สเน่ห์ปลายจวัก

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภา ที่ผ่านมาเป็นวันแม่หรือ Mother’s Day ของอเมริกา ซึ่งจะตรงกับวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน พ.ค. ส่วนวันพ่อ Father’s Day ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนมิถุนา ตามสถิติวันแม่เป็นวันที่ขายดอกไม้ได้มากที่สุดมากกว่าวันวาเลนไทน์ (แม่สำคัญกว่าผัว/เมีย??) วันแม่ปีนี้ดิฉันแฮ็ปปี้มาก เหมือนเรากับลูกในที่สุดยอมรับและเคารพซึ่งกันและกัน เราค้นพบว่าเรามีอะไรหลายอย่างเหมือนๆกัน ตัวอย่าง แม่ลูกรักสุขภาพ เราโยคะ ทานอาหารปลอดสารพิษ ชอบทำกับข้าว แม่ลูกฟันฝ่าอุปสรรคเลี้ยงลูกมาลำพัง แม่ลูกมีธุรกิจของตนเองไม่ชอบเป็นลูกจ้างคนอื่น แม่ลูกสร้างสรรทำในสิ่งที่ตนรัก ตอนนี้แม่ปลูกสวนผัก ลูกเลี้ยงผึ้งและทำน้ำผึ้งเอง เป็นต้น คุณแม่ดิฉันเคยสอนว่ามีลูกเปรียบเสมือน“นมยานฟัดอก”มันก็จะตะเลงๆไปตลอดชีวิตเรา เฮ้อ! เอาว่ามา ณ.วันนี้ดิฉันแฮ็ปปี้ยังงี้ก็ดีมากๆแล้ว
เดือนพฤษภานี้ครบ 2 ปีที่ดิฉันประกาศพักงาน 1 ปีเพื่อไปเรียนหลักสูตรครูสอนโยคะเพิ่ม พอครบหนึ่งปีต้องต่อสู้กับตัวเองว่าจะเอาไงต่อไป เลือกรีไทร์หรือทำงานต่อ เลยตัดสินใจไม่เลือ ทำในสิ่งที่แฮ็ปปี้ ทำงานไปเรื่อยๆแต่ลดลงเพื่อมีเวลาทำสิ่งอื่นๆที่ตัวเองมักพูดว่า “เมื่อรีไทร์ฉันจะทำ โน่น นี่” คือทำมันซะตอนนี้ไม่ต้องรอรีไทร์

RUJIPEDIA_ATTACHMENT-4
วัยฟื้นฟู
วัยดิฉันคงเดากันได้นะคะ หลังจากวัยทำงานก็ต้องไปวัยฟื้นฟู ดิฉันฟื้นฟูสุขภาพกายอยู่แล้วคือเดินเช้าเย็นกับสามีวันละ 2 ไมล์ ไปโยคะทุกวันบวกสอนที่บ้าน (ดูรูป 1, 2 ครูและนักเรียน คนซ้ายสุดลูกสาวสอนแทนคุณแม่) ตอนนี้ฟื้นฟูสุขภาพใจเพิ่ม ทำสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข รวมให้เวลากับครอบครัวและเพื่อนๆมากขึ้น นวดตัวและนวดหน้าประจำ แต่งบ้าน ปลูกสวนครัวกินเอง (ดูรูป 3 สวนครัว มีเครื่องเทศอิตาเลี่ยนเพียบ) ทานข้าวนอกบ้านและทำอาหารใหม่ๆทุกครั้งที่เจอเมนูอาหารที่ชอบ และที่สำคัญที่สุดคือดิฉันได้ฝึกนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง (ตอนวัยทำงานถ้านอนได้ 6 ชั่วโมงก็ถือเป็นมหัศจรรย์) ตอนนี้ทำสำเร็จ ☺ รู้สึกสดชื่นมากเมื่อตื่น หน้าตาดูอิ่มเอิบและตาโตไม่บวมตุ่ยๆ อ่านพบว่าร่างกายเราสร้างเซลล์ใหม่ได้เต็มที่ และที่เห็นชัดคือการนอนเต็มที่ช่วยให้ความจำและการโฟกัสดีขึ้นมาก

