วีซ่าเกษตรกร

ในคอลัมน์เสาร์ที่ 10 มีนา ดิฉันเขียนคอลัมน์ วีซ่า H-2B ให้แฟนคอลัมน์ในเมืองไทยที่อีเมล์มาถามดิฉันเกี่ยวกับวีซ่า H-2B ก่อนที่จะไปลงสมัครโปรแกรมวางเงินเป็นเป็นแสนๆ ดิฉันดีใจที่ตัวเองสามารถเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ในวงกว้าง เมื่อต้นเดือนนี้ หนังสือพิมพ์เสรีชัยลงบทความที่สัมภาษณ์คุณคนไทยที่มาทำงานด้วยวีซ่าเกษตรกรและต้องเก็บเงินใช้หนี้ที่กู้มาทำวีซ่า กว่าจะใช้หนี้หมดถึงสองปี วีซ่าเกษตรกรได้สามปี ก็เท่ากับมีเวลาเก็บเงินเพียงหนึ่งปี ขนาดแบบอยู่ประหยัดไม่เที่ยวเลย  อ่านแล้วประทับใจมาก นึกอยากจะวิ่งไป “โซลิสิท” (solicit) หรือชักจูงให้เจ้าของไร่สวนมาจ้างเราเป็นทนายเพื่อหาชาวไร่มาทำงาน และดิฉันจะรับทำโดยคิดค่าทนายจากนายจ้างอย่างเดียวไม่เก็บจากตัวเกษตรกร พวกเขาก็จะมีค่าใช้จ่ายค่าเครื่องบินอย่างเดียวและจะสามารถเก็บเงินได้ตั้งแต่ปีแรก    คิดอยู่หลายวันประกอบกับฤดูนี้เริ่มเข้าหน้าเก็บสตรอเบอรี่ ดิฉันชอบทานสตรอเบอรี่กับ “ฮ้อท ฟัดจ์” (hot fudge) ก็จะไปซื้อสตรอเบอรี่สดที่ฟาร์มทุกสองสามวัน ตั้งใจจะถามคนขายถึงเจ้าของฟาร์ม แต่ยังจัดเวลาไม่ลงตัวเพราะถ้าเริ่มทำเคสเกษตรกร ดิฉันจะต้องดึงเวลาเรียน เวลานอนและเวลาเที่ยวไปทำเพื่อไม่ดึงเวลาจากเคสอื่น เฮ้อ อยากเป็นทสกัณฑ์ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดิฉัน“ให้”คุณได้ตอนนี้ก็คือให้ความรู้เกี่ยวกับวีซ่านี้ไปก่อน ความเป็นมาของวีซ่าเกษตรกร ปัญหาของนายจ้างทั่วไปคือการขาดคนงานทั้งประเภทมีฝีมือและไม่มีฝีมือ ยกตัวอย่างการขาดแรงงานในประเทศไทย เราขาดคนทำงานบ้าน ช่างปูนช่างไม้ ประมง ซึ่งนายจ้างต้องอาศัยแรงงานพม่า เป็นต้น ในอเมริกาก็เช่นกัน ขาดแคลนแรงงาน คนทำงานบ้าน ช่าง ประมง ชาวไร่ ชาวสวน เป็นต้น รัฐบาลเข้าใจถึงปัญหานี้ ในปี …

