มใช้อีเมล์เป็นตั้งแต่บัดนั้นและเริ่มสนุกกับมันโดยภายหลังแทบจะเลิกยกโทรศัพท์คุยกับเพื่อนร่วมงาน อีเมล์คุยกันแทน ดิฉันอยากให้แนะนำให้คุณลองใช้คอมของลูกหลานในบ้านให้เด็กสอนให้ หรือไม่ก็ไปเรียนคอร์สผู้ใหญ่ที่ “อดัลท์สกูล” (Adult school) ตอนนี้เพิ่งเปิดลงทะเบียนภาคสปริงหรือฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ดิฉันเองเพิ่งไปลงเรียนคอร์ส (course) ไว้สองคลาส (class) ค่ะ คือ สแปนิช (Spanish) และ แบลลี่ดานซ์ (Belly Dance) ที่เมืองไซเปรส (Cypress) กับแอนนาไฮม์ (Anaheim) […]

วีซ่า H-2 B

ประกาศ ผลงานของดิฉันทั้งหมดมีหนังสือ 6 เล่มดังนี้ “รวมคอลัมน์กฎหมายเล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 ซึ่งรวมคอลัมน์เขียนลงเสรีชัยแต่ละสัปดาห์มีเนื้อหาสาระทั่วไปด้านกฎหมาย ทั้งสามเล่ม $60 หนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่ม 1 และเล่ม ,2 ฉบับ update เล่มละ $45 ให้ความรู้กฎหมายทั่วไปรวม กฎหมายอิมมิเกรชั่น กฎหมายเกี่ยวกับนายจ้างและลูกจ้าง แลนด์ลอร์ดและผู้เช่า บ้านและที่ดินการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในเมืองไทย กฎหมายครอบครัวและหย่าร้าง หนี้สินและเครดิตคาร์ด มรดกพินัยกรรม และลิฟวิ่งทรัสต์ ศาลและคดีอาญาต่างๆ และหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดชื่อ “อยู่อเมริกา” เล่มละ $35 ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอเมริกา ความเป็นอยู่และสังคมของคนอเมริกัน เพื่อให้คุณเข้าใจคนอเมริกัน ความนึกคิดของเขา และรู้จักสังคมอเมริกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถดำรงชีวิตประจำวันอยู่ในอเมริกาง่ายขึ้น ประกาศ คุณสามารถอ่านคอลัมน์นี้ได้จาก website ค่ะ http://www.rujirat.com และติดต่อดิฉันได้ทางโทรศัพท์ 714.994.5958 หรือทางแฟกส์ที่ 714.475.6939 หรืออีเมล์หาดิฉันได้ที่ attorneyruji@aol.com อย่าลืมนะคะ […]

ค่าธรรมเนียมใหม่และควรทำซิติเซ่นดีหรือไม่

เป็นไงคะ สัปดาห์แห่งความรัก 14 ก.พ. ที่พึ่งผ่านไป Happy Valentine นะคะ วันหยุดราชการหน้าคือ เพรสสิเด๊นท์ เดย์ (President’s Day) ปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ก.พ. และเทศกาลสนุกๆครั้งต่อไปคือ St. Patrick’s Day วันที่ 17 มีนา ที่ดิฉันกล่าวถึงวันเหล่านี้เนื่องจากข้อสอบซิติเซ่นใหม่ปีหน้าจะมีคำถามเกี่ยวกับวันหยุดราชการที่สำคัญ และความหมายของมัน เพื่อต้องการให้ผู้ที่จะมาเป็นอเมริกันซิติเซ่นรู้ถึงประเพณีต่างๆและความเป็นอเมริกันโดยแท้ ในหนังสือเล่มใหม่ของดิฉัน “อยู่อเมริกา” มีข้อมูลหนึ่งบท เกี่ยวกับการแบ่งเขตเวลาและวันหยุด บทนี้จะอยู่ในข้อสอบซิติเซ่นใหม่นะคะ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วลงเรื่องค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นที่จะขึ้นเดือนตุลาคม 2007 นี้ มีแฟนคอลัมน์และลูกความโทรมาขอรายละเอียดกันมาก ลูกความเก่าที่ได้ใบเขียวแล้วห่วงว่าควรรีบทำซิติเซ่นหรือไม่ ค่าธรรมเนียมใหม่ อิมมิเกรชั่นเสนอขึ้นค่าธรรมเนียมประมาณ 80% เริ่มเดือนตุลาคม 2007 ซึ่งสูงมาก โดยให้เหตุผลว่าที่จำเป็นต้องขึ้นค่าธรรมเนียม เพื่อจะได้จ้างเจ้าหน้าที่เพิ่ม เพื่อช่วยให้ “พรอเซส” (process) เคสให้เร็วขึ้น เพราะตอนนี้เคสติดค้างหรือ “แบ็คล็อก” (backlog) มาก (ขอโน็ตนะคะ ที่ดิฉันมักเขียนคำภาษาอังกฤษทับศัพท์บ่อยไม่ใช่เว่อหรือ แต่เพื่อให้คุณรู้ใช้ศัพท์และนำไปใช้ได้ […]

