ตอบอีเมล์เรื่อง ปัญหาวีซ่าคู่หมั้น และเมื่อผู้ยื่นขอใบเขียวให้ตาย

เป็นไงคะ วันอาทิตย์ที่แล้วเป็นวันพ่อ Father’s Day ทำอะไรให้คุณพ่อกันบ้างคะ และสัปดาห์นี้โรงเรียนปิดเทอมกัน วันหยุดราชการคราวหน้าคือวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นวัน “อินดีเพ็นเด้นท์ เดย์” (Independent Day) หรือวันประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ คุณสามารถอ่านสนุกๆเกี่ยวความเป็นมาของอเมริกา และวันหยุดต่างๆ ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 20 และหน้า 27 นอกจากจะอ่านสนุกแล้ว อ่านเพื่อเป็นความรู้ก่อนคุณไปอเมริกา และตอนไปสอบซิติเซ่น

คอลัมน์นี้จะรวบรวมอีเมล์คำถามที่น่าสนใจมาเผื่อแผ่ให้แฟนคลับฟัง ขอบคุณแฟนคลับ ที่บอกว่าเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ของดิฉันด้วย

มาวีซ่าคู่หมั้น แฟนไม่ยอมแต่งงานด้วยทำอย่างไร

ถาม ดิฉันมาอเมริกาด้วยวีซ่าคู่หมั้น ปัจจุบันอยู่เกินแล้ว 4 เดือน คืออยู่ในอเมริการวมทั้งหมด 7 เดือนแล้ว เนื่องจากแฟนบอกยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานเพราะมันเร็วเกินไป แฟนบอกขอรออีก 2-3 เดือน ดิฉันควรทำอย่างไรดี

ตอบ ตามกฎอิมมิเกรชั่นวีซ่าคู่หมั้นหรือ K-1 วีซ่า มีอายุ 90 วัน คุณต้องจดทะเบียนสมรสกับคู่หมั้นที่ยื่นเรื่องให้ภายใน 90 วัน คุณจดทะเบียนกับคนอื่นไม่ได้ ถ้าไม่จดทะเบียนภายใน 90 วัน คุณต้องเดินทางกลับเมืองไทย โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “วีซ่าคู่หมั้น” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 4-15 ถ้าคุณจดทะเบียนสมรสหลัง 90 วันกับคู่หมั้น เนื่องจากมีความจำเป็นจริงๆที่เป็นเรื่องสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนได้ภายใน 90 คุณต้องให้เหตุผลและหลักฐานถึงสาเหตุที่ไม่ได้จดทะเบียนภายใน 90 วัน ซึ่งทางอิมมิเกรชั่นจะพิจารณาเป็นเคสๆไป ไม่อย่างนั้นทางอิมมิเกรชั่นจะดำเนินเรื่องเนรเทศคุณออกนอกประเทศ

กรณีคุณ การที่แฟนยังไม่พร้อมไม่ใช่สาเหตุที่สุดวิสัย และ ณ.วันนี้คุณยังไม่ได้จดทะเบียน และไม่มีอะไรการันตีว่าแฟนคุณจะจดทะเบียนอีก 2-3 เดือนตามคำพูด ตอนนี้คุณมีหนทางเดียวค่ะ คือต้องเดินทางกลับเมืองไทยทันทีก่อนที่คุณจะอยู่ในอเมริกาเกินนานขึ้น เพราะตามกฎหมาย unlawful presence ถ้าคุณอยู่เกิน 6 เดือนแต่น้อยกว่า 1 ปี คุณห้ามกลับเข้าอเมริกา 3 ปีนับจากวันเดินทางออก และถ้าอยู่เกิน 1 ปี คุณห้ามกลับเข้าอเมริกา 10 ปีนับจากวันเดินทางออก โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับกฎหมาย unlawful presence ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 2-9 ตอนนี้คุณต้องนึกถึงตัวเองก่อน ไม่ต้องสนถึงแม้ว่าแฟนคุณจะขอร้องให้อยู่ (เชื่อดิฉันค่ะ โดยสัญชาติญาณผู้ชาย คุณยิ่งตามเขายิ่งหนี ฉะนั้นถ้าคุณเป็นฝ่ายหนี เขายิ่งตาม ดิฉันขอเป็น .“พี่ศิราณี” ไปในตัว)เมื่อเขาเห็นคุณเตรียมตัวกลับจริงและพยายามให้ความหวังว่าจะจดทะเบียนกับคุณในอนาคต เพราะถึงแม้แฟนคุณจะรีบวิ่งไปจดทะเบียนกับคุณวันนี้ก่อนคุณเดินทางออกนอกประเทศ คุณยังต้องยื่นเรื่องขอใบเขียวเข้าทางสถานทูตและไปรอรับใบเขียวที่เมืองไทยอยู่ดี เพราะดิฉันไม่คิดว่าอิมมิเกรชั่นจะแอ็พพรูฟเรื่องที่คุณอยู่เกิน 90 วัน และมองอีกแง่หนึ่งคือถ้าหลังคุณจากไปแล้ว ถ้าแฟนคิดได้ว่าขาดคุณไม่ได้ และวิ่งตามกลับไปจดทะเบียนที่เมืองไทย ก็ไม่ได้เสียเวลาเพราะคุณต้องกลับไปยื่นเรื่องผ่านสถานทูตอยู่ดี หรือถ้าเขาไม่รักคุณจริงไม่ตามกลับไปแต่ง คุณจะไม่เปลืองใจเปลืองกายกับเขา และในอนาคตคุณพบรักแท้ คุณจะได้ไม่มีปัญหาทำเรื่องกลับเข้าอเมริกาอีก และคราวหน้า คุณบอกแฟนใหม่ไปเลยว่าไม่ทำวีซ่าคู่หมั้นอีกแล้ว ถ้ารักจริงให้จดทะเบียนที่เมืองไทยทำใบเขียวไปอเมริกาเลย

ผู้ยื่นเรื่องใบเขียวให้ตาย ทำอย่างไรต่อไป

ถาม ดิฉันเป็นซิติเซ่น แม่ดิฉันยื่นเรื่องให้พี่น้อง 6 คนตั้งแต่ปี 1995 พี่น้องสามคนอยู่ในอเมริกา อีกสามคนอยู่เมืองไทย ซึ่งตอนนี้อยู่เมืองไทย ปี 1999 แม่ตายหลังจากเรื่องแอ็พพรูฟแล้ว ตอนนี้สามคนที่อยู่ในอเมริกาได้ใบเขียวเรียบร้อยแต่สามคนที่อยู่เมืองไทยไม่ได้ ดิฉันพยายามเขียนจดหมายและโทรไปที่ Laguna Niguel ไม่สำเร็จ มีวิธีทำอย่างไรได้บ้างที่จะเอาพี่น้องมา

ตอบ ก่อนหน้านี้ ถ้าตัวผู้ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณตายก่อนที่ผู้รับจะได้ใบเขียว เคสจะถูกยกเลิก เมื่อก่อนจึงมีคำพังเพยว่า “เมื่อผู้ยื่นเรื่องตาย เคสตายพร้อมผู้ยื่น” เนื่องจากอิมมิเกรชั่นใช้เวลานานมากที่จะพรอเซสเคสใบเขียว จึงไม่แฟร์ที่ผู้รับจะอดได้ใบเขียวตามผู้ตาย คองเกรสจึงได้ผ่านกฎหมายแก้ออกมาไม่กี่ปีนี้ (ดิฉันจำไม่ได้ว่าปีใด) INA213A(f)(5)(B) ในกรณีเคสใบเขียวครอบครัว ถ้าผู้ยื่นเรื่องเรียก “เพอร์ทิชันเน่อร์ (petitioner) ตายหลังเคสแอ็พพรูฟแล้ว คุณยังสามารถดำเนินเรื่องต่อได้ โดยคุณหาผู้เซ็นรับรองซัพพอร์ทแทนผู้ตายได้เรียก “ซับสติถูด สปอนเซ่อร์” (substitute sponsor) ตราบใดที่ผู้เซ็นแทนเป็นญาติพี่น้องกับตัวผู้รับใบเขียวเรียก “เบเนฟิเชียรี่” หรือในที่นี้เขาคือ “อินเท็นดิ้ง อิมมิแกรนท์” (Intending Immigrant) ดังนี้ คู่สมรส (spouse) พ่อ/แม่ (parent) พี่น้อง และอาจเป็นคนละพ่อหรือคนละแม่ได้ (อิมมิเกรชั่นใช้คำว่า .“ซิบบลิ้ง”sibling แทนที่จะเป็น brother/sister) ปู่ย่าตายาย (grandparent) บุตรอายุ 18 ปีขึ้นไป (child if at least 18 years of age) พ่อเขยแม่เขย หรือพ่อตาแม่ยาย (father-in-law/mother-in-law) พี่เขย น้องเขย (brother-in-law) พี่สะไภ้น้องสะไภ้ (sister-in-law) ลูกเขยลูกสะใภ้ (son-in-law/daughter-in-law) หลานตาหลานยาย หลานปู่หลานย่า (grandchild) และผู้ปกครองตามกฎหมาย (legal guardian) ในกรณีเคสพี่น้องของคุณ คุณในฐานะเป็นพี่น้อง และเป็นซิติเซ่น และเคสนี้แอ็พพรูฟแล้ว คุณสามารถทำเคสต่อเอาพี่น้องมาได้ค่ะ ที่คุณว่าเรื่องเขาไม่ผ่าน คุณอาจยื่นเอกสารไม่ครบ เอกสารที่คุณต้องยื่นไปที่ที่แอ็พพรูฟเรื่อง ในที่นี้คือ Laguna Niguel มีดังนี้

1. ตัวเบเนฟิเชียรี่ต้องเขียนจดหมาย ขอร้องให้อิมมิเกรชั่นรื้อฟื้นเรื่องต่อเพื่อมนุษยธรรม เรียก humanitarian reinstatement ถ้าคุณไม่แน่ใจ ขอแนะนำให้คุณให้ทนายทำให้
2. ใบแอ็พพรูฟเวิลเคส
3. ใบมรณบัตรของคุณแม่
4. หลักฐานพิสูจน์ว่าคุณเป็นพี่น้องกับตัวเบเนฟิเชียรี่ (ใบเกิดของคุณและของพี่น้อง)
5. กรอกฟอร์ม I-864 Affidavit of support และเอกสารอินคัมแท็กส์ หางเช็ค ใบรับรองการทำงาน เป็นต้น ถ้าเงินรายได้คุณไม่พอ คุณสามารถมีคนเซ็นร่วมได้ joint sponsor

ถ้าทางศูนย์ Laguna Niguel แอ็พพรูฟเรื่อง เขาก็จะส่งเอกสารไปที่กงสุลค่ะ โชคดีนะคะ

ทำใบเขียวให้ลูกพร้อมพ่อ/แม่

เดี๋ยวนี้ดิฉันมีแฟนคลับใหญ่ขึ้น หลายคนโทรมาจะจีบเลยว่าเป็นแฟนดิฉันมานาน เดี๋ยวดิฉันต้องไปเอาเพลงเบิร์ด “แฟนจ๋า” มาเป็นทูนโทรศัพท์ thank you มากๆค่ะ ถ้าดิฉันไม่มีแฟนๆโทรมา ออฟฟิสก็คงเงียบเหมือนกัน

เมื่อดิฉันทำใบเขียวแต่งงานว่า มักได้ยินคำถามบ่อยๆจากลูกความที่มีลูกติดอยู่เมืองไทย ว่าควรแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกพร้อมกันไปเลยกับตนหรือควรคอย เพราะเด็กไม่อยากมาบ้าง ติดเพื่อนบ้าง หรือยังเรียนหนังสือ หรือคู่สมรสยังไม่อยากให้ลูกมา หรือปัจจัยใหญ่คือค่าใช้จ่ายสูง ดิฉันมักแนะนำให้ทำใบเขียวพร้อมกันไปเลย

แอ็พพลายใบเขียวให้ลูกเลี้ยง

ตามกฎอิมมิเกรชั่น ถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นและคุณมีลูกติดอายุไม่เกิน 18 ปียังไม่แต่งงาน ณ. วันที่คุณจดทะเบียน ถึงแม้ตอนคุณยื่นเรื่องเด็กจะเกิน 18 ปีก็ตาม แต่ตราบใดที่เด็กยังอายุไม่เกิน 21 ปี คู่สมรสซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องให้เด็กพร้อมตอนยื่นเคสให้คุณในฐานะลูกเลี้ยงหรือ “เสต็ป ชายล์ด” (step child) โดยคู่สมรสไม่ต้องรู้จักกับลูกคุณหรือเคยพบกันมาก่อน (ซึ่งต่างกับเคสลูกบุญธรรม หรือ adopted child ที่พ่อ/แม่บุญธรรมต้องมีความสัมพันธ์อยู่กับเด็กมาก่อน) เคสจะแยกเป็นเคสของใครของมัน ของคุณหนึ่งเคส และลูกแต่ละคน คุณพ่วงลูกเข้าไปกับเคสเดียวกันกับของคุณไม่ได้ คนไหนมีลูกหลายคน ค่าใช้จ่ายก็จะสูง

ผลดีของการแอ็พพลายใบเขียวพร้อมกับพ่อ/แม่

ผลดีของการแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกตอนยื่นเรื่องเคสคุณคือ