คุยกันสนุกๆ

ตั้งแต่ดิฉันเปิดเว๊บไซท์และอีเมล์ รู้สึกว่ามีแฟนๆต่างรัฐและเมืองไทยเพิ่มขึ้น เพราะทุกสัปดาห์จะจะมีอีเมล์เข้ามามากขึ้นและดิฉันชอบตอบคำถามทางอีเมล์ เพราะนอกจากจะช่วยให้ดิฉันมีเวลาทำงานมากขึ้นและยังมีเวลาเที่ยวมากขึ้น คนที่ใช้คอมและอีเมล์เป็นก็จะได้เปรียบเพราะสามารถติดต่อดิฉันได้ “เทว็นตี้ฟอร์-เซเว่น” (24/7 คือตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์) มีแฟนคอลัมน์บอกมาว่าชอบที่ดิฉันเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษและภาษาไทยควบคู่กัน ทำให้เรียนรู้ศัพท์ไปตัว (ดิฉันชอบให้แฟนๆคอลัมน์ทันสมัยค่ะ และเข้าใจเวลาได้ยินฝรั่งพูด) ถ้าคุณที่ใช้อีเมล์ไม่เป็นลองหัดสิคะ ไม่ยากอย่างที่คิด จำได้ว่าญาติรุ่นพี่ดิฉัน (รุ่นเบบี้ บูมเม่อร์ Baby Boomer) ทำงานแบ๊งค์ตำแหน่งใหญ่ในเมืองไทยใช้คอมไม่เป็น เล่าว่าตอนที่สิงค์โปร์เข้ามาถือหุ้นใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงระบบงาน โดยให้พวกผู้บริหารหัดใช้คอม เขาเริ่มด้วยการบังคับให้ผู้บริหารใช้อีเมล์ภายในบริษัทก่อน แทนที่จะออกจดหมายเวียนสำคัญๆเป็นกระดาษเม็มโม กลายเป็นส่งออกทางอีเมล์ ญาติดิฉันเริ่มใช้อีเมล์เป็นตั้งแต่บัดนั้นและเริ่มสนุกกับมันโดยภายหลังแทบจะเลิกยกโทรศัพท์คุยกับเพื่อนร่วมงาน อีเมล์คุยกันแทน ดิฉันอยากให้แนะนำให้คุณลองใช้คอมของลูกหลานในบ้านให้เด็กสอนให้ หรือไม่ก็ไปเรียนคอร์สผู้ใหญ่ที่ “อดัลท์สกูล” (Adult school) ตอนนี้เพิ่งเปิดลงทะเบียนภาคสปริงหรือฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ดิฉันเองเพิ่งไปลงเรียนคอร์ส (course) ไว้สองคลาส (class) ค่ะ คือ สแปนิช (Spanish) และ แบลลี่ดานซ์ (Belly Dance) ที่เมืองไซเปรส (Cypress) กับแอนนาไฮม์ (Anaheim) …

วีซ่า H-2 B

ประกาศ ผลงานของดิฉันทั้งหมดมีหนังสือ 6 เล่มดังนี้ “รวมคอลัมน์กฎหมายเล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 3 ซึ่งรวมคอลัมน์เขียนลงเสรีชัยแต่ละสัปดาห์มีเนื้อหาสาระทั่วไปด้านกฎหมาย ทั้งสามเล่ม $60 หนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่ม 1 และเล่ม ,2 ฉบับ update เล่มละ $45 ให้ความรู้กฎหมายทั่วไปรวม กฎหมายอิมมิเกรชั่น กฎหมายเกี่ยวกับนายจ้างและลูกจ้าง แลนด์ลอร์ดและผู้เช่า บ้านและที่ดินการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในเมืองไทย กฎหมายครอบครัวและหย่าร้าง หนี้สินและเครดิตคาร์ด มรดกพินัยกรรม และลิฟวิ่งทรัสต์ ศาลและคดีอาญาต่างๆ และหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดชื่อ “อยู่อเมริกา” เล่มละ $35 ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอเมริกา ความเป็นอยู่และสังคมของคนอเมริกัน เพื่อให้คุณเข้าใจคนอเมริกัน ความนึกคิดของเขา และรู้จักสังคมอเมริกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถดำรงชีวิตประจำวันอยู่ในอเมริกาง่ายขึ้น ประกาศ คุณสามารถอ่านคอลัมน์นี้ได้จาก website ค่ะ http://www.rujirat.com และติดต่อดิฉันได้ทางโทรศัพท์ 714.994.5958 หรือทางแฟกส์ที่ 714.475.6939 หรืออีเมล์หาดิฉันได้ที่ attorneyruji@aol.com อย่าลืมนะคะ …