สวนครัว
สวนครัว

เมนูล่าสุดพาสต้าและแลมบ์ชอพ
วันนี้มาแชร์เมนูอาหารจานใหม่ล่าสุดที่ดิฉันทำ ดิฉันและเพื่อนๆจะเจอกันทุกวันศุกร์และไปสรรหาร้านอาหารอร่อยๆทานกัน หลังจากที่เราไปทานร้านอิตาเลี่ยน Palumbo Ristorante บนถนน 5th เมือง Temecula เราสั่ง พาสต้าและแลมบ์ชอพ (Pasta and Lamb Chop) อร่อยสุดๆ และข้างๆร้าน Palumbo มีร้านขายเครื่องเทศ ดิฉันไปเจอ “เกลือเห็ดทรัฟเฟิล”หรือ “ทรัฟเฟิล ซอลท์” (Truffle salt) ดิฉันชอบใช้น้ำมันทรัฟเฟิล (Truffle oil) เหยาะในกับข้าวอยู่แล้ว (ดูรูป 4 น้ามันและเกลือทรัฟเฟิล) ดิฉันเลยสั่งซื้อ“ทรัฟเฟิล ซอลท์” ออนไลน์ซึ่งถูกกว่าที่ร้านเยอะ และลองทำพาสต้าและแลมบ์ชอพเอง ทำง่ายมากค่ะใช้เวลาเพียง 20 นาทีเสร็จ เห็ดทรัฟเฟิล (Truffle mushrooms) เป็นเห็ดที่ราคาแพงที่สุดในโลกราคาต่อปอนด์ระหว่าง $1,000-4,000 แหล่งมาจากประเทศฝรั่งเศษและอิตาลี่ ที่แพงเพราะมันขึ้นใต้ดิน ชาวนาต้องใช้หมู ดมกลิ่นหาเห็ด ร้านอาหาร 5 ดาวมักจะใช้น้ำมันทรัฟเฟิลใส่อาหาร รวมทำน้ำสลัด ใส่เนื้อเสต็ค เหยาะลงในพาสต้า เป็นต้น

น้ามันและเกลือทรัฟเฟิล
น้ามันและเกลือทรัฟเฟิล

เครื่องปรุง
ดิฉันซื้อเนื้อแกะตรงซี่โครง “แลมช็อพ” (Lamb chops) ที่ Costco หนึ่งแถวมี 8 ชิ้นราคา $14 เลือกเอาแถวเล็กๆนะคะเพราะจะได้เนื้อแกะหนุ่มสาวไม่แก่ และจะไม่มีมันมาก หั่นแกะตามทางกระดูกเป็น 8 ชิ้น ทาด้วยเกลือ“ทรัฟเฟิล” และพริกไทยบนเนื้อแกะ หรือใช้เกลือ“ซีซอลท์” (sea salt) ส่วนพาสต้าดิฉันใช้ “ลิงกวินี่” (Linguini) เครื่องปรุงอื่นๆ คือกระเทียมสับ มะเขือเทศตากแดดแห้ง “ซันดรายโทเมโท่” (Sun dried tomatoes) ผักโขม “สปินิช” (Spinach) ไวน์ขาว น้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทย เนยผงพาร์มาชอนชีส (Parmesan Cheese) และเครื่องเทศไทม์ (Thyme) และ ผักชีฝรั่งหรือพาร์สลี่ย (parsley) (สองอันนี้ไม่จำเป็นถ้าไม่มี แต่ดิฉันชอบเติมเครื่องเทศสดที่ปลูกอยู่หลังบ้าน)
วิธีทำ
ตั้งน้ำร้อนให้เดือดเตรียมไว้เพื่อลวกพาสต้า เปิดเตาบาร์ บี คิว อุณหภูมิร้อนจัดเพื่อเตรียมย่างแกะ (ถ้าไม่มีเตา BBQ ใส่กระทะร้อนจัดใส่น้ำมันมะกอกนิดนึงและนำแกะลงกระทะพอสุก กลับข้าง) เมื่อน้ำเดือดใส่เกลือลงไป และใส่พาสต้าลงไปตามวิธีใช้ข้างกล่อง พาสต้าอย่าลวกสุกต้องสุกดิบ“อัล เด็นเต้” (Al dente) ประมาณ 5 นาทีคือยังแข็งๆไม่นิ่ม ระหว่างที่ดิฉันทำพาสต้า สามีออกไปย่างแกะที่เตา BBQ) ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอกเปิดไฟกลาง ใส่กระเทียมคนแป๊บเดียวพอเหลืองอ่อนๆ ใส่ ซันดรายโทเมโท่ เกลือ และใส่ไวน์ขาว (ดิฉันเทไม่ค่อยยั้งมือคงเกินกว่า 1 ถ้วย) พอพาสต้าได้ที่ คีบพาสต้าโดยตรงจากหม้อ (ไม่ต้องกรองน้ำออก) ใส่ลงไปในกระทะ ใส่ผักโขมและใส่น้ำที่ต้มพาสต้าไปหน่อยถ้ามันแห้ง ใส่ไทม์(Thyme) สปริงเคิลพาร์มาชอนชีส (Parmesan Cheese) คนสัก 2 นาที ตักใส่จาน วางแกะที่ย่างแล้วข้างบน เสริฟกับไวน์แดง (ดูรูป 5,6 before and after) ในรูปวางแค่ 2 ชิ้น แต่เราทานคนละ 4 ชิ้น