  1.       ทุ่นค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่น ตามค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นใหม่ เมื่อคุณแอ็พพลาย (apply) ใบเขียวจากการแต่งงาน ถ้าคุณให้ลูกของคุณพร้อมกัน ค่าธรรมเนียมเด็กต่ำกว่า 14 ปีจะเป็น $600 แต่ถ้าคุณไปยื่นเรื่องแยกภายหลังค่าธรรมเนียมเป็น $930 หลังที่คุณได้ใบเขียวเมื่อคุณได้ใบเขียว จะเป็นใบเขียวเงื่อนไขสองปี โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “ใบเขียวเงื่อนไข” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 4-16 เด็กจะได้ใบเขียวเงื่อนไขเช่นกัน คุณต้องยื่นเรื่อง 90 วันก่อนคบสองปี เพื่อขอยกเลิกเงื่อนไข เมื่อเรื่องผ่านคุณและลูกถึงจะได้ใบเขียวถาวรหรือที่คนไทยเรียกกันว่าใบเขียว 10 ปี (คือต้องต่ออายุทุก 10 ปี) ถ้าคุณยื่นเรื่องขอใบเขียวพร้อมกันตั้งแต่แรก และลูกได้ใบเขียวพร้อมพ่อ/แม่ต่างกันภายใน 6 เดือน พ่อ/แม่สามารถพ่วงบุตรทุกคนเข้าไปใน “แอ็พพลิเคชั่น” (application) เดียวกันตอนขอยกเลิกเงื่อนไขได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมของเด็กต่างหาก จ่ายเพียงของคุณคนเดียว ค่าธรรมเนียมขอยกเลิกเงื่อนไขได้ใบเขียวถาวร คนละ$625 เท่ากับทุ่นเงินลูกหัวละ $625
  2.     กรณีที่เด็กยังไม่พร้อมที่จะย้ายมาอยู่อเมริกา ก็ไม่เป็นไร เด็กสามารถอยู่เมืองไทยได้ แต่เด็กต้องเดินทางเข้ามาอเมริกาครั้งหนึ่งเพื่อมารับใบเขียวครั้งแรก และให้เด็กทำรีเอ็นทรี่ เพอร์มิท (Reentry Permit) ซึ่งเด็กอสามารถอยู่นอกอเมริกาได้ 2 ปี โดยเดินทางกลับเข้าอเมริกาก่อนครบ 2 ปี คิดเสียว่าให้ลูกมาเยี่ยมคุณและมาดูโรงเรียนและลาดเลาอเมริกา เผื่อลูกเปลี่ยนใจอยากมา แต่ถ้าเด็กสามารถเดินทางเข้าอเมริกาได้ทุกปี เด็กก็ไม่ต้องทำ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “รีเอ็นทรี่ เพอร์มิท” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 4-17 หัวข้อReentry Permit
  3.     เมื่อคุณได้ซิติเซ่น ลูกที่อายุต่ำกว่า 18 ปีและถือใบเขียวอยู่จะได้ซิติเซ่นด้วยโดยอัตโนมัติตามพ่อ/แม่โดยไม่ต้องยื่นเรื่องทำซิติเซ่นต่างหาก เพราะถ้าคุณได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับซิติเซ่น คุณสามารถยื่นเรื่องทำซิติเซ่นได้ภายใน 3 ปีนับจากวันที่ได้ใบเขียวแรก โดยยื่นเรื่องภายใน 90 วันก่อนครบ 3 ปี นอกจากนั้นผู้ได้ใบเขียวจากวิธีอื่นต้องคอย 5 ปีถึงจะทำซิติเซ่นได้ รวมทั้งกรณีลูกเลี้ยง (step child) ฉะนั้นคุณสามารถทำซิติเซ่นได้ภายใน 3 ปี แต่เด็กที่ได้ใบเขียวจากพ่อหรือแม่เลี้ยงต้องรอ 5 ปีถึงจะทำซิติเซ่นได้ ภายใต้กฎหมาย Child Citizenship Act ถ้าพ่อหรือแม่เด็กเป็นซิติเซ่นและเด็กมีใบเขียวอยู่ และเด็กยังอายุต่ำกว่า 18 ปี เด็กจะได้ซิติเซ่นตามพ่อ/แม่โดยอัตโนมัติ โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “Child Citizenship Act” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” บทที่ 5 กฎหมายสัญชาติซิติเซ่นหน้า 5-4
  4.     ทำทันที ดิฉันชอบคติที่คุณแม่สอนคือ “ทำทันที” เพราะคุณจะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น เลิกกับคู่สมรส หรือคู่สมรสงอแงไม่อยากทำให้ลูกคุณภายหลัง (ตอนเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ ขออะไรก็ขอได้ทั้งนั้นค่ะ) เพราะถ้าคู่สมรสไม่ยอมทำเรื่องให้บุตรภายหลัง คุณต้องเป็นคนทำให้เขาแทน ในฐานะพ่อหรือแม่ใบเขียวขอใบเขียวให้ลูกในกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง ซึ่งจะใช้เวลานานเป็นปีๆ แทนที่จะทำพร้อมกันกับคุณซึ่งได้ใบเขียวเร็วภายในไม่กี่เดือน หรือกรณีที่ลูกทีนเอจของคุณไปมีปัญหาทางกฎหมายภายหลัง อาจไม่สามารถทำใบเขียวได้อีกนาน หรือค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นขึ้นเอาๆ หรืออิมมิเกรชั่นเปลี่ยนกฎหมายใหม่ยกเลิกกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ เป็นต้น โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ “กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มหนึ่ง” หน้า 4-8 หัวข้อ ใบเขียวครอบครัว
  5.     ถ้าทั้งหมดข้างต้นยังไม่ชักจูงใจหรือ “คอนวิ๊นซ์” (convince) (ดิฉันไม่ได้ “ดัด” ฝรั่งคำไทยคำนะคะ แต่ต้องการให้คุณได้ภาษาไปในตัว) ให้คุณทำใบเขียวให้ลูกพร้อมคุณ ค่าทนายส่วนมากจะน้อยลงเมื่อทำใบเขียวให้ลูกพร้อมกันค่ะ

อั้พเดท (update) ร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่น

สัปดาห์ที่แล้วเซเนทโต้วาทีกันรุนแรงในสภา แต่ละฝ่ายก็เพิ่มอเม็นด์เม็นท์ของตนเองเพิ่มขึ้น แต่ตกลงกันไม่ได้ ตอนนี้พรรครีพับบลิคกันขู่จะพับเรื่องไปก่อน ถ้าตกลงกันไม่ได้เร็วๆนี้ ทางเดโมแครทพยายามออมชอม ถ้าตกลงกันไม่ได้ ทางสภาต้องพัก “บิล” อิมมิเกรชั่นก่อน และไปโหวดบิลอื่นๆ อิมมิเกรชั่นบิลก็อาจจะต้องคอยเข้าสภาใหม่ปีหน้า สรุปว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้านะคะ

ค่าธรรมเนียม อิมมิเกรชั่นใหม่ 30 กรกฏคม 2007

ในที่สุดรัฐบาลประกาศออกมาแล้วค่ะว่า ค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นจะปรับ “ลง” (j.k. just kidding ล้อเล่นน่า) จริงๆแล้วปรับขึ้นค่ะ หลังวันที่ 30 กรกฎาคม 2007 เคสที่ยื่นเข้าอิมมิเกรชั่นลงประทับตราไปรษณีย์วันที่ 31 ก.ค. 2007 ไปต้องจ่ายอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ ค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นคิดเป็นต่อฟอร์มที่ยื่น บางเคสยื่นหลายฟอร์ม บางเคสยื่นฟอร์มเดียว และบางเคสมีพิมพ์นิ้วมือ บางเคสไม่มี ค่าธรรมเนียมขึ้นทั้งหมดทุกฟอร์ม ในที่นี้ดิฉันไม่ได้กล่าวถึงค่าธรรมเนียมของแต่ละฟอร์ม แต่รวมค่าธรรมเนียมเป็นเคส และรวมค่าพิมพ์นิ้วมือถ้ามี คุณสามารถอ่านรายละเอียดค่าธรรมเนียมใหม่จากเว๊บไซท์ของอิมมิเกรชั่น http://www.uscis.gov

ค่าธรรมเนียมใหม่ต่อเคส

1. ค่าทำใบเขียวแต่งงานในอเมริกาเรียก “แอ้ดจัสทเม๊นท์ ออฟ สแตตัส” (Adjustment of Status) เป็นแพ็กเก็จรวม “เวิ้ร์ค เพอร์มิท” (work permit)คือใบอนุญาตทำงานระหว่างคอยใบเขียว และใบ “แอ้ดแวนซ์ พาโรล” (advance parole) คือ ใบอนุญาตให้คุณเดินทางออกนอกประเทศในระหว่างคอยใบเขียว ซึ่งสองใบนี้เท่ากับยัดเยียดให้ เพราะปัจจุบันถ้าคุณไม่ต้องการใบทำงาน หรือใบอนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ คุณก็จะจ่ายค่าธรรมเนียมน้อยลง และอีกอย่างใบ “แอ้ดแวนซ์ พาโรล” ไม่ค่อยมีความหมาย เพราะคนที่อยู่เถื่อน คือ บัตรขาเข้าหมดอายุแล้วตอนยื่นเรื่อง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศอยู่ดี เพราะถ้าคุณเดินทางออกเมื่อไร คุณจะไม่สามารถกลับเข้าอเมริกาได้อีกเป็นเวลา 10 ปีนับจากวันที่เดินทางออก ค่าธรรมเนียมใหม่ $1,090 ปัจจุบัน $585 ไม่รวมเวิ้ร์ค เพอร์มิท หรือ $765 รวมเวิ้ร์ค เพอร์มิท (โปรดอ่านข้อมูลละเอียดเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง “แอ้ดจัสทเม๊นท์ ออฟ สแตตัส” และ “คอนซูล่า พรอเซสซิ่ง” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 4 หน้า 4-3 หัวข้อ ขอใบเขียวที่ไหน)
2. ค่าทำใบเขียวของลูกถ้ายื่นเรื่องพร้อมกันกับเคส “แอ้ดจัสทเม๊นท์ ออฟ สแตตัส”ของพ่อหรือแม่ข้างต้น คิดค่าธรรมเนียมเท่ากับของผู้ใหญ่ แต่ถ้าบุตรอายุต่ำกว่า 14 ปี ค่าธรรมเนียมใหม่ $600 ปัจจุบัน $415
3. ค่าทำใบเขียวของลูกถ้ายื่นเรื่องไม่พร้อมกันกับเคส “แอ้ดจัสทเม๊นท์ ออฟ สแตตัส” ของพ่อหรือแม่ข้างต้น คิดค่าธรรมเนียมเท่ากับของผู้ใหญ่ แต่ถ้าบุตรอายุต่ำกว่า 14 ปี ค่าธรรมเนียมใหม่ $930 ปัจจุบัน $415
4. ค่าทำใบเขียวแต่งงานทำจากเมืองไทยผ่านกงสุลเรียก “คอนซูล่า พรอเซสซิ่ง” (Consular Processing) แบ่งเป็นสองขั้น ขั้นแรกยื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่น ค่าธรรมเนียมใหม่ $355 ปัจจุบัน $190 และเมื่อเรื่องแอ็พพูรูฟ จึงยื่นเรื่องขั้นสองเข้า แนชันแนล วีซ่าเซ็นเต้อร์ ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานไม่ใช่อิมมิเกรชั่น ปัจจุบันค่าธรรมเนียม $450 ซึ่งจะขึ้นเป็นเท่าไรยังไม่ทราบ ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียด
5. ค่าทำใบเขียวถาวร (ใบเขียว 10 ปี) ค่าธรรมเนียมใหม่ $625 ปัจจุบัน $275
6. ค่าต่อใบเขียวทุก 10 ปี ค่าธรรมเนียมใหม่ $450 ปัจจุบัน $260

7. ค่าทำเวิ้ร์ค เพอร์มิท หรือต่อ เวิ้ร์ค เพอร์มิท ค่าธรรมเนียมใหม่ $340 ปัจจุบัน $180
8. ค่าทำซิติเซ่น ค่าธรรมเนียมใหม่ $755 ปัจจุบัน $400
9. ค่าขอเซอร์ติฟิเคทซิติเซ่น สำหรับเด็กที่ได้ซิติเซ่นโดยอัตโนมัติจากพ่อหรือแม่ซิติเซ่น ค่าธรรมเนียมใหม่ $460 ปัจจุบัน $255

อัพเดทร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่น

กฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่ที่รอคอยกันยังไม่ผ่านนะคะ เซเนทยังถกกันอยู่ในสภา การเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาดูคือ เคสใบเขียวคนงาน โดยเฉพาะใบเขียวพ่อครัวแม่ครัว ข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลงคือ เมื่อเรื่องผ่านกรมแรงงาน และนายจ้างได้ “เลเบ้อร์เซอร์ติฟิเคท” (Labor certificate) จากกรมแรงงานแล้ว “เลเบ้อร์เซอร์ติฟิเคท”ไม่มีการหมดอายุ นายจ้างมีเวลายื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่นเมื่อไรก็ได้ ตามข้อเสนอใหม่จะมีการกำหนดระยะเวลา 6 เดือนที่นายจ้างต้องรีบยื่นเรื่องงเข้าอิมมิเกรชั่น ไม่อย่างนั้น “เลเบ้อร์เซอร์ติฟิเคท” จะหมมดอายุ และอีกข้อคือ ตามข้อเสนอใหม่ ห้ามคนงานจ่ายค่าทำใบเขียว

นายจ้างเท่านั้นที่ต้องเป็นผู้จ่ายค่าทนาย และนายจ้างห้ามรับเงินจากลูกจ้างใดๆทั้งสิ้นคือห้ามหักเงินเดือนจากลูกจ้างค่าทนาย เป็นต้น ดิฉันจะนำเสนอข่าวความคืบหน้าเป็นระยะนะคะ