ค่าธรรมเนียมใหม่และควรทำซิติเซ่นดีหรือไม่

เป็นไงคะ สัปดาห์แห่งความรัก 14 ก.พ. ที่พึ่งผ่านไป Happy Valentine นะคะ วันหยุดราชการหน้าคือ เพรสสิเด๊นท์ เดย์ (President’s Day) ปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ก.พ. และเทศกาลสนุกๆครั้งต่อไปคือ St. Patrick’s Day วันที่ 17 มีนา ที่ดิฉันกล่าวถึงวันเหล่านี้เนื่องจากข้อสอบซิติเซ่นใหม่ปีหน้าจะมีคำถามเกี่ยวกับวันหยุดราชการที่สำคัญ และความหมายของมัน เพื่อต้องการให้ผู้ที่จะมาเป็นอเมริกันซิติเซ่นรู้ถึงประเพณีต่างๆและความเป็นอเมริกันโดยแท้ ในหนังสือเล่มใหม่ของดิฉัน “อยู่อเมริกา” มีข้อมูลหนึ่งบท เกี่ยวกับการแบ่งเขตเวลาและวันหยุด บทนี้จะอยู่ในข้อสอบซิติเซ่นใหม่นะคะ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วลงเรื่องค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นที่จะขึ้นเดือนตุลาคม 2007 นี้ มีแฟนคอลัมน์และลูกความโทรมาขอรายละเอียดกันมาก ลูกความเก่าที่ได้ใบเขียวแล้วห่วงว่าควรรีบทำซิติเซ่นหรือไม่ ค่าธรรมเนียมใหม่ อิมมิเกรชั่นเสนอขึ้นค่าธรรมเนียมประมาณ 80% เริ่มเดือนตุลาคม 2007 ซึ่งสูงมาก โดยให้เหตุผลว่าที่จำเป็นต้องขึ้นค่าธรรมเนียม เพื่อจะได้จ้างเจ้าหน้าที่เพิ่ม เพื่อช่วยให้ “พรอเซส” (process) เคสให้เร็วขึ้น เพราะตอนนี้เคสติดค้างหรือ “แบ็คล็อก” (backlog) มาก (ขอโน็ตนะคะ ที่ดิฉันมักเขียนคำภาษาอังกฤษทับศัพท์บ่อยไม่ใช่เว่อหรือ แต่เพื่อให้คุณรู้ใช้ศัพท์และนำไปใช้ได้ …

กฎหมายใหม่การเซ็นซัพพอร์ท

ก่อนอื่นขอรายงานข่าวอิมมิเกรชั่นเรื่องค่าธรรมเนียมจะขึ้น คองเกรสได้เสนอขึ้นค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่น ถ้าข้อเสนอผ่าน ค่าธรรมเนียมจะขึ้นเดือนตุลาคมปี 2007 ประมาณ 80% ค่ะตัวอย่างค่าทำซิติเซ่นจะขึ้นจาก $330 เป็น$595 บวกค่าพิมพ์นิ้วมืออีก $70 (อันนี้ไม่ขึ้น) รวม $665 เมื่อคุณทำใบเขียวแต่งงานหรือใบเขียวครอบครัวกรุ๊บอื่นๆที่ครอบครัวยื่นให้ (โปรดอ่านเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว เพิ่มในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง บท “ใบเขียว” หน้า 4-8) และใบเขียวจากการทำงานในกรณีที่เจ้าของร้านที่ยื่นให้เป็นญาติกับคุณ ผู้ยื่นเรื่องเรียก “เพอร์ทิชันเน่อร์” (petitioner) หรือสปอนเซ่อร์ต้องกรอกฟอร์ม I-864 เรียก “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท”(Affidavit of Support) รับรองกับรัฐบาลว่า ในกรณีที่ผู้ที่ได้ใบเขียวไปรับสวัสดิการรัฐบาล รัฐบาลสามารถเรียกเก็บเงินจาก “เพอร์ทิชันเน่อร์” หรือสปอนเซ่อร์ให้ใช้เงินรัฐบาลได้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2006 อิมมิเกรชั่นผ่านกฎระเบียบการใหม่เกี่ยวกับการเซ็นซัพพอร์ท ซึ่งทำให้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก สวัสดิการสังคม ตามกฎอิมมิเกรชั่น คุณสามารถขอใช้สวัสสดิการสังคมหลังจากคุณได้ใบเขียว 5 ปีขึ้นไป สวัสดิการสังคมแยกเป็นสองโปรแกรมคือ (1) สวัสดิการสังคมของรัฐบาลกลาง และ (2) …