Before & After
Before & After

เมื่อก่อนดิฉันไม่เคยเชื่อเรื่อง “สเน่ห์ปลายจวัก” คิดว่ามันช่างโบราณอะไรอย่างงี้ ตอนนี้ชักเชื่อแล้วเพราะคำแรกที่เข้าปากสามี เขามองดิฉันด้วยความรัก หลังจานเกลี้ยงสามียิ้มหวานคึกคักทั้งวัน

ข่าวการเมืองและศาสนา

วันที่ 8 พฤศจิกายนปีหน้า 2016 จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ฉะนั้นข่าวตั้งแต่นี้ไปจะเกี่ยวกับผู้สมัครเลือกตั้ง หรือ“เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท” (Presidential Candidates) และประเด็นสำคัญทางการเมืองต่างๆที่พลเมืองผู้ออกเสียง “โวทเต้อร์” (Voters) ต้องการได้ยินความเห็นจาก “เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท” แต่ละคน คอลัมน์วันนี้เราคุย 2 เรื่องคือ การเมืองและศาสนา “พอลิทิค แอนด์ ริลิเจี้ยน” (Polictic and Religion)  ซึ่งเป็น 2 หัวข้อสนทนาที่ดิฉันถูกสอนมาตั้งแต่มาอยู่เมกาใหม่ๆว่าต้องหลีกเลี่ยงไม่งั้นเสียเพื่อน

เรื่องการเมือง

การเลือกตั้งประธานาธิบดี (ปธน) ในอเมริกามีทุก 4 ปี ปธน อยู่ในตำแหน่งได้สูงสุด 2 เทอม คือ 8 ปี ปธน โอบาม่า (ปธน ผิวดำคนแรก) ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นเทอมที่ 2 วันเลือกตั้งหรือ “อีเล็กชั่น” (Election) จะตรงกับวันอังคารแรกของเดือน พ.ย. การเลือกตั้งปีหน้าเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 58 ของอเมริกา การเมืองในอเมริกาก้าวไปไกลมาก ตั้งแต่อเมริกาเริ่มสร้างประเทศ คนขาวผู้ชายเท่านั้นที่ออกเสียงเลือกตั้งได้ รับตำแหน่งในรัฐบาล และเป็นลูกขุนได้ คนผิวดำและผู้หญิงไม่มีสิทธิ คนผิวดำมีสถานะเป็นทาส ไม่มี“ไอเด็นติตี้” (Identity) ของตนเอง เนื่องจากทาสเป็นสมบัติของเจ้านาย คือเขาซื้อขายได้มา เจ้านายสามารถทำร้าย ทุบตี ทาสได้ ทาสห้ามเรียนหนังสือฉะนั้นพวกเขาไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ และ เพราะ จนกระทั่งเดือนมิถุนายนปี 1865 เมื่อสงครามการเมืองสิ้นสุดลงสมัย ปธน เอบราฮัม ลินคอล์น ได้ผ่านกฎหมายเลิกทาส ถึงแม้กฎหมายจะมีผลตั้งแต่นั้น แต่ในแง่ปฏิบัติก็ยังไม่เท่าเทียมกัน คนผิวดำต่อสู้มาตลอดโดยเรียกร้องสิทธิให้เท่าเทียมกับคนผิวขาว เมื่อ ปธน โอบาม่า ได้รับเลือกตั้งเป็น ปธน ในปี 2008 และเลือกตั้งคราวหน้า นางฮิลลารี่ คลินตัน อดีตสตรีหมายเลข 1 พึ่งประกาศลงสมัครเลือกตั้ง “เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท” เมื่อวันที่ 12 เมษาที่ผ่านมา เราก็ต้องดูกันต่อไป สักวันหนึ่งเราอาจได้เห็น ปธน หญิง ของอเมริกาก็ได้   โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ “ระบบปกครองของอเมริกา และสิทธิรัฐธรรมนูญ” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มใหม่” หน้า 1-3 หรือในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หัวข้อการปกครอง หน้า 18-19 คุณสามารถสั่งซื้อหนังสือ “สิทธิของฉัน” เล่มละ $55 “อยู่อเมริกา” เล่มละ $35 โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308