แข่งบาสเก็ตบอลรอบชิงชนะเลิส

ตั้งแต่รายการ American Idol จบไป ดิฉันแก้เซ็งโดยเปลี่ยนไปดู บาสเก็ตบอล ซึ่ง NBA Finals รอบชิงชนะเลิศ เริ่มวันพฤหัสที่ 7 มิ.ย. นี้ เป็นวันแรก ระหว่าง Cavaliers ทีมตะวันออกจากเมือง Cleveland กับ Spurs ทีมตะวันตกจาก San Antonio ตั้งแต่ทีม “เลคเก้อร์ส” ของแอล เอ ตกรอบ ดิฉันก็เลิกดูบาส ตอนนี้ต้องลุ้นหน่อย จริงๆแล้วดิฉันชอบทีม Spurs แต่ในใจก็อยากให้ทีมม้ามืด “อันเดอร์ด๊อกส์” (underdogs) พลิกล็อกชนะ เพราะทีมนี้ไม่ได้ชนะมาตั้งแต่ปี 1964 ที่คุยนอกเรื่องเพราะกีฬาเป็นหัวใจและความเป็นอยู่ของคนอเมริกัน เป็นส่วนหนึ่งของการ “อยู่อเมริกา” ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” ดิฉันเขียนเรื่อง บทวัฒนธรรมอเมริกัน และวัฒนธรรมกีฬา หน้า 29 และข้อเตือนอีกอย่างนะคะ ห้ามพนันบอล ตามตลาดไทย หรือเจ้าของธุรกิจคนไทยหลายแห่งรับเป็นเจ้ามือ พนันบอล ผิดกฎหมายนะคะ ถือเป็น illegal gambling ถ้าถูกจับได้ โทษถึงเข้าคุก ยึดทรัพย์ หมดโอกาสทำซิติเซ่นหลายปี หรือสูญใบเขียว

วิธีเช็คเคสทางอิมมิเกรชั่นเว๊บไซท์

เร็วไหมคะ เผลอแป๊บแป๊บเข้าเดือนมิถุนายนหรือเดือน”จูน” (June) แล้ว เดือน “จูน”เป็นเดือนสุดท้ายของหน้าฤดูใบไม้ผลิย่างเข้าหน้าร้อนหรือ “ซัมเม่อร์”(summer) วันที่ 21 มิถุนายนนี้เป็นวันแรกอของฤดูร้อน อากาศเดือนจูนจะขมุกขมัว ฝรั่งเรียกอากาศเดือนจูนว่า “จูนกลูม” (June gloom) (อ่านเกี่ยวกับ“ฤดู”ในหนังสือ “อยู่อเมริกา”บทภูมิภาคและอากาศ หน้า 25) สำหรับผู้ที่ติดตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น ยังมีการถก(เถียง)กันในสภา อีกนานค่ะ คอลัมน์นี้ขอตอบอีเมล์และอีแฟกส์เข้ามากันเพียบประมาณ 5-10 ฉบับต่อวัน

ถาม ผมเป็นแฟนเสรีชัย ชื่นชมผลงานและข้อเขียนของคุณรุจีรัตน์มาก เพราะให้ความรู้และคำแนะนำแก่พวกเราชาวไทยเพราะกฎหมายอิมมิเกรชั่นถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชีวิตคนต่างด้าวที่ตัดสินใจมาใช้ชีวิตในอเมริกา ขอขอบคุณคุณรุจีรัตน์แทนเพื่อนๆคนไทยที่ใช้ข้อเขียนและคำแนะนำของคุณเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจอันควรอันต้องในหลายกรณี ผมขอถามคำถามดังนี้
ผมเป็นซิติเซ่นได้แอ็พพลายใบเขียวให้พี่สาวปี 1998 เคสแอ็พพรูฟ ได้ “พรายออริตี้ เดท” (Priority Date) Dec 1998 อยากทราบว่าเมื่อไรพี่สาวจะได้ใบเขียว หรือช่วยบอกวิธีเช็คเคสทางอิมมิเกรชั่นเว๊บไซท์ด้วย
ระหว่างคอยใบเขียว พี่สาวได้เดินทางมาอเมริกาและอยู่เกินวีซ่าเป็นปี ตอนนี้กลับเมืองไทยแล้วและเธออยากกลับมาอีก เธอจะไปขอวีซ่าสถานทูต ผมคิดว่าคงไม่ผ่านเพราะเคยอยู่เกิน พยายามอธิบายแต่พี่สาวไม่เชื่อ คุณรุจีรัตน์ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยเพื่อผมจะได้นำไปสนับสนุนคำอธิบายให้พี่สาวฟัง

ตอบ ขอบคุณเช่นกันค่ะ ถ้าคุณเคยดูหนังเรื่อง Pay it Forward (หรือถ้ายังไม่เคยก็ลองไปเช่าดูนะคะ ดิฉันชอบหนังเรื่องนี้มาก) ในหนังพระเอก(เด็ก)เขาตอบแทนบุญคุณด้วยการ pay it forward โดยช่วยคนอื่นต่อไปอีก 4 คน และถ้าแต่ละคนถือคตินี้ คือจาก 1x4x4x4ไปเรื่อยๆ โลกก็จะแจ่มใส โอเค ตอบคำถามเลยนะคะ
ซิติเซ่นทำใบเขียวให้พี่น้อง จัดอยู่ในกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4 คือ อยู่ภายใต้โควต้า หมายความว่าแต่ละปี ทางรัฐบาลกำหนดโควต้าประมาณ 65,000 ใบเขียวต่อปี เมื่อคุณยื่นเรื่องแอ็พพลายใบเขียว วันที่ทางอิมมิเกรชั่นรับเรื่องคือเอกสารครบหมด วันนั้นถือเป็นวันที่กำหนดคิวเข้าโควต้าของเคสนั้นๆ เรียกวันที่นั้นว่า “พรายออริตี้ เดท” (priority date).กรณีเคสพี่สาวคุณคือ คุณได้พรายออริตี้เดทเดือน ธันวาคม 1998 เนื่องจากเคสพี่น้องซิติเซ่นมีคนยื่นกันมากเป็นแสนๆต่อปี เคสจึงแบ็คล็อกมาก ปัจจุบันเคสใบเขียวให้พี่น้องใช้เวลาประมาณ 11 ปี เท่ากับเคสพี่สาวคุณควรจะได้เรียกประมาณปี 2009 นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลง ตามร่างกฎหมายใหม่ที่กำลังถกกันในคองเกรสอยู่ตอนนี้ ถ้าผ่าน ทางอิมมิเกรชั่นต้องโละเคสใบเขียวครอบครัวทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 8 ปี ก็จะทำให้เคสพี่สาวคุณได้เร็วขึ้น
วิธีเช็คเคสจากอิมมิเกรชั่นทำดังนี้
คุณคลิกเข้าไปที่ http://travel.state.gov/visa/frvi/bulletin/bulletin_1360.html และคลิคเข้า current bulletin และ stroll down ไปถึงตารางแรก เขียนว่า Family และถัดไปเขียน All Chargeability Areas Except Those Listed ตรงช่อง Family จะแบ่งเป็นกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ 1st; 2A, 2B,3rd, 4th กรุ๊บ 1st และถัดไปตรง All Chargeability Areas Except Those Listed เป็นวันที่ วิธีอ่านคือ ดูว่าเคสของคุณอยู่ในกรุ๊บไหน และดูวันที่ ในกรณีคุณ เคสพี่สาวคุณอยู่กรุ๊บ 4 หรือ 4th ซึ่ง ณ.เดือน June 2007 นี้ เคสกรุ๊บ 4 ตรงกับวันที่ 08 June 1996 หมายความว่า ขณะนี้อิมมเกรชั่นกำลัง “พรอเซ็ส” เคสที่ยื่นเดือนมิถุนายนปี 1996 หรือเคสที่ พรายออริตี้ เดทขึ้น 08June 1996 เคสพี่สาวคุณพรายออริตี้ เดท Dec. 1998 ก็เท่ากับเขาต้องคอยประมาณเดือน Juneปี 2010
กรุ๊บ 1st คือกรุ๊บพ่อแม่ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน
กรุ๊บ 2A คือกรุ๊บพ่อแม่ใบเขียว แอ็พพลายใบเขียวให้คู่สมรส หรือลูกที่อายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน
กรุ๊บ 2B คือกรุ๊บพ่อแม่ใบเขียว แอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่แต่งงาน
กรุ๊บ 3rd คือกรุ๊บพ่อแม่ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกที่อายุเกิน 21 ปีที่แต่งงาน
กรุ๊บ 4th คือกรุ๊บซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้อง
(โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว หัวข้อ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ครอบครัว ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” ฉบับใหม่เล่มหนึ่ง บทที่ 4ใบเขียว หน้า 4-8)
ตามที่คุณบอกว่าพี่สาวเดินทางเข้าอเมริกาและอยู่เกินเป็นปี ถึงกลับไปเมืองไทย ตอนนี้ต้องการไปขอวีซ่ามาอเมริกาอีก จริงๆแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ตรงที่พี่สาวขอวีซ่าท่องเที่ยวผ่านหรือไม่ ถึงแม้เธอจะขอไม่ผ่านมันก็จะไม่มีผลกับเคสที่คุณยื่นขอใบเขียวให้ แต่ถ้าเกิดฟลุ๊คขอผ่านก็ดี ปัญหาคือที่เป็นห่วงคือ เรื่องที่พี่สาวเคยอยู่เกินเป็นปี ตามจดหมายคุณไม่ได้บอกว่าพี่สาวเข้ามาอเมริกาปีไหน ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นภายใต้ unlawful presence ถ้าพี่สาวอยู่เกินมากกว่า 1 ปี เขาจะกลับเข้าอเมริกาไม่ได้ 10 ปีนับจากวันที่เขาเดินทางออกจากอเมริกา ถ้าตอนเรียกสัมภาษณ์รับใบเขียว พี่สาวยังอยู่ยอกประเทศไม่ครบ 10 ปี เธอก็จะมีปัญหา รับใบเขียวไมได้ ต้องยื่นเรื่องขอผ่อนผันตอนนั้น
หมายเหตุ ร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่ยังไม่ออกนะคะ

ร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่ ที่ยังไม่ผ่าน

วันจันทร์ที่ 28 พ.ค. นี้เป็นวันหยุดราชการ วัน “เม็มโมเรียล เดย์” เป็นวันไว้อาลัยทหารผ่านศึก ซึ่งตรงกับวันจันทร์สุดท้ายของเดือน พ.ค. (อ่านเกี่ยวกับวันหยุดราชการและเทสกาลต่างๆได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา”บทการแบ่งเขตเวลาและวันหยุด หน้า 27)
วันที่ 17 พ.ค. 2007 ที่ผ่านมา “คองเกรส”ผ่านร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นหรือ “อิมมิเกรชั่น บิล” ซึ่งได้ถกกันมาตั้งแต่ปีที่แล้วและผ่านมาแล้ว “เวอร์ชั่น”หนึ่ง แต่เนื่องจาก “เซเนท” ไม่เห็นด้วย บิลจึงไม่ผ่าน และคองเกรสได้แก้ไขบิลใหม่ ในที่สุดตกลงผ่านเวอร์ชั่นใหม่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. และเวอร์ชั่นนี้จะเข้าถกกันในเซเนทระหว่าง 21 – 25 พ.ค. นี้ และคาดว่าจะโหวดได้วันที่ 24-25 พ.ค. แต่ละฝ่าย คองเกรสและเซเนท สามารถแก้ไข เพิ่ม ลด ได้ฝ่ายละ 6-12 หมวด หลังผ่านแล้วก็ยังต้องเข้าคณะกรรมการ ถกกันต่อ คาดว่าถ้าตกลงกันได้ กว่าจะส่งให้ .“บุช”เซ็น ก็คงประมาณ ตุลาหรือ พ.ย.ปีนี้ถ้าตกลงกันได้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ เราก็ต้องคอยต่อไป ดิฉันจะสรุปย่อๆ “เสนอร่างกฎหมาย” ที่ผ่านไปให้เซเนทเมื่อวันที่ 17 พ.ค. นี้ จริงๆแล้วไม่อยากเขียนจนกว่า บุชจะเซ็นผ่าน แต่เพราะแฟนๆคอลัมน์หลายคนกินไม่ได้นอนไม่หลับ รวมทั้งเพื่อนก๊วนเที่ยวโทรมาชวนดิฉันให้รีบไปเที่ยวกันก่อนที่กฎหมายจะผ่านกลัวดิฉันจะบิสซี่รับเคสเละเลยอดเที่ยว ข้อเตือน อย่าลืมว่าร่างกฎหมายข้างต้นนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงอีก ฉะนั้นขอให้คุณยังไม่ต้องตื่นเต้น กลุ้มใจ ดีใจ หรือเสียใจ เมื่อไรที่กฎหมายนี้ผ่าน คือทันทีที่บุชเซ็น กฎหมายผ่าน ดิฉันจะเขียนลงละเอียดเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนี้ถ้าคุณฟังข่าวอะไร ก็ไม่ต้องตื่นเต้นมาก และโดยเฉพาะไม่ต้องรีบไปเสียสตังยอมให้เขาหลอกก่อนที่กฎหมายผ่านนะคะ