อะไรใหม่ในอิมมิเกรชั่น

สวัสดีค่ะ ดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์หลายสัปดาห์ มีแฟนคอลัมน์จดหมายมาตามและโทรมาแจ้งว่าติดต่อดิฉันไม่ได้เนื่องจากเบอร์โทรออฟฟิสดิฉันในหนังสือพิมพ์ตรงกรอบโฆษณาขายหนังสือ ลงผิดเป็น 714-944-5958 ดิฉันแจ้งแก้กับเสรีชัยแล้วค่ะ จกโน้ตลงเลยนะคะ เบอร์โทรออฟฟิสที่ถูกต้องคือ 714-994-5958 ถือโอกาสขอบคุณผู้ที่ส่งก๊าร์ดปีใหม่ให้ดิฉันทุกคนด้วยค่ะ ดิฉันเปิดอ่านทุกใบ และแฮ็ปปี้ที่สามารถ “ให้” วิทยาทานต่อคุณๆได้ พาสปอร์ตเข้าออกเม็กซิโก เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค 2007 นี้ อเมริกันซิติเซ่นต้องแสดงพาสปอร์ตเมื่อเดินทางเข้าออกเม็กซิโก และเบอร์มิวด้า คุณต้องแสดงพาสปอร์ตอเมริกันเมื่อกลับเข้าอเมริกา ก่อนหน้านี้ไม่ต้อง กฎนี้ใช้เฉพาะเดินทางด้วยสายการบินเท่านั้น ถ้าคุณไปทางเรือหรือขับรถ คุณไม่ต้องแสดงพาสปอร์ตตอนเข้าประเทศ แต่ดิฉันแนะนำให้คุณนำพาสปอร์ตติดตัวถ้าคุณไปเรือ เพราะถ้ามีปัญหาบางอย่าง เช่น คุณเจ็บป่วยกะทันหันและต้องบินกลับเข้าอเมริกา คุณจะไม่สามารถเข้าอเมริกาได้ถ้าไม่มีพาสปอร์ต ข้อนี้เกี่ยวกับพาสปอร์ตอย่างเดียวนะคะ อย่าเข้าใจผิดเกี่ยวกับวีซ่า ผู้ถืออเมริกันพาสปอร์ตไม่ต้องทำวีซ่าเข้าประเทศเม็กซิโกหรือเบอร์มิวด้า ส่วนผู้ถือใบเขียวเมื่อบินไปเม็กซิโกต้องนำพาสปอร์ตไทยและขอวีซ่าเข้าเม็กซิโกก่อน เพราะคนไทยเข้าเม็กซิโกต้องขอวีซ่าถึงแม้คุณจะมีใบเขียวก็ตาม ใบเขียวใช้สำหรับตอนเข้าประเทศอเมริกาเท่านั้น เช่นเดียวกับผู้ถือใบเขียวเดินทางไปยุโรปต้องขอวีซ่าก่อนไปเช่นกัน ส่วนบินไปเบอร์มิวด้าดิฉันไม่แน่ใจว่าผู้ถือใบเขียวต้องขอวีซ่าเข้าหรือไม่ ขอให้คุณเช็คกับเทรเวลเอเย่นก่อนซื้อตั๋วหรือเช็คเข้าเว๊บไซท์เบอร์มิวด้า ข้อสอบซิติเซ่นใหม่ ต้นปี 2008 อิมมิเกรชั่นจะเปลี่ยนข้อสอบซิติเซ่นใหม่ ซึ่งคำถามจะเน้นให้ผู้สอบเข้าใจถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบของการเป็นพลเมืองอเมริกัน ข้อสอบจะโฟกัสถึง ระบอบประชาธิปไตย สิทธิและหน้าที่ของซิติเซ่น ภูมิศาสตร์ ประชาธิปไตยอเมริกัน ตัวบทกฎหมาย ประวัติศาสตร์อเมริกา ระบอบรัฐบาล …