 

 

“เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท” (Presidential Candidate) หรือผู้สมัครเลือกตั้งปธน จะประกาศตัวลงสมัครเลือกตั้ง ประมาน 18 เดือนก่อนเลือกตั้ง นางฮิลลารี่ คลินตัน สังกัดพรรคเดโมแครทได้ประกาศตัวลงสมัครเลือกตั้งออนไลน์ (มาแปลก) วันอาทิตย์ที่ 12 เมษา ที่ผ่านมา ณ. วันนี้เธอเป็น“เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท”คนเดียว ของพรรคเดโมแครท ส่วนฝ่ายรีพับบลิคกันตอนนี้มี 3 “เพรสสิเด๊นท์เชี่ยล แคนดิเดท”ที่ได้ประกาศลงสมัคร คือ นายแรนด์ พอล (Rand Paul) เป็นวุฒิสมาชิกหรือ“เซเนเต้อร์”(Senator) รัฐเคนตั๊คกี้ นายเท็ด ครูซ์ (Ted Cruz) เซเนเต้อร์รัฐเท็กซัส และนาย มาร์โค รูบิโอ (Marco Rubio) เซเนเต้อร์รัฐฟลอริด้า ประวัติการต่อสู้ของผู้หญิงอเมริกันก็พอๆกับคนผิวดำ แต่ดีกว่านิดหน่อย คือ ผู้หญิงเมื่อเกิดมาตอนเป็นเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะถือเป็นสมบัติของบิดา พอบรรลุนิติภาวรจึงได้“ไอเด็นติตี้” ของตนเอง แต่ทันทีที่ผู้หญิงแต่งงาน เธอก็จะหมดสิทธิทันที เพราะตกเป็นสมบัติของสามี สามีมีสิทธิทำร้าย ตบตีเมียได้ (ไม่แน่ใจว่าขายได้หรือป่าว) ผู้หญิงมีสามีไม่มีสิทธิซูคนอื่นที่ทำร้ายเธอ สามีต้องเป็นคนซู และผู้หญิงไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ถ้าเลือกตั้งคราวหน้านางฮิลลารี่ชนะ ก็จะได้จารึกในประวัติศาสตร์ในที่สุดอเมริกามี ปธน หญิงคนแรก !!