วีซ่า Z วีซ่าทำงานชั่วคราว
รัฐบาลจะออกวีซ่าทำงานใหม่เรียก Z วีซ่า สำหรับโรบินฮู้ดที่เข้าอเมริกามาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2007 โดยโรบินฮู้ดต้องยื่นเรื่องแอ็พพลาย (apply) ขอ Z วีซ่า วีซ่านี้มีอายุ 4 ปี ผู้ถือวีซ่า Z สามารถขอใบเขียวได้ในอนาคต หลังจากที่อิมมิเกรชั่นโละเคสใบเขียวครอบครัวเก่าๆหมดแล้ว กำหนดโละหมดใน 8 ปี รายละเอียดเงื่อนไขก่อนที่จะขอ Z วีซ่าคือ จ่ายค่าปรับ $1,000 ต้องมีงานทำอยู่แล้ว ต้องมีประวัติดี ถูกเช็คประวัติโดยมีการพิมพ์นิ้วมือ หลังจากได้ Z วีซ่าแล้วระยะหนึ่ง จะสามารถแอ็พพลายขอใบเขียวได้ โดยรายละเอียดยังไม่แน่ชัด แต่จะเป็นรูปสะสมคะแนนเรียก point system โดยดูจากระดับงาน อาชีพ ภาษา การศึกษาของคุณ เป็นต้น หมายความว่าพวกระดับปริญญาจะได้แอ็พพลายใบเขียวหัวๆแถว ในขณะที่ผู้มีงานไม่ดีนักและระดับการศึกษาน้อยอยู่หางแถว ตอนแอ็พพลายใบเขียวคุณยังต้องจ่ายค่าปรับอีก $4,000 ต้องมีงานทำมาตลอด ต้องมีประวัติดี พูดภาษาอังกฤษได้ และต้องคอยโควต้าอีกนานมากประมาณ 8 ปีถึง 13 ปี เพราะตามข้อเสนอทางรัฐบาลต้องโละเคสใบเขียวครอบครัวให้หมดก่อน และผู้แอ็พพลายใบเขียวจาก Z วีซ่าต้องต่อคิวหลังใบเขียวครอบครัว อันนี้เป็นข้อดีของผู้รอใบเขียวครอบครัวโดยเฉพาะพี่น้องของซิติเซ่นที่ต้องรอใบเขียวประมาณ 10-12 ปี ก็หวังจะได้โละภายใน 8 ปี ส่วนคู่สมรสและพ่อแม่ของผู้ถือ Z วีซ่าสามารถขอวีซ่า Z -2 ติดตามมาได้ และบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปียังไม่สมรสสามารถขอวีซ่า Z-3 ได้

วีซ่า Y เกสท์เว้ร์คเค่อร์วีซ่า
วีซ่า Y เป็นวีซ่าเกสท์เว้ร์คเค่อร์ วีซ่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลต้องการปฏิรูปวีซ่า เนื่องจากแรงผลักดันจากประเทศเม็กซิโกที่ต้องการให้เกษตรกรจากเม็กซิโกที่เข้ามาทำฟาร์มหาเงินส่งกลับไปจุนเจือบ้าน ได้วีซ่าอยู่อย่างถูกกฎหมายแทนที่จะเป็นวีซ่าเข้าออกรายวัน Day pass วีซ่านี้เป็นวีซ่าชั่วคราวสองปี จากวีซ่า Y นี้ไม่มีโอกาสจะเปลี่ยนจาก Y เป็นใบเขียวเช่นวีซ่า Z แต่ผู้ถือวีซ่า Y อาจแต่งงานและทำใบเขียวได้ภายหลัง นายจ้างต้องลงโฆษณาหาคนงานอเมริกันก่อน ถ้าหาไม่ได้ถึงทำเรื่องนำคนงานต่างด้าวเข้ามา นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงตามค่าแรงตามท้องตลาด วีซ่า Y แบ่งเป็น Y-1; Y-2A และY-2B

Y-1 เป็นวีซ่าทำงานชั่วคราวสองปี ต่ออายุได้สองครั้ง เมื่อคุณทำงานครบสองปี คุณต้องเดินทางออกนอกประเทศและอยู่นอกประเทศหนึ่งปี ถึงจะต่อวีซ่า Y-1 กลับเข้ามาใหม่ได้ คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีสามารถขอวีซ่า Y-3 ติดตามเข้ามาได้ โดยมีเงื่อนไขว่า ตัวผู้ถือวีซ่า Y ต้องเซ็นซัพพอร์ทโดยต้องมีรายได้ 150% เกินรายได้ขั้นต่ำตามที่รัฐบาลกำหนด และ ต้องมีประกันเจ็บป่วยให้คู่สมรสและบุตร
Y-2A เป็นวีซ่าสำหรับอาชีพ เกษตรกร คนเลี้ยงแกะ คนเลี้ยงแพะ และคนทำฟาร์มวัวรีดนม อายุวีซ่า 10 เดือน และต่อไม่ได้
Y-2B เป็นวีซ่าทำงานอื่นๆนอกเหนือจากอาชีพ เกษตรกร คนเลี้ยงแกะ คนเลี้ยงแพะ และคนทำฟาร์มวัวรีดนม วีซ่า Y-2A อายุวีซ่า 10 เดือน และต่อไม่ได้

ผู้ถือวีซ่ากรุ๊บ Y เมื่อวีซ่าหมดต้องเดินทางออกนอกประเทศ ถ้าไม่ออกและกลายเป็นโรบินฮู้ด จะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่าอื่นหรือขอใบเขียวได้

การเปลี่ยนแปลงใบเขียวครอบครัว
หมวดนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากโดยเปลี่ยนโควต้า และยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ ดังนี้คือ ปัจจุบันใบเขียวครอบครัว แบ่งเป็น 5 กรุ๊บคือ
อิมมีเดียท เรเลทีฟ คือ ใบเขียวคู่สมรสของซิติเซ่น และบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่สมรสของซิติเซ่น และพ่อแม่ของซิติเซ่น กรุ๊บนี้ไม่มีโควต้าจำกัด ขอได้เร็ว 4-8 เดือน (4 เดือนขอในอเมริกา 7-8 เดือนขอจากสถานทูต) ถึงแม้คู่สมรส บุตร และพ่อแม่จะเป็นโรบินฮู้ดแล้วก็ตาม ซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ได้ ตามข้อเสนอร่างกฎหมายใหม่ จะจำกัดโควต้าให้พ่อแม่ของซิติเซ่นเพียง 40,000 ใบเขียวต่อปี แต่ในขณะเดียวกันก็จะออกวีซ่าประเภทใหม่ให้พ่อแม่มาเยี่ยมลูกที่เป็นซิติเซ่นในอเมริกา โดยอนุญาตให้เข้ามาอยู่ได้ปีละ 100 วัน ซึ่งข้อดีคือพ่อแม่ซิติเซ่นหลายคนที่ไม่อยากได้ใบเขียวแต่มีปัญหาตอนขอวีซ่าท่องเที่ยว เลยต้องทำใบเขียว ถ้ากฎหมายนี้ผ่านก็จะสบายขึ้น แต่ข้อเสียคือพ่อแม่หลายคนที่อยู่เป็นโรบินฮู้ด นั่งรอคอยว่าเมื่อไรลูกจะได้ซิติเซ่น เพื่อลูกจะได้ทำใบเขียวให้พ่อโดยพ่อแม่ไม่ต้องกลับไปรับใบเขียวที่สถานทูตในเมืองไทย แต่ถ้าใบเขียวให้พ่อแม่จำกัดโควต้า ก็หมายความว่าพ่อแม่ที่อยู่เถื่อนเป็นโรบินฮู้ดแล้วไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ ต้องกลับเมืองไทยซึ่งจะทำให้กลับเข้ามาใหม่ไม่ได้
กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์หนึ่ง คือ ใบเขียวของลูกซิติเช่นที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่สมรส กรุ๊บนี้จะถูกยกเลิก
กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง แบ่งเป็น 2A และ 2B กรุ๊บ 2A คือ ใบเขียวคู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 21ปีที่ยังไม่สมรส ของผู้ถือใบเขียว ส่วนกรุ๊บ 2B คือ ใบเขียวลูกที่อายุเกิน 21 ปีที่ยังไม่สมรสของผู้ถือใบเขียว กรุ๊บนี้จะถูกยกเลิก
กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สาม คือ ใบเขียวลูกซิติเช่นที่อายุเกิน 21 ปีที่สมรสแล้ว กรุ๊บนี้จะถูกยกเลิก
กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สี่ คือ ใบเขียวพี่น้องของซิติเช่น กรุ๊บนี้จะถูกยกเลิก
ถ้าหมวดนี้ผ่าน หมายความว่าอีกหน่อยผู้เป็นซิติเซ่น สามารถทำใบเขียวให้ได้เพียงคู่สมรส บุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่สมรส และพ่อแม่เท่านั้นแต่พ่อแม่ถูกจำกัดสิทธิ คือถ้าพ่อแม่ซิติเซ่นเป็นโรบินฮู้ดแล้ว จะไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ และนอกนั้นซิติเซ่นและผู้ถือใบเขียวยังไม่สามารถทำใบเขียวให้ลูกอายุเกิน 21 ปี และลูกที่แต่งงานแล้ว และพี่น้องของซิติเซ่นได้ต่อไป แต่ดิฉันทำนายได้ว่าหมวดนี้จะต้องมีการแก้ไขอย่างแรง หรืออาจไม่ผ่าน

ใบเขียวล็อตเตอรี่
ใบเขียวล็อตเตอรี่ที่มีทุกปีจะถูกยกเลิก
ใบเขียวให้นักเรียนภายใต้ DREAM ACT
กฎหมายที่แน่นอนที่สุดที่จะผ่านคือ DREAM ACT ให้เด็กที่พ่อแม่พาเข้ามาอเมริกาตั้งแต่เด็กๆและเรียนหนังสือจบไฮสกูลในอเมริกา เรียนดี ประวัติดี กำลังเรียนมหาวิทยาลัยหรือจบแล้ สามารถขอใบเขียวได้ รายละเอียดที่แน่นอนจะออกมาภายหลัง

จิปาถะ
นอกจากกฎหมายเหล่านี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงในประเทศมาก เช่น เพิ่มเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นตามชายแดน เพิ่มกฎหมายอาญารุนแรงสำหรับผู้ที่อยู่เถื่อน หนอทำผิดกฎหมายอิมมิเกรชั้น ออกระบบให้นายจ้างรับผิดชอบโดยต้องเช็คสถานภาพคนงาน และเพิ่มค่าปรับนายจ้างที่จ้างคนงานเถื่อน
ขอให้คุณอ่านหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทกฎหมายคนเข้าเมือง บทที่ 2 และบท “ใบเขียว” บทที่ 4 เพื่อคุณจะทำความเข้าใจความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกฎหมายอิมมิเกรชั่น เมื่อเศรษฐกิจในอเมริกาตกต่ำ คนอเมริกันจะโทษแรงงานตางด้าวว่าแย่งงานพวกเขา รัฐบาลเฟเว่อร์แรงงานต่างด้าวระดับโปรเฟสชันแน่ล พวกจบปริญญาและไม่เฟเว่อร์ระดับกรรมกร ซึ่งจริงๆแล้วคนงานที่ขาดแคลนมากในอเมริกาคือพวกรากหญ้า ที่มาของการปฏิรูปกฎหมายครั้งนี้มาจากระดับรากหญ้า คืออเมริกาขาดแคลนเกษตรกรมาก (โปรดดูวีซ่า Y) ถ้ารัฐบาลจะเพิ่มโควต้าใบเขียว รัฐบาลก็ต้องไปดึงจากทางใดทางหนึ่ง ในบิลที่เสนอนี้ให้ไปดึงโควต้าใบเขียวจากใบเขียวครอบครัวมาให้ใบเขียวทำงานถ้าคุณยิ่งอ่านยิ่งงง Don’t worry ค่ะ เพื่อนดิฉันฟังดิฉันอธิบายถึงกฎหมายใหม่ตัวต่อตัว ยังบ่นว่า “เฮ้อ ฟังแล้วปวดหัว หาผัวแต่งงานดีกว่า

การหย่า และ ผลต่อใบเขียว และ ตอบอีเมล์

ถ้าคุณอ่านเว๊บไซด์ดิฉัน จะเห็นรูปทะเลที่ปรานบุรีหน้าโฮมเพจที่ดิฉันถ่าย ดูแล้วอยากไปเวเคชั่นไหมคะ ดิฉันเพิ่งเริ่มถ่ายรูปสมัครเล่น คิดว่าจะเริ่มเปลี่ยนรูปโฮมเพจไปตามฤดู วันนี้จะเขียนเรื่องแต่งๆหย่าๆ ดิฉันจะได้รับคำถามทำนองนี้บ่อยๆ คู่ที่พึ่งแต่งงานใหม่ๆระหว่างกำลังทำใบเขียว “พี่ แฟนจะหย่า จะทำอย่างไร หนูไม่ยอมหย่าได้หรือไม่” หรือบางคู่ที่พอวันที่สัมภาษณ์ผ่านได้ใบเขียว จะโทรเข้ามาว่า “พี่ เมื่อไรหนูจะหย่าได้ ถ้าแฟนไม่ยอมหย่าจะทำอย่างไร” เฮ้อ มันชั่งไม่มีความพอดีเสียเลย

กฎหมายหย่าร้าง

กฎหมายหย่าร้างในอเมริกาต่างกับเมืองไทยคือ ในเมืองไทยถ้าสามีภรรยาเต็มใจหย่าทั้งคู่ก็เดินขึ้นอำเภอหรือสำนักงานเขต เซ็นใบหย่า เสร็จเรื่อง แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมถึงต้องขึ้นศาล ส่วนในอเมริกากฎหมายต่างกันโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ ไม่ต้องรอขออนุญาตหรือบอกอีกฝ่าย หรือถึงแม้อีกฝ่ายไม่ยินยอม ระเบียบการหย่าหรือ “ดีวอร์ซโพรซี้ดเจ้อร์” (Divorce procedure) ที่จะกล่าวถึงนี้เป็นระเบียบของรัฐคาลิฟอร์เนีย (ขอให้คุณอ่านหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง บทที่ 2 หย่าร้าง ซึ่งมีข้อมูลละเอียดเรื่องกฎหมายหย่า และกฎหมายต่างๆกันของรัฐแต่ละรัฐ เพราะกฎหมายหย่าแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน)