กฎหมายใหม่การเซ็นซัพพอร์ท

ก่อนอื่นขอรายงานข่าวอิมมิเกรชั่นเรื่องค่าธรรมเนียมจะขึ้น คองเกรสได้เสนอขึ้นค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่น ถ้าข้อเสนอผ่าน ค่าธรรมเนียมจะขึ้นเดือนตุลาคมปี 2007 ประมาณ 80% ค่ะตัวอย่างค่าทำซิติเซ่นจะขึ้นจาก $330 เป็น$595 บวกค่าพิมพ์นิ้วมืออีก $70 (อันนี้ไม่ขึ้น) รวม $665 เมื่อคุณทำใบเขียวแต่งงานหรือใบเขียวครอบครัวกรุ๊บอื่นๆที่ครอบครัวยื่นให้ (โปรดอ่านเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว เพิ่มในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บท “ใบเขียว” หน้า 4-8) และใบเขียวจากการทำงานในกรณีที่เจ้าของร้านที่ยื่นให้เป็นญาติกับคุณ ผู้ยื่นเรื่องเรียก “เพอร์ทิชันเน่อร์” (petitioner) หรือสปอนเซ่อร์ต้องกรอกฟอร์ม I-864 เรียก “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท”(Affidavit of Support) รับรองกับรัฐบาลว่า ในกรณีที่ผู้ที่ได้ใบเขียวไปรับสวัสดิการรัฐบาล รัฐบาลสามารถเรียกเก็บเงินจาก “เพอร์ทิชันเน่อร์” หรือสปอนเซ่อร์ให้ใช้เงินรัฐบาลได้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2006 อิมมิเกรชั่นผ่านกฎระเบียบการใหม่เกี่ยวกับการเซ็นซัพพอร์ท ซึ่งทำให้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก สวัสดิการสังคม ตามกฎอิมมิเกรชั่น คุณสามารถขอใช้สวัสสดิการสังคมหลังจากคุณได้ใบเขียว 5 ปีขึ้นไป สวัสดิการสังคมแยกเป็นสองโปรแกรมคือ (1) สวัสดิการสังคมของรัฐบาลกลาง และ (2) […]

อะไรใหม่ในอิมมิเกรชั่น

สวัสดีค่ะ ดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์หลายสัปดาห์ มีแฟนคอลัมน์จดหมายมาตามและโทรมาแจ้งว่าติดต่อดิฉันไม่ได้เนื่องจากเบอร์โทรออฟฟิสดิฉันในหนังสือพิมพ์ตรงกรอบโฆษณาขายหนังสือ ลงผิดเป็น 714-944-5958 ดิฉันแจ้งแก้กับเสรีชัยแล้วค่ะ จกโน้ตลงเลยนะคะ เบอร์โทรออฟฟิสที่ถูกต้องคือ 714-994-5958 ถือโอกาสขอบคุณผู้ที่ส่งก๊าร์ดปีใหม่ให้ดิฉันทุกคนด้วยค่ะ ดิฉันเปิดอ่านทุกใบ และแฮ็ปปี้ที่สามารถ “ให้” วิทยาทานต่อคุณๆได้ พาสปอร์ตเข้าออกเม็กซิโก เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค 2007 นี้ อเมริกันซิติเซ่นต้องแสดงพาสปอร์ตเมื่อเดินทางเข้าออกเม็กซิโก และเบอร์มิวด้า คุณต้องแสดงพาสปอร์ตอเมริกันเมื่อกลับเข้าอเมริกา ก่อนหน้านี้ไม่ต้อง กฎนี้ใช้เฉพาะเดินทางด้วยสายการบินเท่านั้น ถ้าคุณไปทางเรือหรือขับรถ คุณไม่ต้องแสดงพาสปอร์ตตอนเข้าประเทศ แต่ดิฉันแนะนำให้คุณนำพาสปอร์ตติดตัวถ้าคุณไปเรือ เพราะถ้ามีปัญหาบางอย่าง เช่น คุณเจ็บป่วยกะทันหันและต้องบินกลับเข้าอเมริกา คุณจะไม่สามารถเข้าอเมริกาได้ถ้าไม่มีพาสปอร์ต ข้อนี้เกี่ยวกับพาสปอร์ตอย่างเดียวนะคะ อย่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับวีซ่า ผู้ถืออเมริกันพาสปอร์ตไม่ต้องทำวีซ่าเข้าประเทศเม็กซิโกหรือเบอร์มิวด้า ส่วนผู้ถือใบเขียวเมื่อบินไปเม็กซิโกต้องนำพาสปอร์ตไทยและขอวีซ่าเข้าเม็กซิโกก่อน เพราะคนไทยเข้าเม็กซิโกต้องขอวีซ่าถึงแม้คุณจะมีใบเขียวก็ตาม ใบเขียวใช้สำหรับตอนเข้าประเทศอเมริกาเท่านั้น เช่นเดียวกับผู้ถือใบเขียวเดินทางไปยุโรปต้องขอวีซ่าก่อนไปเช่นกัน ส่วนบินไปเบอร์มิวด้าดิฉันไม่แน่ใจว่าผู้ถือใบเขียวต้องขอวีซ่าเข้าหรือไม่ ขอให้คุณเช็คกับเทรเวลเอเย่นก่อนซื้อตั๋วหรือเช็คเข้าเว๊บไซท์เบอร์มิวด้า ข้อสอบซิติเซ่นใหม่ ต้นปี 2008 อิมมิเกรชั่นจะเปลี่ยนข้อสอบซิติเซ่นใหม่ ซึ่งคำถามจะเน้นให้ผู้สอบเข้าใจถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบของการเป็นพลเมืองอเมริกัน ข้อสอบจะโฟกัสถึง ระบอบประชาธิปไตย สิทธิและหน้าที่ของซิติเซ่น ภูมิศาสตร์ ประชาธิปไตยอเมริกัน ตัวบทกฎหมาย ประวัติศาสตร์อเมริกา ระบอบรัฐบาล […]