เรื่องศาสนา

เรื่องศาสนาที่จะเป็นประเด็นหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า คือ สิทธิเกย์/เลสเบี้ยนและเสรีภาพในการแต่งงาน “ฟรีดอม ทู แมรี่” (Freedom to Marry) ตอนเลือกตั้งสองคราวที่แล้ว โอบาม่าได้คะแนนโวทมากจากกลุ่มเกย์และเลสเบี้ยน คุณหลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเกย์และเลสเบี้ยนมันเกี่ยวกับศาสนาและกฎหมายอย่างไร เกี่ยวค่ะ คือ ศาสนาหลายศาสนาถือว่าการร่วมเพศระหว่างเพศเดียวกันเป็นบาป ตามพระคัมภีร์ไบเบิลของคริสต์ นิวเทสตาเม๊นท์ ไบเบิลฮิบรู“ยิว” และโคราน ศาสนา“อิสลาม” เขียนไว้ว่า การร่วมเพศทางทวาร ปาก อาจเป็นระหว่างเพศเดียวกันหรือต่างเพศ และร่วมเพศกับสัตว์ ถือเป็นอาชญากรรมที่ขัดกับธรรมชาติ เรียก“ไครม อเก๊นสท์ เนเช่อร์” (Crime agaist Nature) ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะการ“อเม็นด์เม๊นท์”ที่ 1 ระบุว่าทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพในการนับถือศาสนาและปฏิบัติตามความเชื่อของเขา ห้ามรัฐบาลยุ่งเกี่ยว ดั่งระบุในรัฐธรรมนูญว่า “รัฐบาลต้องสร้างกำแพงระหว่างโบสถ์และรัฐ” คือห้ามจุ้น ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญบทเฉพาะการ“อเม็นด์เม๊นท์”ที่ 14 ระบุว่า รัฐบาลห้ามกีดกันคนเพราะเชื้อชาติ สีผิวและศาสนา และต้องปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเทียมกันหมด คนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะดำรงชีวิตเพื่อไปถึงซึ่งความสุข (Pursuit of Happiness) และมีเสรีภาพที่จะแต่งงาน วกกลับมาเรื่องเกย์และเลสเบี้ยน เมื่อก่อนเกย์และเลสเบี้ยนไม่เปิดตัว เพราะถูกกีดกันมากไม่งั้นไม่สามารถรับตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆหรือตำแหน่งในรัฐบาล แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป พวกเกย์และเลสเบี้ยนได้เปิดตัวมากขึ้น จึงมีการตั้งองค์กรต่อสู้เพื่อสิทธิความเสมอภาค พวกเขาต้องการที่จะได้รับผลประโยชน์ “เบเนฟิต” (Benefits) จากคู่พาร์ทเน่อร์ เช่นประกัน เงินบำนาญ ค่ารักษาพยาบาล เช่นเดียวกับคู่สามีภรรยาหญิงชาย จนในที่สุดรัฐบางรัฐเริ่มผ่านกฎหมายยอมรับให้คู่เกย์ เลสเบี้ยนจดทะเบียนเป็นพาร์ทเน่อร์ได้ เพื่อเขาจะได้รับผลประโยชน์ และหลายรัฐมีการเคลื่อนไหวที่จะผ่าน“เซมเซ็กส์แมริเอจ” (Same Sex Marriage) ตามสิทธิรัฐธรรมนูญรัฐเป็นอำนายจองรัฐที่จะผ่านกฎหมายเกี่ยวกับการสมรสและหย่า รัฐบาลกลางห้ามยุ่ง รัฐบาลกลางรีบตัดไฟแต่ต้นลม ปี 1996 รัฐบาลกลางได้ผ่านกฎหมาย Defense of Marriage Act (เรียกย่อว่า “โดมา” DOMA) ระบุว่าการแต่งงานต้องเป็นระหว่างหญิงและชายเท่านั้นเรียก รัฐบาลกลางไม่ยอมรับคู่สมรสเกย์และเลสเบี้ยน = ไม่ให้ผลประโยชน์ เมื่อรัฐบาลกลางผ่านกฎหมายออกมาอย่างนี้ เท่ากับรัฐบาลกลางพังกำแพงระหว่างโบสถ์และรัฐ ในที่สุดปี 2013 ศาลสูงสุดได้ตัดสินคดี และคำตัดสินได้โมฆะ DOMA ว่าละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นอิมมิเกรชั่นซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลางจึงยอมออกใบเขียวให้คู่สมรสเกย์และเลสเบี้ยน โปรดอ่านความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ “อำนาจรัฐ vs รัฐบาลกลาง” และ “การสมรสระหวางเพศเดียวกัน” ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกา เล่มใหม่” หน้า 30 และ 41