ระเบียบการหย่า

คุณต้องยื่นเรื่องในศาล โดยฝ่ายฟ้องหย่ายื่นคำร้องขอหย่า หรือซูอีกฝ่ายขอหย่า เมื่อศาลรับเรื่องแล้ว คุณหรือให้คนอื่นหรือตัวเองเสริฟโนติสหรือหมายศาลให้อีกฝ่าย หลังจากฝ่ายที่ถูกฟ้องหย่าได้รับโนติสหมายศาล เขามีเวลาตอบโต้ภายใน 30 วัน ถ้าเขาไม่ตอบคือไม่ต้องทำอะไรเลย เมื่อครบ 30 วัน “พรอเซส” (process) ในศาลก็จะดำเนินไป ถ้าคุณอยู่รัฐคาลิฟอร์เนียใช้เวลา 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ศาลรับเรื่อง เมื่อถึงเวลา การหย่าก็จะสิ้นสุดลงโดยปริยาย โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้องไปปรากฏตัวในศาลเลย ในกรณีที่มีประเด็นทรัพย์สิน บุตรและค่าเลี้ยงดู ก็จะมีข้อเขียนเป็นสัญญายื่นเข้าไปในศาลด้วย เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สิน และบุตรอยู่กับใคร ซึ่งสองประเด็นนี้อาจยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรมขึ้นอยู่กับคู่หย่าที่จะตกลงกัน แต่ข้อตกลงเกี่ยวกับค่าเลี้ยงดูบุตร ฝ่ายที่บุตรไม่ได้อยู่ด้วยอาจเป็นพ่อหรือแม่ ฝ่ายนั้นต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรตามตารางอัตราขั้นต่ำที่รัฐกำหนด มากกว่านั้นได้แต่ห้ามน้อยกว่านั้น พ่อแม่ไม่สามารถสละสิทธิไม่รับเงินค่าเลี้ยงดูบุตรจากอีกฝ่าย เพราะถือว่าเงินนั้นเป็นเงินของบุตร ไม่ใช่เงินของคุณ ถ้าทั้งสองตกลงกันได้ก็เซ็นข้อสัญญา โดยไม่ต้องไปปรากฏตัวในศาล ข้อสัญญานั้นจะผูกมัดทั้งสองฝ่าย และการหย่าก็เป็นไปตามปกติ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ คราวนี้คุณต้องไปศาล

ไม่เซ็นหย่าได้หรือไม่

ตามที่มีอีเมล์ถามมาว่า ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมหย่าหรือไม่ยอมเซ็นหย่าได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้ค่ะ และถ้าอีกฝ่ายไม่เซ็นหย่าการหย่าก็จะสิ้นสุดโดยปริยาย ฉะนั้นถ้าคุณแต่งงานสั้นและไมมีประเด็นทรัพย์สิน หรือบุตรเข้ามาเกี่ยว คุณนั่งอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไร การหย่าก็จะสิ้นสุดโดยปริยาย กรณีที่สามีซิติเซ่นฟ้องหย่าก่อนที่จะทำใบเขียวให้ หรือระหว่างทำ ถึงแม้คุณจะไม่มีความผิดอะไร หรือเขาไปมีแฟนใหม่ ถึงคุณไม่เซ็นหย่า เขาก็หย่าได้อยู่ดี ตามกฎหมายในอเมริกาการแต่งงานเปรียบเทียบเหมือนการเซ็นสัญญาระหว่างผู้ใหญ่สองคนที่จะมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา เมื่อฝ่ายหนึ่งไม่อยากอยู่ด้วย เขาก็มีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญานั้นได้ ฉะนั้นไม่หย่าไม่ได้ค่ะ ถ้าจะทะเลาะกันเรื่องทรัพย์สินหรือบุตรก็อีกเรื่อง ก็ยังต้องหย่าอยู่ดี

ผลของการหย่ากับการทำใบเขียว

ถ้าคุณหย่าก่อนยื่นเรื่องใบเขียวคุณก็ไม่ได้ทำใบเขียว ถ้าคุณหย่าระหว่างทำใบเขียวก็ลำบากหน่อยสำหรับคุณที่เป็นโรบินฮู้ดเรียบร้อบแล้ว เพราะเมื่อถึงวันเรียกสัมภาษณ์ ก็จะไม่มีใครไปสัมภาษณ์ ขอแนะนำว่าถ้าฝ่ายซิติเซ่นต้องการหย่าจริงๆและไม่มีทางที่คุณจะเอาเขาอยู่ คุณก็ควรรีบหย่าไปให้สิ้นสุดเร็วที่สุด เพื่อคุณจะได้เป็นไทแก่ตัว และฟรีที่จะไปมีแฟนใหม่ ถ้าเจอแฟนใหม่และเขาไม่ขอแต่งงานสักทีก็ขอเขาแต่งงาน บอกตามตรงว่าคุณชอบเขาแต่ไม่มีเวลาดูใจกันนานเพราะคุณเสี่ยงที่จะถูกเนรเทศและคุณต้องการใบเขียว เพราะตอนนี้คุณเริ่มแข่งกับเวลา เพราะถ้าคุณไม่ไปปรากฏตัววันสัมภาษณ์ ทางอิมมิเกรชั่นจะส่งจดหมายมาถึง หลังจากนั้น“แคนเซิล”เคส (cancel case) และภายหลังส่งจดหมายตามเชิญให้ออกนอกประเทศ ในระหว่างที่เคสเก่ายังค้างอยู่และคุณได้แต่งงานใหม่ คุณสามารถยื่นเดสใหม่ได้ค่ะ แนะนำให้ทนายทำนะคะ เพราะเคสที่สองนี้คุณจะถูกเพ่งเล็ง

หย่าได้เมื่อไร

ส่วนคุณที่ได้ใบเขียวปุ๊บ โทรมาถามดิฉันว่าหย่าได้เมื่อไร มีระเบียบดังนี้ ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่นภายใต้กฎหมายปกป้องการแต่งงานปลอม (โปรดอ่านข้อมูลละเอียดเกี่ยวกับ “ใบเขียวเงื่อนไข” และ “กฎหมายปกป้องการแต่งงานปลอม” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 4 หน้า 4-16) ถ้าคุณได้ใบเขียวจากการแต่งงานกับซิติเซ่นในสองปีแรก คุณจะได้ใบเขียวชั่วคราวเพียงสองปีหรือเรียกใบเขียวเงื่อนไข “คอนดิชันแน่ล กรีนคาร์ด” (conditional green card) และ 90 วันก่อนครบสองปี คุณและคู่สมรสต้องยื่นเรื่องด้วยกันพร้อมเอกสารแสดงว่าคุณยังอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา เมื่อเรื่องผ่านคุณจะได้ใบเขียวถาวร ฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆอย่างพึ่งหย่าค่ะ ทนไปก่อน แต่ถ้าฝ่ายซิติเซ่นต้องการหย่าจริงๆโดยไม่ใช่ความผิดของคุณ ก็เป็นเรื่องสุดวิสัย เมื่อหย่าแล้วคุณต้องยื่นเรื่องขอยกเลิกเงื่อนไขด้วยตนเองและพิสูจน์ว่าคุณแต่งงานกันจริง มันไม่ใช่ความผิดของคุณที่หย่า หรือ/และถ้าคุณต้องถูกเนรเทศคุณจะลำบากอย่างไร

คอยสองปีกว่า

ถ้าคุณทนอยู่กับคู่สมรสได้ คุณต้องอยู่ไปอีกประมาณเกือบ 3 ปีหลังได้ใบเขียวเงื่อนไข เพราะคุณต้องยื่นเรื่องขอยกเลิกเงื่อนไข 90 วันก่อนครบสองปี และหลังจากนั้นประมาณ 6 เดือนถ้าเรื่องผ่านเรียบร้อยคุณจะได้ใบเขียวถาวรทางไปรษณีย์ ระหว่างคอยคุณยังหย่าไม่ได้ แต่ถ้าการครองรักกระท่อนกระแท่นคุณแยกกันอยู่ได้ ถ้าคุณทนต่อได้อีก 1 ปี คุณสามารถทำซิติเซ่นได้ 3 ปีนับจากวันที่ได้ใบเขียวแรก โดยยื่นเรื่องได้ 90 วันก่อนครบ 3 ปี ตอนนี้ทำซิติเซ่นเร็วมาก 4 เดือนเสร็จ คุ้มนะคะที่จะทนคอย ระหว่างคอยคุณอาจจะเริ่มเห็นใจและเห็นความดีของคู่สมรสและอยู่กันต่อไปโดยไม่ต้องทนก็ได้

หย่าหลังได้ใบเขียวถาวร

ทันทีที่คุณได้ใบเขียวถาวร และคุณตัดสินใจหย่า คุณยื่นเรื่องหย่าได้ทันที คุณไม่สูญใบเขียวค่ะ ผลกับการหย่าตอนนี้คือคุณต้องคอย 5 ปีแทนที่จะเป็นสามปีนับจากวันที่ได้ใบเขียวแรก ถึงจะยื่นเรื่องทำซิติเซ่นได้ และตอนทำซิติเซ่น คุณจะถูกสอบถามมากตอนสัมภาษณ์เกี่ยวกับการสมรส

ตอบจดหมาย

ดิฉันอยู่อเมริกามา 6-7 ปี วีซ่าขาดแล้ว พึ่งแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่นได้ 6 เดือน กำลังจะยื่นเรื่องทำใบเขียวเอกสารยังอยู่กับทนาย แต่เราเกิดทะเลาะกันอย่างแรง และสามีได้ไปคืนดีกับแฟนเก่า สามีได้ระงับเรื่องใบเขียวกับทนาย และฟ้องหย่า แถมยังขู่ว่าถ้าดิฉันไม่เซ็นจะแจ้งอิมมิเกรชั่นให้มาจับดิฉันส่งกลับ ขอถามว่า

ถาม ถ้าดิฉันไม่ยอมเซ็นหย่า จะมีผลเสียหรือไม่

ตอบ ถ้าคุณอยู่รัฐที่เป็น No Fault State เช่นรัฐคาลิฟอร์เนีย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถฟ้องหย่าได้ ฉะนั้นคุณไม่ต้องเซ็นหย่า หรือถ้าอยู่ในรัฐที่ต้องเซ็นหย่า ก็ควรจะเซ็นหย่า จะมีผลเสียหรือไม่ถ้าไม่ยอม ก็แล้วแต่สามีคุณถ้าเขาเอาจริงไปแจ้งอิมมิเกรชั่นด็เป็นผลเสียค่ะ

ถาม ถ้าดิฉันยอมเซ็นหย่า จะมีผลเสียหรือผลดีอย่างไร

ตอบ ตามที่ตอบข้างต้นค่ะ หย่าไปเถอะอย่าไปยื้อยุดเลย ไม่ตายหาใหม่ได้

ถาม ถ้ามีการฟ้องร้องถึงศาล จะได้เสียอย่างไร จะจ้างคุณรุจีรัตน์เป็นทนายได้หรือไม่

ตอบ ฟ้องศาลก็มีไม่มีใครแพ้ชนะค่ะ ทนายชนะคนเดียวคือรับเงิน เพราะยังไงก็ต้องหย่าอยู่ดี และเนื่องจากเป็นการแต่งงานระยะสั้น หย่าก็จะเป็นการหย่ารวบลัดอยู่ดี และดิฉันไม่ทำเรื่องหย่าแล้วค่ะ ทำแต่อิมมิเกรชั่นเคสค่ะกับเขียนเสรีชัยก็จะไม่มีเวลานอนอยู่แล้ว

อย่าลืมดู American Idol Finale วันอังคารและพุธหน้าที่ 22, 23 พ.ค. นะคะและโหวดด้วย

ขออยู่ต่อ Extension of Stay

สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันมีเรื่องดีใจ เสียใจ ปนกัน ที่อยากมาแชร์ให้กันฟังดังนี้คือ

(1) ดิฉันได้แอ็พพรูฟเคสใบเขียวพ่อครัวที่ถูกออดิทซึ่งทำยากพอสมควร ทั้งทนายและลูกความแฮ้ปปี้ (2)ลูกความที่ยื่นเรื่องซิติเซ่นรอคอยมาเกือบสามปีเพื่อจะเอาลูกเมียมาจากเมืองไทย สองครั้งแรกขอไม่ผ่านเนื่องจากตกภาษา พึ่งสอบซิติเซ่นผ่านสัปดาห์นี้ เคสนี้ดิฉันลุ้นมานานเพราะลูกความเคยส่งรูปลูกจากเมืองไทยตาแป๋วๆมาให้ดู (3)แฟนคอลัมน์ที่ดิฉันเคยพบครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน โทรมาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วปรับทุกปัญหาส่วนตัวซึ่งเขาหาทางออกไม่ได้ ซึ่งดิฉันรับฟังย่อๆและต้องตัดบทเพื่อรีบไปทำงานต่อ ได้ข่าวว่าเขาพึ่งฆ่าตัวตาย ทำให้ดิฉันเสียใจและเซ็งสุดๆคิดว่าดิฉันจะช่วยอะไรเขาได้หรือไม่ถ้ารับฟังเรื่องราวปรับทุกข์นานหน่อยและไม่ตัดบท วันรุ่งขึ้นดิฉันอ่านอีเมล์จากแฟนเว๊บไซด์ซึ่งเริ่มประโยคว่า “ผมติดตามอ่านคอลัมน์ของคุณรุจีมาตลอดเลยครับ และได้ซื้อหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกามาอ่านแล้ว คุณเป็น“นางฟ้า”ของคนไทยที่อยู่อเมริกาจริงๆ” อ่านแล้วทำให้ดิฉันชื่นใจมีแรงฟึ่บขึ้นมาทำงานให้คนที่อยู่ต่อไป วันนั้นทั้งวันดิฉันตั้งอกตั้งใจรับโทรศัพท์ และตอบอีเมล์ให้กำลังใจคนมากขึ้น ยังไม่รู้ว่าจะไปได้กี่น้ำ???? เพราะตัวเองก็ยอดบิสซี่ แต่จะพยายามเตือนตัวเองทุกวันค่ะ ฉะนั้นถ้าดิฉันพูดเร็วๆ (อันนี้ช่วยไม่ได้เพราะเป็นธรรมชาติของดิฉัน) และเคยตัดบทคุณก็ขอโทษด้วยนะคะ

วกเข้าเรื่องเลยนะคะ ดิฉันสัญญาแฟนคอลัมน์ที่อีเมล์มาถามว่าจะตอบในคอลัมน์กฎหมาย เรื่องควรทำเรื่องขออยู่ต่อหรือไม่ ถ้าเขากะจะแต่งงานเร็วๆนี้