เทศกาลให้

อีกไม่กี่วันก็จะคริสต์มาสและขึ้นปีใหม่แล้ว ขออวยพรเลยนะคะ เผื่อไม่ได้คุยกันสัปดาห์หน้า ขอให้สุขสันต์วันคริสต์มาสและปีใหม่คะ คอลัมน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นคอลัมน์ที่เขียนยากสำหรับดิฉัน เพราะตัวเองก็จะบิสซี่กับครอบครัวและคนรอบข้างในขณะที่พยายามรีบทำงานให้เสร็จ New Year Resolution พอใกล้ๆปีใหม่ คุณจะได้ยินคนถามบ่อยๆว่า นิวเยียร์เรสโซลูชั่นของคุณคืออะไร (What is your New Year’s Resolution?) “คุณตั้งเข็มหรือโกล (goal) อะไรสำหรับปีใหม่นี้” ตามโพลในอเมริกา นิวเยียร์เรสโซลูชั่นที่ป็อปปูล่ามากคือลดน้ำหนักหรือเลิกบุหรี่ ดิฉันไม่ชอบตั้งโกลระยะยาวหรือ long term goal เพราะมันยากที่จะทำสำเร็จ ดิฉันชอบตั้งโกลระยะสั้น อาจเป็นวันต่อวันหรือต่อสัปดาห์ เพราะจะทำสำเร็จง่ายกว่า และเมื่อสำเร็จปุ๊บก็ตั้งโกลใหม่ ไม่จำเจน่าเบื่อ โกลประจำวันของดิฉันถ้าจะยืมไปใช้บ้างก็ได้นะคะ คือ “ให้”การให้ของดิฉันมีความหมายกว้างมาก ไม่เพียงแต่ไปทำบุญทำทานเท่านั้น ดิฉันโชคดีหน่อยที่สามารถ“ให้”ได้ทุกวันเนื่องจากอาชีพทนายความอำนวย เพราะดิฉันต้อง“ให้วิทยาทาน”รายวันอยู่แล้วต่อคนแปลกหน้าที่โทรศัพท์เข้ามาถามปัญหาและรายสัปดาห์เขียนคอลัมน์กฎหมายนี้ ให้ครอบครัวหรือคนรัก ถ้าอาชีพคุณไม่อำนวยที่จะพบปะพูดคุยกับคนแปลกหน้าทุกวันอย่างดิฉัน แต่คุณก็ยัง“ให้”ได้เริ่มจากครอบครัวซึ่งถือเป็นสังคมแรกของมนุษย์ การให้ไม่ได้หมายถึงแต่ให้ของขวัญปีใหม่หรือหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอย่างเดียว ดิฉันหมายถึงรวมการให้อื่นๆในสิ่งที่จับต้องไม่ได้เช่น “ให้เวลา” กับครอบครัว เวลาคุณอยู่บ้านร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ดิฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆทุกวันเสาร์พี่น้อง 5 คนนั่งครบหน้าครบตากันเป็นชั่วโมงที่โต๊ะอาหารนั่งมวนบุหรี่ให้คุณพ่อ 4 กระป๋องใหญ่ (ดิฉันไม่แน่ใจว่าคุณพ่อประหยัดมาก หรือมีจุดประสงค์ให้ลูกๆได้นั่งพร้อมหน้าพร้อมตากัน) หรือ …