การกีดกันคู่เกย์รัฐอินเดียน่า

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นคือ เหตุการณ์ในรัฐอินเดียนน่าที่ผ่านมาเดือนที่แล้ว เมื่อวันที่ 26 มีนา 2015 ผู้ว่ารัฐอินเดียนน่าได้ผ่านกฎหมาย เรียก “ริลิเจียส ฟรีด้อม เรสโตเรชั่น แอ๊กท์” (Religious Freedom Restoration Act) คือ ให้เสรีภาพที่พลเมืองสามารถทำสิ่งที่เขาเชื่อตามศาสนาได้โดยไม่ผิดกฎหมาย กฎหมายนี้ออกมาแก้หรือผ่อนหนักให้เป็นเบาหลังจากที่รัฐบาลกลางยอมรับ“เซมเซ็กส์แมริเอจ” หลังจากที่กฎหมายผ่านร้านพิซซ่าร้านหนึ่งในรัฐอินเดียนน่า เจ้าของร้านปฏิเสธไม่รับทำออเด้อร์ที่คู่เกย์สั่งทำเค็กแต่งงาน โดยต้องการให้มีตัวตุ๊กตาที่ปักบนเค็กเป็นรูปคู่เพศเดียวกัน จึงกลายเป็นข่าวใหญ่แพร่ไปตามบล็อก หลังจากนั้นมีบล๊อกลงด่าเจ้าของร้านและชักจูงให้คนบอยคอทร้านนี้ เจ้าของร้านถึงขนาดต้องปิดร้านเพราะขาดทุน ส่วนกลุ่มตรงข้ามที่เห็นด้วยกับร้านก็ลงบล็อกตอบกลับ และเรียกเงินเรี่ยไรช่วยธุรกิจเจ้าของร้าน ตามข่าวที่ดิฉันอ่านภายในอาทิตย์กว่า ได้รับเงินเรี่ยไรให้เจ้าของร้านได้ถึง $842,000

ไงคะ รัฐธรรมนูญและศาลสูงสุดในอเมริกาศักดิ์สิทธิดีไหม!!!

 

โยคะเมืองไทย

สวัสดีค่ะ หายไปเดือนนึงเพราะดิฉันพึ่งกลับจากเมืองไทยได้อาทิตย์กว่า กลับมาก็รีบทำงานค้างเลยบิสซี่ทั้งอาทิตย์ และยังต้องฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ล้ามาจากโยคะในเมืองไทย

โยคะในอเมริกา

ดิฉันเป็นลูกศิษย์โยคะจากยิม 24 Hour Fitness ตั้งแต่เริ่มต้นถึงปัจจุบัน ปีนี้เข้าปีที่ 7 ที่เลือกไปยิมเพราะมันถูก มีสาขาทั่วเมกา มีคลาสโยคะและคลาสออกกำลังอื่นๆ เช่น ซุมบ้า อโรบิค พิลาเต้ เป็นต้น และอุปกรณ์ออกกำลังทุกชนิด แถมยังหลายสาขาเปิด 24 ชั่วโมงอีก ดิฉันจ่ายรายปี 2 ปีต่อครั้ง เฉลี่ย $14 ต่อเดือนเท่านั้น และที่ดิฉันชอบคือ ครูแต่ละคนสอนไสตล์ต่างกัน ระหว่าง 6 ปีดิฉันก็ได้ไปลองเรียนโยคะตามสตูดิโอ ไสตล์กุณฑาลิณีโยคะ โยคะร้อน และไทชี แต่ก็เลิกไป เพราะร่างกายกระซิบบอกว่าเพลาๆหน่อย ไสตล์โยคะในยิม ครูจะไม่ให้เราทำท่ายากๆที่อาจเป็นอันตราย เช่น เฮ๊ดแสตนด์ ขาพาดไหล่ ท่าหิงห้อย  เพราะนักเรียนมีทุกระดับ และคงกลัวนักเรียนบาดเจ็บและอาจถูกซู (คงเป็นกฏของยิม) ส่วนมากเป็นไสตล์ “หัตถะโยคะ” (Hatha Yoga)  หลังจากที่ดิฉันได้เรียนจบหลักสูตรโยคะ 500 ชั่วโมง และเรียนคอร์สโยคะต่างๆรวม “แอนนาโตมี่” (Anatomy) ได้ทำความรู้จักกับสรีระของตัว ตอนนี้ก็รู้สึกอยู่ตัว ปัจจุบันแต่ละอาทิตย์ ไปโยคะที่ยิม 6 วัน สอน 3 วันต่อ พัก 1 วัน และเดินที่ปาร์คข้างบ้านทุก เช้า เย็น เก๊าะอยู่ตัว แฮ็ปปี้ สดชื่นมากๆหลังโยคะเสร็จ ทั้งร่างกายและจิตใจ