วีซ่าใหญ่/วีซ่าเล็ก

เมื่อสถานทูตอเมริกันออกวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีให้คุณ เป็นวีซ่า “มัลติเพิ้ลเอ็นทรี่” คือคุณสามารถเดินทางเข้าออกอเมริกาได้โดยคุณไม่ต้องขอวีซ่าใหม่แต่ละครั้งที่คุณจะเดินทางไปอเมริกา เมื่อคุณเดินทางเข้าอเมริกา เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง (ต.ม.) หรือ “อิมมิเกรชั่น ออฟฟิสเซ่อร์.. ที่สนามบินจะแสตมป์วันที่ๆคุณเข้าประเทศ และวันที่ๆคุณต้องออกประเทศบน “บัตรขาเข้า” (เรียก Arrival Card หรือ I-94 Card) โดยปกติเจ้าหน้าที่ ต.ม. มักจะแสตมป์ให้คุณอยู่ในประเทศ 6 เดือน คนไทยส่วนมากมักเรียก วีซ่า 10 ปีว่า “วีซ่าใหญ่” และเรียกบัตรขาเข้าว่า “วีซ่าเล็ก” เมื่อคุณเดินทางกลับเมืองไทย เจ้าหน้าที่สายการบินจะดึงบัตรขาเข้า/ออกของคุณออก และรายงานเข้าอิมมิเกรชั่น ซึ่งจะเป็นเร็คคอร์ดว่าคุณได้เดินทางออกนอกประเทศแล้ว ซึ่งทางสถานทูตจะมีข้อมูลนี้เช่นกัน สมัยก่อนผู้ที่อยู่เกินเมื่อกลับเมืองไทยมักจะไปให้เจ้าหน้าที่ ต.ม. แสตมป์ย้อนหลังเพื่อตบตาสถานทูตว่าคุณไม่ได้อยู่เกินเพื่อไปขอวีซ่าใหม่ ขอเตือนเลยนะคะว่าสมัยนี้มันไม่เวิ้ร์คแล้วค่ะ ถ้าเขาไม่มีเร็คคอร์ดบัตรขาเข้าของคุณ เขาจะสันนิษฐานว่าคุณอยู่เกินและคุณจะขอวีซ่าใหม่ไม่ผ่าน(โปรดอ่านข้อมูลละเอียดเกี่ยวกับ วีซ่าท่องเที่ยว ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 3 ระบบวีซ่า หน้า 3-6)

ขออยู่ต่อ

ถ้าคุณมีความจำเป็นจริงๆต้องขออยู่ต่อเกินกว่า 6 เดือน คุณสามารถยื่นเรื่องขออยู่ต่อไปที่อิมมิเกรชั่นได้ ควรจะยื่นอย่างน้อยประมาณ 60 วันก่อนบัตรขาเข้าหมดอายุ วีซ่าเล็กต้องยังไม่ขาด ตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 (ผู้ก่อการร้ายนำเครื่องบินชนถล่มตึกเวิรลด์ เทรดในรัฐนิวยอร์ควันที่ 11 กันยา 2001) การขออยู่ต่อจะยากขึ้นและมักไม่เรื่องค่อยผ่าน นอกจากจะมี “อีเมอร์เจ็นซี่” (emergency) เหตุการณ์จำเป็นฉุกเฉินจริงๆที่คุณไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และคุณต้องแสดงหลักฐานรัดกุมด้านการ กิจการ การงาน ทางเมืองไทยว่าทุกอย่างดำเนินไปปกติในขณะที่คุณอยู่อเมริกา และโชว์ว่าคุณมีเงินซัพพอร์ทตัวเองในขณะอยู่ในอเมริกาโดยไม่ต้องทำงาน(โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มหัวข้อ “ขออยู่ต่อ” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 3 หน้า 3-18)

ระหว่างคอยเรื่อง

ระหว่างคอยเรื่องผ่านหรือไม่ คุณต้องห้ามทำงาน และบัตรขาเข้ายังไม่หมดอายุ ถ้าบัตรขาเข้าหมดอายุเมื่อไร เท่ากับคุณอยู่เกินอย่างผิดกฎหมาย ถ้าคุณเสี่ยงอยู่คอยเรื่องและเรื่องคุณผ่าน คุณก็จะไม่มีปัญหา แต่ถ้าเรื่องไม่ผ่านเท่ากับคุณเป็นโรบินฮู้ดนับตั้งแต่วันที่บัตรขาเข้าหมดอายุ

ควรยื่นเรื่องขออยู่ต่อหรือไม่

ถ้าคุณมีความจำเป็นจริงๆที่ต้องอยู่ต่อ คุณก็ต้องลองยื่นเรื่องเข้าไป แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆขอแนะนำว่าอย่ายื่น เช่นกรณีที่คุณต้องการอยู่ต่อเพื่อทำงานเก็บเงินสักพัก หรืออยากอยู่ต่อเผื่อจะได้ปิ๊งกับใครและแต่งงานทำใบเขียวภายหลัง เพราะถ้าคุณยื่นเรื่องขออยู่ต่อและเรื่องไม่ผ่าน คุณจะได้รับจดหมายเตือนให้คุณเดินทางออกจากประเทศ เท่ากับคุณไปเรียกความสนใจจากอิมมิเกรชั่น หรือถ้าคุณยื่นเรื่องขออยู่ต่อและไม่ผ่าน พอคุณจะไปขอวีซ่าเข้าอเมริกาใหม่ คุณจะขอลำบากเพราะทางสถานทูตจะสันนิษฐานว่าคราวหน้าคุณอาจจะอยู่เลยไม่กลับ

ขออยู่ต่อระหว่างยื่นเรื่องขอใบเขียว

วกกลับมาคำถาม ถ้าคุณจะแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น ดิฉันคิดว่าคุณควรพยายามจดทะเบียนก่อนที่บัตรขาเข้าจะหมดอายุและรีบยื่นเรื่องขอใบเขียว แต่ถ้าคุณลุ้นไม่ขึ้นและอีกฝ่ายยังไม่ขอแต่งงานเสียที คุณก็ต้องวัดดวงเอาว่าจะทำอย่างไร ถ้าคุณยื่นเรื่องขออยู่ต่อ และเหตุผลไม่ดีพอคือ “รอแต่งงาน” ก็คงถูกปฏิเสธกลับมา และ ถ้าเกิดคุณไม่ได้แต่ง ก็อาจจะเป็นการเสี่ยงมากกว่าที่จะปล่อยให้วีซ่าขาด (เงียบๆ) เพราะเมื่อคุณยื่นเรื่องเข้าไป ทางอิมมิเกรชั่นจะเพ่งเล็งและรู้ว่าคุณยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ

แต่ถ้าคุณได้แต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น ถึงแม้คุณวีซ่าขาดแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะคุณยังทำใบเขียวได้อยู่ดี ข้อแตกต่างในการทำใบเขียวแต่งงานในขณะที่วีซ่ายังไม่ขาดคือ ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องการเดินทางออกนอกประเทศระหว่างรอใบเขียว คุณสามารถขออนุญาตออกไปได้ (ทำ Advance parole โปรดอ่านเกี่ยวกับ Advance Parole ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 4 หน้า 4-15) แต่ถ้าวีซ่าขาดแล้ว คุณเดินทางออกไม่ได้ ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่จำเป็นเพราะปัจจุบันใช้เวลาทำใบเขียวแต่งงานเร็วมากประมาณ 4 เดือน

ในกรณีที่แฟนที่คุณจะแต่งงานด้วยถือใบเขียวแต่ยังไม่ได้เป็นซิติเซ่น อันนี้ต่างกับตัวอย่างข้างต้น เพราะการทำใบเขียวจากแฟนที่ถือใบเขียวอยู่ภายใต้โควต้าภายใต้กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง (โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว หัวข้อ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ครอบครัว ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” ฉบับใหม่เล่มหนึ่ง บทที่ 4ใบเขียว หน้า 4-8) และใช้เวลานานประมาณ 5 ปี ถ้าคุณอยากอยู่กับแฟนรอเรื่องใบเขียวอยู่ในอเมริกา คุณจะต้องอยู่แบบโรบินฮู้ด เพราะถึงแม้คุณทำเรื่องขออยู่ต่อ คุณก็จะอยู่ต่อได้สูงสุดเพียง 6 เดือนเท่านั้น และหลังจากนั้นบัตรขาเข้าของคุณจะขาดอยู่ดี และเมื่อโควตาของคุณมาถึง คุณจะไม่สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ คุณมีทางออกอย่างเดียวค่ะ คือ ทันทีที่แฟนคุณมีคุณสมบัติพร้อมที่จะทำซิติเซ่น เขาต้องรีบยื่นเรื่องทำซิติเซ่นทันที (โปรดอ่านเพิ่มเติม “คุณสมบัติผู้โอนสัญชาติ” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” เล่มหนึ่ง บทที่ 5 กฎหมายสัญชาติ หน้า 5-5) และเมื่อเขาได้ซิติเซ่นแล้ว เราจึงยื่นเรื่องไปที่อิมมิเกรชั่น “อัพเกรด”เคสคุณจากคู่สมรสของใบเขียวเป็นคู่สมรสซิติเซ่น คุณถึงจะมีสิทธิรับใบเขียวในอเมริกาได้ถึงแม้คุณจะอยู่เถื่อน และคุณจะได้ใบเขียวทันทีภายใน 4 เดือนไม่ต้องคอยโควตาอีกต่อไป

อย่าลืมนะคะว่าวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ค. นี้เป็นวันแม่หรือ Mother’s day อย่าลืมทำอะไรพิเศษให้คุณแม่นะคะ และวันจันทร์ที่ 14 พ.ค. 2007 นี้ค่าแสตมป์ส่งจดหมายชั้นหนึ่งในประเทศ (น้ำหนักต่ำกว่า 1 อาวนซ์) จะขึ้นจาก 39 เซ็นต์เป็น 41 เซ็นต์นะคะ คุณสามารถซื้อแสตมป์พิมพ์พิเศษเรียก “ฟอร์เอเว่อร์แทตมป์” .(forever stamp) ในราคา 41 เซ็นต์ ซึ่งคุณสามารถใช้ได้ตลอดกาลสมชื่อ ไม่ว่าอัตราค่าส่งไปรษณีย์จะขึ้น แต่แสตมป์ฟอร์แอเว่อร์จะไม่ขึ้น (คุณสามารถอ่านสนุกและหาความรู้เรื่องวันเทศกาลต่างๆ และระบบไปรษณีย์ได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 28 และหน้า 53 ค่ะ)

รายได้คู่สมรสเมื่อทำใบเขียว Affidavit of Support

เมื่อคู่สมรสอเมริกันยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณ คู่สมรสอเมริกันหรือ ผู้ยื่นเรื่อง เรียก “เพอทิชันเน่อร์” (Petitioner) ต้องเซ็นรับรองว่าเขามีรายได้ที่สามารถเลี้ยงดูหรือ “ซัพพอร์ท” (support) คุณได้ คุณคือผู้รับผลประโยชน์หรือ “เบเนฟิเชียรี่” (Beneficiary) เพื่อคุณจะไม่ไปเป็นภาระสังคม กินเงินรัฐบาลหรือใช้ประโยชน์หรือ “เบเนฟิต” (benefits) ต่างๆจากระบบประกันสังคมรัฐบาลหรือ “เวลแฟร์” (welfare) คู่สมรสอเมริกันของคุณต้องมี่รายได้อย่างน้อย 125% ของรายได้ขั้นต่ำต่อปีตามที่รัฐบาลกำหนด จำนวนเงินนี้รัฐบาลปรับ(ขึ้น)ทุกปีประมาณเดือนเมษายนตามค่าครองชีพ ณ.ตอนนี้คุณที่สงสัยว่าคู่สมรสมีอันจะกินก็จะได้รู้กันตอนนี้

Affidavit of support คืออะไร

เมื่อคู่สมรสอเมริกันทำใบเขียวให้คุณ เขาเป็นผู้ยื่นเรื่อง“เพอร์ทิชันเน่อร์” (petitioner) และเป็น “สปอนเซ่อร์” (sponsor) ให้คุณในตัว ตัวสปอนเซ่อร์ต้องเซ็นค้ำประกันโดยกรอกฟอร์ม “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” (affidavit of support) รับรองว่าเขามีเงินที่จะเลี้ยงดูคุณได้ และถ้าคุณไปกินเงินเวลแฟร์ หรือไปกินเงินสวัสดิการสังคมบางประเภทและไม่ใช้คืนรัฐบาล เขาต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทางรัฐบาลสามารถเรียกเก็บเงินกับสปอนเซ่อร์ได้ หมายเหตุ ผู้ยื่นเรื่องใบเขียวครอบครัวทุกประเภทต้องเซ็นค้ำประกัน “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” (โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว หัวข้อ กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์ครอบครัว ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา” ฉบับใหม่เล่มหนึ่ง บทที่ 4ใบเขียว หน้า 4-8)

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2005 อิมมิเกรชั่นได้เปลี่ยนกฎเกณท์ในการเซ็น “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” ใหม่(ภายใต้ INA section 213(A)(f)(6)(B)) ในบทความนี้เป็นกฎหมายล่าสุด

เอกสารยื่นพร้อม “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท”

  •     ภาษีรายได้รัฐบาลกลางหรือ “เฟดเดอรัล อินคัมแท็กส์ รีเทอร์น” (Federal income tax returns) ของปีล่าสุดรวมทั้ง W-2 Forms หรือ 1099 และใบประกอบการค้าหรือ Business License ถ้ามีธุรกิจส่วนตัว คุณไม่ต้องแสดงภาษีของรัฐ (คนอเมริกันต้องเสียภาษีให้ทั้งรัฐบาลกลางรัฐที่ตนอยู่)
  •     ใบรับรองการทำงาน (Verification of employment)หรือ/และ
  •     สำเนาหางเช็คจากที่ทำงาน 6 เดือน
  •     สำเนาใบเขียวหรือเอกสารแสดงว่าเป็นซิติเซ่น