ใบเขียวแต่งงานจากเมืองไทย

ช่วงระยะปีสองปีที่ผ่านมา ดิฉันจะทำใบเขียวแต่งงานระหว่างชายฝรั่งแต่งงานกับสาวไทยในเมืองไทยมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยุคอินเตอร์เน็ต ก็จะมีการติดต่อออนไลน์มากขึ้น เวลาดิฉันทำใบเขียวแต่งงานและเห็นสามีฝรั่งรักและให้เกียรติสาวไทย ดิฉันก็จะแฮ็ปปี้สุดๆ แต่ถ้าเห็นคู่ที่ฝรั่งพูดถึงสาวไทยโดยไม่ให้เกียรติกัน ดิฉันก็แฮ็ปปี้น้อยลงและปฏิบัติหน้าที่ตามจรรยาบรรณทนายทำตัวเป็นกลางทำเคสให้สำเร็จไป (ถึงแม้ใจไม่ค่อยเป็นกลางเพราะต้องเห็นใจสาวไทยแน่นอน) สิ่งที่ดิฉันให้คุณได้คือ ให้ความรู้กฎหมายต่อคุณผู้หญิงไทยที่ทำใบเขียวแต่งงานและอยู่ๆก็ย้ายไปอยู่ต่างแดนโดยไม่มีแบ็คกราวนด์กฎหมายและรู้สิทธิตนเอง เพราะถ้าคุณมีความรู้ด้านกฎหมายเท่ากับคุณมีอาวุธคุ้มครองตัวคุณเอง เพื่อสามีฝรั่งหรือสามีไทยที่ทำใบเขียวนำคุณมาจากเมืองไทยก็จะให้เกียรติคุณและไม่เหยียบย่ำคุณ ขั้นตอนและระยะเวลาทำใบเขียวแต่งงาน ก่อนจดทะเบียน กรณีที่แฟนฝรั่งบินมาจดทะเบียนที่เมืองไทย ก่อนที่คุณทั้งสองจะไปจดทะเบียน แฟนฝรั่งต้องไปสถานทูตอเมริกันไปขอใบคล้ายๆใบรับรองสถานภาพว่าตนเป็นโสดสามารถจดทะเบียนกับหญิงไทยได้ เรียกใบแวริฟิเคชั่น ออฟ สแตตัส (Verification of Status) เขาต้องนำพาสปอร์ตอเมริกัน และถ้าเขาเคยจดทะเบียนมาก่อนให้เขานำใบหย่าไปด้วย เขาให้ข้อความต่อหน้าท่านกงสุล จ่ายค่าธรรมเนียมและทางกงสุลออกใบรับรองให้ เมื่อได้รับรองซึ่งเป็นภาษาอังกฤษเขาก็ต้องนำไปแปลเป็นไทยและนำไปให้กระทรวงการต่างประเทศรับรอง ขอแนะนำให้นำไปให้สถานที่รับแปลเอกสารแปลและเขารับไปยื่นที่กระทรวงการต่างประเทศให้เสร็จ คุณอาจขอรายชื่อร้านแปลเอกสารจากสถานทูตได้ หลังจากคุณได้เอกสารกลับมาแล้ว คุณทั้งสองก็สามารถจูงมือกันไปจดทะเบียนได้ที่อำเภอหรือสำนักงานเขต ถ้าแฟนเป็นคนไทยที่โอนสัญชาติเป็นอเมริกันซิติเซ่น วิธีที่ถูกต้องคือทำตามข้างต้น หรือถ้าแฟนคนไทยยังมีทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทย ก็อาจจะเดินขึ้นอำเภอจดทะเบียนได้เลยในฐานะคนไทย แต่ถ้าทางอำเภอทราบว่าผู้ชายโอนสัญชาติแล้วอาจจะไม่รับจดทะเบียนและส่งกลับไปทำตามขั้นตอนข้างต้น พิธีแต่งงาน คุณอาจมีพิธีแต่งงานหรือไม่มีก็ได้ไม่จำเป็น ดิฉันมีลูกความทำพิธีสมรสที่โรงพยาบาลสงฆ์และทำบุญไปในตัว ซึ่งดิฉันว่าสวีทมากๆนอกจากจะเซฟเงินค่ากินเลี้ยงเอาเงินนั้นไปทำบุญให้พระสงฆ์แล้ว ดิฉันเชื่อว่าแฟนฝรั่งจะทึ่งที่ได้เห็นพิธีไทย แฮ็ปปี้ที่ได้ประหยัดเงิน (โดยทั่วไปฝรั่งเป็นคนประหยัดนะคะ) และดิฉันเชื่อว่าฝรั่งจะให้เกียรติคุณมากขึ้น หรือถ้าคุณอาจจะมีแต่งานเลี้ยงฉลองกันเองในครอบครัวก็ได้ อย่างไรก็ตามขอให้ถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อแสดงต่อกงสุลวันสัมภาษณ์ เปลี่ยนนามสกุล คุณอาจเปลี่ยนนามสกุลตามสามีหรือไม่เปลี่ยนโดยยังคงใช้นามสกุลไทยของคุณได้ ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายอเมริกันยอมรับค่ะ ถ้าคุณไม่เปลี่ยน เวลาคุณขอพาสปอร์ตไทยคุณยังคงชื่อและนามสกุลไทยอยู่ เวลาขอใบเขียว …