โยคะในเมืองไทย

คราวที่แล้วดิฉันอยู่ไทย ได้ไปโยคะที่สตูดิโอ มีสอน 4 วันต่ออาทิตย์รอบเช้า นอกนั้นรอบเย็น ตอนไปลงเรียนนึกในใจว่าโย 4 วันเช้าเท่านั้นไม่พอ จะต้องไปหาสตูดิโอเรียนเพิ่มรอบเช้าอีก 2 วัน (ดิฉันไม่ชอบไปโยคะรอบเย็น สงสารสามีที่ต้องรอทานข้าวเย็น) อาทิตย์แรกดิฉันไปโย ก็ “ว๊าว” (Wow!)“คัลเจ้อร์ ช็อค” (Culture shock) นักเรียนสาวๆหุ่นเพรียว มักคุยกันแต่เรื่องน้ำหนัก ส่วนคุณครูสอนดีเก็บท่าละเอียด  แต่ๆละท่าครูจะให้นิ่งอยู่นาน ซึ่งดิฉันก็โอกับมัน แต่จะมีท่ายากๆหลายท่า  3วันแรกดิฉันแทบเดี้ยง พอวันศุกร์มาถึง กัดฟันทำไปเพราะ“อีโก้” (Ego) พอวันเสาร์ อาทิตย์ จันทร์ ดิฉันนอนแผ่ ปวดเมื่อยร่างกายไปหมด ยกเลิกความคิดที่จะไปโยคะ 6 วัน  ต้องวิ่งไปนอนนวดน้ำมันผ่อนคลาย พออาทิตย์ที่2 กล้ามเนื้อพอชินขึ้น ก็พอไหว 4 วันรวด แต่ต้องพึ่งหมอนวดวันหยุด ที่ไม่เข้าใจและพยายามหาสาเหตุว่า เวลาโยคะในอเมริกา ทั้ง โย และสอน รวม 9 ครั้งต่ออาทิตย์ ร่างกายแฮ็ปปี้มาก แต่โยคะในเมืองไทยเพียง 4 วันต่ออาทิตย์ ทำไมร่างกายมันเปลี้ยและล้าไปหมดทั้งวัน (ไม่อยากใช้คำว่าเดี้ยง)

คำอุทธาหรณ์

วันดิฉันบินกลับเมกา ได้อ่านแม็กกาซีน “ชีวจิต” ฉบับวันที่ 1 มีนาในเครื่องบิน เขียนโดยครูปาล์ม-ฐิตวินน์ คำเจริญ หัวข้อเรื่อง “ท่านักรบ แก้อ่อนเพลีย” ครูปาล์มเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์โยคะ ขอนุญาตลอกบทความบางส่วนมาลงในที่นี้

เมื่อผมฝึกท่าพื้นฐานได้แล้ว จึงเริ่มฝึกท่ายากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเช้าวันหนึ่ง ผมทรงตัวไม่ดี เมื่อเท้าเหยียบพื้นก็ล้มทันที และรู้สึกเสียวแปลบจากบริเวณกระดูกสันหลังมาถึงก้านคอ ก้มคอไม่ได้ นั่งไม่ได้ จนต้องไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าผมฝึกโยคะมากเกินไปทำให้หมอนรองกระดูกไหลออกมาทับเส้นประสาท หลังจากนั้นผมต้องทำกายภาพบำบัดและหยุดฝึกโยคะหลายเดือน เมื่ออาการดีขึ้นนักกายภาพบำบัดก็อนุญาตให้ผมฝึกโยคะได้ แต่ผมต้องกลับไปเริ่มฝึกโยคะใหม่หมด เรียกว่าเริ่มจากศูนย์  เพราะมีความรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ผมจึงค่อยๆเรียน ค่อยๆรู้จักกับร่างกายตัวเองอย่างละเอียดขึ้น เป็นบทเรียนที่สำคัญที่ทำให้ผมกลับมาฝึกโยคะได้อีกครั้ง และอยากถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้แก่คนอื่น” ครูปาล์มยังพูดต่อว่า “เวลาที่สอน ผมมักบอกนักเรียนเสมอว่า เวลาฝึกท่าต่างๆต้องรู้จักร่างกายตัวเอง ไม่ใช่ทำตามคนอื่นทั้งหมด เพราะนั่นไม่ใช่ร่างกายของเรา

พอดิฉันอ่านบทความนี้ ต้องขอขอบคุณครูปาล์ม ทำให้ดิฉันรู้สึกดีขึ้นมาก เลยหยุดหาคำตอบว่าร่างกายตัวเป็นอะไรเนี่ย ร่างกายมันตอบเองให้เสร็จ ว่า “ชิวๆมั่งซิคุณ!