รายได้สปอนเซ่อร์

รัฐบาลกำหนดรายได้ขั้นต่ำของคนทั่วไปต่อครัวเรือนและต่อจำนวนสมาชิกในครอบครัว โดยดูจากค่าครองชีพในอเมริกา รายได้นี้จะมีการปรับ (ขึ้น) ทุกปี ซึ่งจะกำหนดออกมาประมาณเดือนเมษายน สปอนเซ่อร์ทุก 48 รัฐต้องมีรายได้ 125% ของรายได้ขั้นต่ำต่อครัวเรือน ยกเว้นผู้อยู่ในรัฐฮาวายอิ และอลาสก้าต้องมีรายได้สูงกว่านี้ ส่วนทหารมีรายได้ต่ำกว่านี้ได้ รายได้ใหม่ของปี 2007 ที่รัฐบาลพึ่งปรับขึ้นมีดังนี้คือ

จำนวนสมาชิกในครอบครัว รายได้ต่อปีของสปอนเซ่อร์ 48 รัฐ

2 คน $17,113

3 คน 21,463

4 คน 25,813

5 คน 30,164*

*เพิ่มคนละ $4,250 ต่อปี

วิธีนับจำนวนสมาชิกในครอบครัว

วิธีนับจำนวนสมาชิกในครอบครัวคือเริ่มด้วยสองคน คือตัวสปอนเซ่อร์และคุณ และบวกสมาชิกในครอบครัวที่อยู่บ้านเดียวกัน ส่วนมากจะเป็นบุตรที่อายุต่ำกว่า 18 ปี วิธีดูๆได้จากภาษีว่าตัวสปอนเซ่อร์หักภาษีกี่คน ปัญหาที่พบบ่อยๆคือ บางครอบครัวโดยเฉพาะครอบครัวคนไทยที่ชอบนำชื่อญาติพี่น้องหลานมาแจ้งหักภาษีเพื่อจะได้จ่ายภาษีน้อย ซึ่งทำไม่ถูกนอกจากจะถูก “ออดิท” (audit) จ่ายเงินคืนรัฐบาลภายหลังบวกดอกเบี้ยแล้ว ยังเป็นปัญหาตอนยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คู่สมรส โดยต้องแสดงรายได้มากขึ้น

สปอนเซ่อร์รายได้ไม่พอ

ถ้ารายได้สปอนเซ่อร์ในใบแจ้งภาษีแสดงรายได้ไม่พอ มีวิธีช่วย 5 วิธีคือ

1. สปอนเซ่อร์สามารถแสดงภาษีย้อนหลัง 3 ปี ถ้าถัวเฉลี่ยทั้ง 3 ปี เกินจำนวนรายได้ขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด กรณีนี้ใช้ได้ถ้าสปอนเซ่อร์มีงานทำและมีรายได้ปัจจุบันดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว อย่าลืมว่ารายได้ปัจจุบันสำคัญกว่ารายได้ในอดีต บางครั้งถ้าสปอนเซ่อร์ตกงานมาก่อนแต่ปัจจุบันมีงานดี ถ้าเขียนจดหมายอธิบายให้อิมมิเกรชั่นฟังบางครั้งได้ผล
2. รวมรายได้สองคนของสปอนเซ่อร์และตัวคุณ ถ้าคุณทำงาน
3. รวมรายได้ของสปอนเซ่อร์และสมาชิกในครอบครัวคนอื่นที่อยู่บ้านเดียวกัน ต้องเป็นซิติเซ่นหรือถือใบเขียว กรณีนี้นำรายได้ของสมาชิกแต่ละคนมาบวกสมทบรวมกันให้ครบจำนวน
4.  จอนท์สปอนเซ่อร์ (Joint sponsor) หรือผู้ช่วยเซ็นค้ำประกัน อาจเป็นคนรู้จักอื่นๆอาจเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง เขาต้องมีรายได้บนภาษีดี และต้องเป็นซิติเซ่นหรือถือใบเขียว กรณีต่างกับสมาชิกในครอบครัวข้างต้นคือ รายได้ไม่มารวมสมทบกับสปอนเซ่อร์ แต่เขาต้องมีรายได้โดดเดี่ยวด้วยตนเองเกินจำนวนที่รัฐบาลกำหนด
5. ถ้าสปอนเซ่อร์มีรายได้ไม่พอ แต่มีทรัพย์สินมาก เขาสามารถแสดงมูลค่าของทรัพย์สินได้ โดยทรัพย์สินต้องมีมูลค่ามากกว่ากำหนดรายได้ขั้นต่ำ 3 เท่า ตัวอย่าง รายได้ขั้นต่ำของสมาชิกในครอบครัว 2 คนต้องมีอย่างต่ำ $17,113 ต่อปี หมายความว่าทรัพย์สินต้องมีมูลค่าอย่างน้อย $51,339 ขึ้นไป ($17,113×3=51,339)

สปอนเซ่อร์หมดภาระรับผิดชอบเมื่อไร

สปอนเซ่อร์และจอย์นท์ สปอนเซ่อร์เมื่อเซ็นแอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท รับรองจะหมดภาระความรับผิดชอบคุณต่อเมื่อ

1.  คุณทำงานและมีรายได้ จ่ายภาษีอย่างถูกต้องครบ 10 ปี หรือ 40 ไตรมาศ รวมก่อนและหลังได้ใบเขียว รายได้ไม่จำกัดจำนวน
2. เมื่อคุณเป็นอเมริกันซิติเซ่น
3. เมื่อคุณตาย
4. เมื่อคุณสละใบเขียว

หมายเหตุ ถ้ากรณีที่คุณหย่ากัน คู่สมรสยังไม่หมดภาระรับผิดชอบคุณ ถ้าคุณไปกินเวลแฟร์ รัฐบาลยังสามารถตามเรียกเก็บกับสปอนเซ่อร์ได้

ขอเตือนว่า ถ้าคุณมีงานทำ มีรายได้ประจำ จะช่วยให้การสัมภาษณ์ใบเขียวไปได้ดี คนที่โอนสัญชาติแล้วมานานบางคนยังทำงานรับเงินใต้โต๊ะไม่จ่ายภาษี จึงไม่แสดงรายได้ จะดูไม่ดีและทำให้ขลุกขลักเมื่อไปสัมภาษณ์ อย่าลืมว่าคนอเมริกันชอบคนขยันและทำงาน

ตอบคำถาม

ต้องขอขอบคุณที่มีอีเมล์มาถามคำถามมากขึ้น และหลายคนลงท้ายว่า “เบบี้บูมเม่อร์” แสดงว่าสิ่งที่ดิฉันเขียนไม่เสียเปล่า เพราะได้ “ฟี้ดแบ็ค” (feed back) กลับมา ดิฉันพึ่งได้คุยกับคุณจิระเดช (jiradett@gmail.com) ผู้ช่วยทำเว๊บไซท์ ทั้ง “มอนิเต้อร์”ความเคลื่อนไหวและ “อัพเดท”เว๊บให้ดิฉันโดยไม่คิดค่าบริการมาตลอด 9 เดือนนี้ (ขอบคุณมากนะคะ) คุณจิระเดชบอกว่ามีผู้เข้าเว๊บดิฉันเกินวันละหนึ่งพันคน ฟังแล้วมีแรงเขียน คำถามของคุณที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ดิฉันจะนำมาตอบทางคอลัมน์

ถาม ดิฉันแต่งงานและอยู่กับสามีอเมริกันในเมืองไทยมาหลายปี แต่ยังไม่เคยไปอเมริกา ดิฉันเคยพยายามยื่นเรื่องขอใบเขียวตอนแต่งงานใหม่ๆแต่ทางสถานทูตขอเอกสารมากจึงทิ้งเรื่อง ตอนนี้เราตั้งใจจะกลับไปอเมริกาสิ้นปี อยากถามว่าควรขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปและค่อยไปเปลี่ยนเป็นใบเขียวทีหลังหรือขอจากเมืองไทยไป สามีเคยมีประวัติคดีในอเมริกา

ตอบ เรื่องที่สามีมีประวัติคดีคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ คงอาจต้องดึงเรื่องจากศาลมาดูว่า เป็นคดีอาญาสถานเบาหรือสถานหนักและเรื่องเขาปิดคดีหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ เวลาสามีพาสปอร์ตหมดอายุและเขาไปต่อเขาจะมีปัญหา แต่ถ้าเรื่องเล็กก็ไม่เป็นไร (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ ความอาญาที่ควรรู้ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บท ที่ 7) กรณีนี้ทนายต้องขอข้อมูลละเอียดจากสามีเรื่องคดีเขาหรือดึงประวัติออกมาดู กรณีคุณจะขอวีซ่าท่องเที่ยวก่อนและค่อยมาทำเรื่องใบเขียวในอเมริกาหรือขอใบเขียวจากเมืองไทยมาเลย อันใดอันหนึ่งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าตอนคุณไปขอวีซ่าท่องเที่ยวและคุณบอกทางสถานทูตว่าคุณตั้งใจจะไปทำใบเขียวในอเมริกา ทางสถานทูตอาจไม่ออกวีซ่าท่องเที่ยวให้และแนะนำให้คุณทำจากที่เมืองไทยเลย แต่ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวผ่านและมาทำเรื่องในอเมริกา ระหว่างรอเรื่องคุณต้องคอยเรื่องอยู่ในอเมริกา ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนค่ะ หลังจากคุณได้ใบเขียว คุณจึงกลับเมืองไทย

ถาม ผมเคยมาอเมริกาสองสามครั้ง เคยอยู่เกินเกือบปี แต่เข้ามาครั้งนี้ไม่มีปัญหา และตอนนี้อยู่ได้ 3 เดือนแล้ว แฟนผมมีใบเขียวมาหลายปี เราต้องการจดทะเบียน ผมควรจดตอนนี้ก่อนแฟนทำซิติเซ่น และทำเรื่องขอใบเขียวเลย หรือรอให้แฟนทำซิติเซ่นก่อนค่อยจดทะเบียนและทำใบเขียวภายหลัง และผมจะทำเรื่องทันไหม เพราะวีซ่าเล็กผมจะหมดอายุอีก 3 เดือน

ตอบ ถ้าคุณจดทะเบียนตอนนี้และยื่นเรื่องขอใบเขียวเลย เท่ากับคุณขอใบเขียวภายใต้กรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สอง คือเป็นคู่สมรสของใบเขียว ซึ่งอยู่ภายใต้โควต้าต้องรอกว่าจะได้ใบเขียวประมาณ 5 ปีกว่าโควต้าจะมาถึง แต่หลังจากนั้นจดทะเบียน แฟน/ภรรยายื่นเรื่องขอซิติเซ่นทันที ซึ่งปัจจุบันเร็วใช้เวลาประมาณ 4 เดือนและเมื่อภรรยาได้ซิติเซ่น เราสามารถยื่นเรื่องอัพเกรดเข้าไปได้ เปลี่ยนจากกรุ๊บเพร็ฟเฟอเร็นซ์สองเป็นกรุ๊บอิมมีเดียท เรเลทีฟ คือสามีของซิติเซ่น เรื่องคุณก็จะเร็วขึ้นไม่ต้องรอโควต้าอีก ฉะนั้นอันนี้ก็แล้งแต่คุณว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเป็นห่วงคือ จุดที่คุณบอกว่าคุณเคยอยู่เกินวีซ่าครั้งที่แล้ว แต่คุณสามารถเข้ามาอเมริกาคราวนี้ได้โดยไม่มีปัญหา เพราะตามกฎหมาย unlawful presence ถ้าคุณอยู่เกิน 6 เดือนแต่น้อยกว่า 1 ปี คุณห้ามกลับเข้าอเมริกา 3 ปี (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม กฎหมาย unlawful presence ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทที่ 3 ระบบวีซ่า หน้า 3-6) เจ้าหน้าที่อาจ “โอเว่อร์ลุค” (overlook) บางอย่าง ก็เป็นโชคดีไป แต่ตอนแฟนคุณกรอกข้อมูลในฟอร์ม N-400 Application for Naturalization เธอต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับคู่สมรส และสถานภาพของคุณอย่างละเอียด และทางอิมมิเกรชั่นจะเช็คประวัติชื่อคุณ อาจเป็นปัญหาที่คุณอยู่เกินหรือไม่เป็นเพราะคุณเข้ามาเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นถ้าคุณยังไม่จดทะเบียนตอนนี้ รอให้แฟนทำซิติเซ่นและได้ซิติเซ่นก่อน และคุณค่อยจดทะเบียนและยื่นเรื่องขอใบเขียว ดิฉันจะสบายใจกว่ามาก

ตอบคำถามที่ว่าถ้าวีซ่าคุณขาดแล้วเป็นปัญหาหรือไม่ ซึ่งถ้าคุณรอจดทะเบียนหลังแฟนคุณได้ซิติเซ่น วีซ่าของคุณก็จะขาดแล้ว แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะคุณแต่งงานกับซิติเซ่น เวลาทำใบเขียวแต่งงานกับซิติเซ่นถึงวีซ่าขาดแล้ว เรื่องก็จะดำเนินไปปกติ ไม่ต้องมีค่าปรับ คิดว่าวิธีนี้คงจะดีที่สุดค่ะ

ถาม ดิฉันเป็นซิติเซ่นได้แอ็พพลายเรื่องขอใบเขียวให้พี่สาว 6 ปีมาแล้วตอนช่วงที่มีมาตรา 245 I โดยคุณรุจีรัตน์เป็นทนายให้ ตอนทำเรื่องพี่สาวมีบุตร 1 คนอยู่ในอเมริกาปัจจุบันอายุ 11 ปีเป็นโรบินฮู้ด อยากทราบว่าเมื่อพี่สาวได้ใบเขียว บุตรจะได้ใบเขียวโดยอัตโนมัติตามพี่สาวหรือไม่ ถ้าไม่ได้จะทำอย่างไรต่อไป