เทศกาลให้

อีกไม่กี่วันก็จะคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่แล้ว ขออวยพรเลยนะคะ เผื่อไม่ได้คุยกันสัปดาห์หน้า ขอให้สุขสันต์วันคริสต์มาสและปีใหม่คะ คอลัมน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นคอลัมน์ที่เขียนยากสำหรับดิฉัน เพราะตัวเองก็จะบิสซี่กับครอบครัวและคนรอบข้างในขณะที่พยายามรีบทำงานให้เสร็จ New Year Resolution พอใกล้ๆปีใหม่ คุณจะได้ยินคนถามบ่อยๆว่า นิวเยียร์เรสโซลูชั่นของคุณคืออะไร (What is your New Year’s Resolution?) “คุณตั้งเข็มหรือโกล (goal) อะไรสำหรับปีใหม่นี้” ตามโพลในอเมริกา นิวเยียร์เรสโซลูชั่นที่ป็อปปูล่ามากคือลดน้ำหนักหรือเลิกบุหรี่ ดิฉันไม่ชอบตั้งโกลระยะยาวหรือ long term goal เพราะมันยากที่จะทำสำเร็จ ดิฉันชอบตั้งโกลระยะสั้น อาจเป็นวันต่อวันหรือต่อสัปดาห์ เพราะจะทำสำเร็จง่ายกว่า และเมื่อสำเร็จปุ๊บก็ตั้งโกลใหม่ ไม่จำเจน่าเบื่อ โกลประจำวันของดิฉันถ้าจะยืมไปใช้บ้างก็ได้นะคะ คือ “ให้”การให้ของดิฉันมีความหมายกว้างมาก ไม่เพียงแต่ไปทำบุญทำทานเท่านั้น ดิฉันโชคดีหน่อยที่สามารถ“ให้”ได้ทุกวันเนื่องจากอาชีพทนายความอำนวย เพราะดิฉันต้อง“ให้วิทยาทาน”รายวันอยู่แล้วต่อคนแปลกหน้าที่โทรศัพท์เข้ามาถามปัญหาและรายสัปดาห์เขียนคอลัมน์กฎหมายนี้ ให้ครอบครัวหรือคนรัก ถ้าอาชีพคุณไม่อำนวยที่จะพบปะพูดคุยกับคนแปลกหน้าทุกวันอย่างดิฉัน แต่คุณก็ยัง“ให้”ได้เริ่มจากครอบครัวซึ่งถือเป็นสังคมแรกของมนุษย์ การให้ไม่ได้หมายถึงแต่ให้ของขวัญปีใหม่หรือหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอย่างเดียว ดิฉันหมายถึงรวมการให้อื่นๆในสิ่งที่จับต้องไม่ได้เช่น “ให้เวลา” กับครอบครัว เวลาคุณอยู่บ้านร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ดิฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆทุกวันเสาร์พี่น้อง 5 คนนั่งครบหน้าครบตากันเป็นชั่วโมงที่โต๊ะอาหารนั่งมวนบุหรี่ให้คุณพ่อ 4 กระป๋องใหญ่ (ดิฉันไม่แน่ใจว่าคุณพ่อประหยัดมาก หรือมีจุดประสงค์ให้ลูกๆได้นั่งพร้อมหน้าพร้อมตากัน) หรือ […]