ทำงานในอเมริกา

ตั้งแต่ดิฉันออกเว๊บไซด์ จะมีแฟนคอลัมน์เมืองไทยอีเมล์มาถามบ่อยๆ ส่วนมากก็จะเป็นคำถามอยากไปทำงานในอเมริกาได้อย่างไร ไปทำงานในอเมริกา ถ้าคุณต้องการไปทำงานในอเมริกาอย่างถูกต้อง มีสองวิธีคือ (หนึ่ง) ขอวีซ่าประเภททำงาน (สอง) ขอใบเขียวหรือกรีนคาร์ด ใบเขียวมีประเภทเดียว คือถ้าคุณได้ใบเขียวไม่ว่าจากการแต่งงาน หรือล็อตเตอรี่ คุณสามารถทำงานได้ในอเมริกาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย วีซ่าทำงาน วีซ่าทำงานมีหลายประเภท (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “วีซ่าต่างชนิด”ในหนังสือ สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่งบทที่สาม หัวข้อ “ระบบวีซ่า” หน้า 3-15) ตั้งแต่งานระดับโปรเฟสชันแนลถึงระดับกรรมกร ระดับโปรเฟลชันแนลยังแยกออกเป็นกรุ๊บย่อย ตั้งแต่ระดับโปรเฟลชันแนลสูง เช่น หมอ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง นักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นต้น ถึงระดับโปรเฟลชันแนลกลาง เช่นวิศวกร นักบัญชี พยาบาล ครู สถาปนิก เป็นต้น ระดับโปรเฟลชันแนลนี้คุณต้องจบปริญญาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป และควรมีประสบการณ์ในงานที่จะไปทำ ยิ่งเรียนจบสูงหรือ/และมีประสบการณ์มากยิ่งดี ระดับโปรเฟลชันแนลสูงคุณอาจขอวีซ่าด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีนายจ้างและต้องรอโควต้า ส่วนระดับโปรเฟสชันแนลกลางซึ่งเป็นระดับที่คนทั่วไปขอ คุณต้องมีนายจ้างในอเมริกาทำเรื่องให้ซึ่งอาจต้องคอยช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับโควต้า ส่วนระดับกรรมกรหรือระดับล่าง เช่น งานแม่บ้าน งานหมอนวด งานในครัวทั่วไป ช่างต่างๆ คือระดับที่ไม่ต้องจบปริญญา แต่อาจต้องมีประสบการณ์ในงานที่จะไปทำบ้างหรือไม่มีเลย ระะดับล่างนี้บางประเภทใช้เวลานานเพราะโควต้ายาว …

ผลการเลือกตั้งต่อ ก.ม.อิมมิเกรชั่น

หลังจากการเลือกกลางเทอมพึ่งผ่านเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พรรคเดโมแครทได้เสียงข้างมากทั้งในคองเกรสและในเซเนท ขอถือโอกาสทบทวนความจำของผู้ที่เตรียมจะไปสอบซิติเซ่นนะคะ คือ ในเซเนทมีผู้แทนหรือเซเนเต้อร์ทั้งหมด 100 คน คือแต่ละรัฐมีตัวแทน เซเนเต้อร์รัฐละ 2 คน ก่อนเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ย. รีพับบลิคกันมีเสียงข้างมาก หลังเลือกตั้งเดโมแครทได้ที่นั่งเพิ่ม 6 ที่นั่งรวมปัจจุบันมีเดโมแครทเซเนเต้อร์ 51 คน รีพับบลิคกันเซเนเต้อร์ 49 คนพอที่จะทำให้ตาชั่งเอียงได้ (tip the scale) ส่วนในคองเกรสมีคองเกรสแมนทั้งหมด 435 คน จำนวนนี้ขึ้นกับจำนวนประชากรในแต่ละดิสตริคของแต่ละรัฐ รัฐใดมีพงเมืองน้อยก็มีคองเกรสแมนน้อย รัฐใดมีพลเมืองมากก็มีคองเกรสแมนมาก เคโมแครทได้ที่นั่งเพิ่ม 28 ที่นั่ง เท่ากับในสภามีเดโมแครทคองเกรสแมน 232 คนและ รีพับบลิคกันคองเกรสแมนเพียง 203 และ Speaker of the House คนใหม่เป็นเดโมแครท ผู้หญิงชื่อ แนนซี่ เพโลซี่ มาจากซานฟรานซิสโก Speaker of the …