ตอบ ขอบคุณนะคะ “โซสวีท” (so sweet) สั่งหนังสือพร้อมคำถามทางจดหมาย และยังอนุญาตให้ตอบผ่านเสรีชัย ขอบคุณที่เห็นค่าเวลาของดิฉันและยังเผื่อแผ่ให้ความรู้คนอื่นต่อ ไม่อยากคุยแต่ลูกความของเราน่ารักมากๆเกือบทุกคน เคสพี่สาวของคุณ บุตรของพี่สาวจะได้ใบเขียวพร้อมแม่ค่ะ มาตรา 245i ผ่านออกมาเพื่อช่วยให้โรบินฮู้ดในอเมริกาที่เข้าอเมริกาก่อนวันที่ 20 ธันวา 2000 และยื่นเรื่องขอใบเขียวก่อนวันที่ 30 เมษา 2001 ซึ่งเป็นวันที่มาตรานี้หมดเขต ผู้ยื่นจะอยู่ภายใต้มาตรา 245i ซึ่งจะคุ้มกันไปได้ตลอด คือถึงแม้เรื่องที่ขอตอนมาตรา 245i ไม่ผ่าน โดยเฉพาะคนที่ขอใบเขียวจากนายจ้างที่ถูกนายจ้างยกเลิกเรื่อง อาจเปลี่ยนเคสไปขอใบเขียวกับนายจ้างใหม่ได้ ผู้ยื่นภายใต้ 245i สามารถรับใบเขียวในอเมริกาได้ โดยเสียค่าปรับ $1,000 (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่ม มาตรา 245i ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทที่ 4 ใบเขียว หน้า 4-5) ถ้าผู้ยื่นมีคู่สมรสและบุตรก่อนยื่นเรื่องหรือหลังยื่นเรื่อง คู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 21 ปีและยังไม่แต่งงานจะอยู่ภายใต้มาตรานี้ด้วยและจะได้ใบเขียวพร้อมกัน โดยจ่ายค่าปรับ $1,000 ต่อบุคคลยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีไม่ต้องจ่ายค่าปรับ $1,000 เพราะตามกฎหมายเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีถึงแม้เป็นโรบินฮู้ดจะไม่อยู่ภายใต้กฎ unlawful presence ถ้างง ก็ไม่เป็นไรค่ะ เอาเป็นว่าถ้าตอนโควต้ามาถึงพร้อมที่จะทำเรื่องเปลี่ยนสถานภาพ (ขอใบเขียว) บุตรของพี่สาวคุณอายุไม่เกิน 17 ปี คุณเซฟเงินค่าปรับไป $1,000 ค่ะ

ตอบคำถาม

เป็นไงคะ สัปดาห์ที่แล้วดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์ มีจดหมายหงุดหงิด 2-3 ฉบับว่าไม่ได้อ่านคอลัมน์คุณรุจีแล้วหงุดหงิดและถูก“ด่า”หนึ่งฉบับว่าดิฉันไม่ตอบจดหมาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับ“พร”จากคนไม่รู้จัก มาเคลียร์กันเลยนะคะ ถ้าเป็นคำถามทางอีเมล์ดิฉันจะตอบทันที เพราะเพียงคลิก “รีพลาย” (reply) และตอบ แต่ถ้าเป็นจดหมายส่งไปรษณีย์ ดิฉันไม่ตอบส่วนตัวโดยนั่งเขียน จับใส่ซอง ติดแสตมป์และไปไปรษณีย์ส่งจดหมาย ถ้าตอบจะผ่านทางคอลัมน์กฎหมายเท่านั้น นอกจากคนที่ดิฉัน “เซ็นส์” (sense) ว่าเดือดร้อนจริงๆถึงตอบส่วนตัว การที่ทนายตอบคำถามให้คนทั่วไปที่ไม่มี “รีเลชั่นชิพ” ระหว่างทนายและลูกความ (attorney-client relationship) เป็นวิทยาทานเท่านั้น และดิฉันไม่ได้ตอบทุกฉบับ เพราะมีงานประจำทนายความต้องทำค่ะ ถ้าดิฉันเป็น Dear Abby หรือพี่กฤษณา ที่งานประจำคือไขปัญหา ดิฉันก็จะตอบให้ทุกฉบับ ดิฉันเขียนคอลัมน์แต่ละสัปดาห์ไม่ได้เงินนะคะ เริ่มเขียนครั้งแรกปี 1994 เพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าโฆษณาและขายหนังสือกฎหมาย ปัจจุบันมันง่ายกว่าที่ดิฉันจะจ่ายค่าโฆษณาเดือนละไม่กี่เหรียญกับเวลาที่ดิฉันนั่งคิดว่าหัวข้อที่จะเขียน และดึงเวลาทำงานและเวลานอนครึ่งค่อนวัน(คืน)มานั่งเขียน และรายได้จากขายหนังสือก็ไม่รวยนะคะ เพราะใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเขียนแต่ละเล่มเสร็จ ถ้าคิดเป็นค่าชั่วโมงคงขาดทุนย่อยยับ นักเขียนส่วนมากรวมดิฉันจะมีวิญญาณการเขียนและทำด้วยใจรักค่ะ เคลียร์กันนะคะ คุณแม่สอนว่า อย่าหงุดหงิดง่าย เดี๋ยวจะแก่เร็วและยังกลายเป็นคนแก่ที่น่าเบื่อ

ถาม ดิฉันเป็นอเมริกันซิติเซ่น ปี 1995 คุณแม่ดิฉันแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องดิฉัน 6 คน พี่น้องสามคนอยู่ในอเมริกา อีกสามคนยังอยู่เมืองไทย ปี 1999 คุณแม่เสีย หลังเรื่อง “แอ็พพรูฟ” (approve) แล้ว ปี 2003 ดิฉันยื่นเรื่อง adjust status ให้พี่น้องสามคนที่อยู่ในอเมริกาเรียบร้อยทั้งสามได้ใบเขียว อีกสามคนที่เมืองไทยดิฉันจ่ายเงินค่า Fee bills เรียบร้อยและได้แจ้งไปว่าคุณแม่เสีย เรื่องถูกปฎิเสธ ดิฉันพยายามเขียนจดหมายไปที่ศูนย์อิมมิเกรชั่น Lguna Niguel ขอร้องเพื่อมนุษยธรรม (humanitarian reason) แต่ไม่สำเร็จ จะมีทางอื่นไหมคะ

ตอบ เรื่องคุณทำได้ค่ะ มีกฎหมายใหม่ผ่านมาไม่กี่ปีแต่ก่อนปี 2003 คุณสามารถ Substitute sponsor คือมีคนรับรองเรื่องการเงินแทนได้ ถ้าตัวผู้ยื่นเรื่องตาย (ก่อนหน้ากฎหมายนี้ไม่ได้ มีคำพังเพยในหมู่ทนายว่า เรื่องตายตามผู้ยื่นหรือ The petition dies with the petitioner) โดยมีเงื่อนไขว่า เคสต้องได้แอ็พพรูฟแล้ว ซึ่งในกรณีคุณเรื่องแอ็พพรูฟแล้ว และอีกเงื่อนไขคือ ผู้เซ็นแทนหรือตัว substitute person ต้องมีความสัมพันธ์กับตัวคนที่จะรับใบเขียว ในกรณีคุณสามคนนั้นเป็นพี่น้องกับคุณ ฉะนั้นคุณต้องยื่นเอกสารพิสูจน์สองข้อนี้ นอกเหนือจากเขียนจดหมาย outline humanitarian reasons โดยคุณต้องยื่นฟอร์ม I-864 Affidavit of support ในฐานะ substitute sponsor ถ้าคุณต้องการจ้างทนายเรารับทำค่ะ เหตุผลที่เคสถูกปฎิเสธ แต่ทางอิมมิเกรชั่นเรื่องผ่านเพราะ เรื่องยื่นที่ในอเมริกาไปอิมมิเกรชั่น แต่เรื่องที่ไปเมืองไทยไปทางกระทรวงการต่างประเทศและไปถึงกงสุล ซึ่งเป็นคนละหน่วยงาน แต่ละฝ่ายตัดสินด้วยตนเอง (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับระบบงานของสถานทูตและอิมมิเกรชั่นในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บท ระบบวีซ่า หน้า 3-3) และตอนคุณส่งเรื่องไปที่อิมมิเกรชั่น Laguna Niguel ซึ่งเขาหมดหน้าที่แล้ว เพราะเขาแอ็พพรูฟเรื่องคือฟอร์ม I-130 ผ่านแล้ว เจาก็จะส่งเรื่องไปที่ National Visa center ที่คุณจ่ายค่า fee bills และหลังจากนั้นเรื่องก็ส่งไปกงสุลอเมริกันในไทย ซึ่งคุณต้องยื่นเรื่องเข้าไปที่กงสุลอเมริกันในเมืองไทยหรือ/และ National Visa Center เป็นดิฉันคงส่งไปทั้งสองแห่งเพราะไม่แน่ว่าเรื่องคุณอยู่ที่ไหน โชคดีนะคะ

ถาม ลูกสาวผมเกิดในอเมริกาเป็นอเมริกันซิติเซ่น พูดภาษาไทยได้ แต่อ่านเขียนไม่ได้ (ข้อนี้เป็นความผิดพลาดของแม่- อ้าว เป็นงั๊นไป) ลูกอยากไปทำงานเมืองไทย อยากทราบว่าเขาต้องเสียภาษีเงินได้ในไทย และเวลาเขากลับมาอเมริกาต้องแจ้งเสียภาษีเงินได้ในอเมริกาไหม และอีกข้อคือ เขาจะเข้าประเทศด้วยวีซ่าอะไรจึงจะสะดวก

ตอบ อเมริกันซิติเซ่นต้องแจ้งรายได้ทั้งหมดไม่ว่าจะได้จากนอกหรือในประเทศ แต่ละปี คือเขาต้อง file income tax ถึงแม้จะอยู่นอกประเทศ ในเมืองไทยเขาสามารถไปเอาฟอร์มที่สถานทูตอเมริกันได้ หรือเขาอีไฟล์เองได้ หรือให้นักบัญชีในอเมริกา file ภาษีให้ แต่ถ้าอเมริกัซิติเซ่นอยู่นอกประเทศคือเป็นเรสสิเด๊นท์ประเทศอื่น จะได้ยกเว้นหรือเอ็กเซ็มชั่น (exemption)รายได้$70,000 ต่อปี คือ $70,000 แรกไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ยังต้อง file tax อยู่ดี โปรดเช็คกับนักบัญชีจำนวน exemption ส่วนภาษีเงินได้ในเมืองไทยต้องเสียค่ะ
เขาจะเข้าประเทศด้วยไทยวีซ่าอะไรนั้น วีซ่าท่องเที่ยวก่อนอยู่ได้หนึ่งเดือน แต่ถ้าเขามีทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชนไทยแสดง เขาขอวีซ่าอยู่ได้หนึ่งปีแต่ห้ามทำงาน ถ้าทำงานเขาต้องขอ work permit ให้นายจ้างทำเรื่องให้ ลองเช็คกับกงสุลไทยว่าเขาขอพาสปอร์ตไทยได้ไหมคะ (โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทย การย้ายกลับไปอยู่เมืองไทย ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มหนึ่ง” บทกฎหมายสัญชาติและซิติเซ่น หน้า5-12)

ถาม ผมต้องการทราบเกี่ยวกับการแปลเอกสารจากไทยเป็นอังกฤษ ว่าคนธรรมดาอย่างผมแปลได้หรือไม่ และต้องเป็นให้โนตารี่รับรองหรือไม่ และขออวยพรวันปีใหม่ (สงกรานต์) ขอให้คุณมีความสุข สุขภาพดี ร่ำรวย (happy, healthy and wealthy)

ตอบ ขอบคุณค่ะ เป็นสาม ส.ค.ส. (wishes) ที่ดองกันที่สุด คือมีเงินอย่างเดียว สุขภาพไม่ดีก็เผลอๆไม่ได้ใช้เงิน มีสุขภาพดี ถ้ามีเงินใช้สบายก็สุขภาพดีขึ้น เพราะเครียดน้อยลง เมื่อมีสองอย่างก็มีความสุข เช่นกันนะคะ การแปลเอกสารจากไทยเป็นอังกฤษหรือภาษาอะไรก็ตามเป็นอังกฤษ คนธรรมดาแปลเอกสารได้ค่ะ ถ้าคุณอ่าน เขียน รู้ และเข้าใจภาษาที่คุณแปล และภาษาอังกฤษ คุณไม่ต้องให้โนตารี่รับรอง เปลืองสตังเปล่าๆเพราะโนตารี่ชาร์จแผ่นละ $10 นอกเหนือจากค่าแปล และบางครั้งดิฉันเห็นเอกสารแปลที่ผู้แปลโนตาไรส์คำแปลของตนเอง ซึ่งตามกฎโนตารี่ ตัวโนตารี่ไม่สามารถรับรองลายเซ็นตนเองได้ เอกสารสำหรับอิมมิเกรชั่นเมื่อแปลเสร็จ ผู้แปลต้องรับรองการแปลของตัวเอง โดยเขียนประโยคข้างล่างนี้
CERTIFICATE OF ACCURACY

I, ชื่อเต็มของคุณ, hereby certify that I translated this document from Thai to English. I further certify that I am fully competent to translate from the Thai to the English language and that above translation of the attached document entitled เอกสารที่คุณแปล “Birth Certificate หรือ Household Registration หรือ National Identity Card หรือ Marriage Certificate หรือ Death Certificate หรือ; Divorce Certificate หรือ Name Change Certificate” is complete and accurate. (ใบเกิด ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ทะเบียนสมรส ใบมรณะบัตร ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ เป็นต้น)

Date: ลงวันที่

ลายเซ็น ____________________________________
เขียนตัวพิมพ์ ชื่อเต็มคุณ
ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์