เทศกาลวันหยุดเดือนกุมภา

ในอเมริกาเดือนกุมภาเป็นเดือนที่มีวันเทศกาลมากถึง 3 วัน คือ วันวาเล็นไทน์ 14 ก.พ. วันแอ็ช เว๊นสเดย์ 18 ก.พ. วันตรุษจีน 19 ก.พ. และมีวันหยุดราชการ 1 วันคือ วันเพรสสิเด๊นท์ เดย์ 16 ก.พ.

วันวาเล็นไทน์ (Valentine Day)

วันวาเล็นไทน์ คือวันแห่งความรัก ได้ชื่อตามนักบุญชื่อ“เซ็นท์ วาเล็นไทน์” (Saint Valentine) ความเป็นมาคือ ในช่วงศตวรรษที่ 3 เป็นยุคล่าดินแดนของโรมัน กษัตริย์โรมันชื่อท่านคลาวเดียที่ III ได้เกณท์กองทัพทหารส่งชายหนุ่มไปสู้รบ กษัตริย์กลัวว่าชายหนุ่มไม่อยากไปสงครามหรือใจเขวถ้ามีความรัก จึงออกกฎห้ามไม่ให้ชายหนุ่มแต่งงาน บาทหลวงชื่อ“เซ็นท์ วาเล็นไทน์” ไม่เห็นด้วยและต่อต้านกฎหมายนี้ ท่านได้แอบลักลอบทำพิธีสมรสลับให้คู่หนุ่มสาวก่อนที่ชายหนุ่มจะไปรบ ภายหลังกษัตริย์คลาวเดียรู้เข้า จึงจับ “เซ็นท์ วาเล็นไทน์” เข้าคุก ระหว่างรอการประหารชีวิต“เซ็นท์ วาเล็นไทน์” ได้หลงรักลูกสาวของนักโทษผู้หนึ่ง ก่อนวันประหารท่านได้แอบส่งจดหมายไปสารภาพรักต่อลูกสาวนักโทษ และลงท้ายจดหมายว่า “จากวาเล็นไทน์ของเธอ” “From your Valentine” เซ๊นท์ วาเล็นไทน์ ถูกประหารชีวิตวันที่ 14 กุมภา ในปี ค.ศ. 1847 หญิงอเมริกันชื่อ Esther Howland อยู่รัฐแมสสาจูเซสท์ หัวใสได้เริ่มทำคาร์ดวาเล็นไทน์ขาย เป็นรูปหัวใจและกามเทพยิงศร พระกามเทพหรือ“คิวปิด” (Cupid) คือเทพเจ้าแห่งความรัก วันวาเล็นไทน์จึงกลายเป็นวันแห่งความรักไปทั่วโลก “แฮ็ปปี้ วาเล็นไทน์”ค่ะขอให้สมหวังกันนะคะ

วันแอ็ช เว๊นสเดย์ (Ash Wednesday)

วัน “แอ๊ช เว๊นส์เดย์” (แอ๊ช แปลว่า ขี้เถ้า วันแอ๊ช เว๊นส์เดย์” คือ“วันรับเถ้า”ซึ่งจะตรงกับวันพุธ) เป็นวันทางศาสนาของชาวคริสเตียน ปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 18 ก.พ. เป็นวันแรกของการถือศีล เรียกเข้าช่วง “เล๊นท์” (Lent) รวม 46 วัน ไปจนถึงวันอีสเต้อร์ซึ่งจะตรงกับวันอาทิตย์ ปีนี้ตรงกับวันที่ 5 เมษา  ในวัน “แอ๊ช เว๊นส์เดย์” ชาวคริสเตียนที่เคร่ง จะไปโบสถ์ ฟังเทศน์ และบาทหลวงจะเจิมขี้เถ้าให้ที่หน้าผาก (ดูรูป) ในช่วง “เล๊นท์” ทั้ง 46 วันนี้  ผู้ที่เคร่งก็จะตั้งใจละทิ้งสิ่งไม่ดีบางอย่าง เช่น เลิกบุหรี่ เหล้า หรือไม่ทานเนื้อสัตว์ เป็นต้น เพื่อรำลึกถึงพระเยซูที่ท่านสละชีวิตเพื่อลบบาปของพวกเขา ตามพระคัมภีร์ พระเยซูเริ่มอดอาหารเพื่อปฏิบัติธรรม ท่านเดินเท้าข้ามทะเลทรายผ่านความธุรกันการเป็นเวลา 40 วัน วันที่ 40 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ ท่านเดินทางเข้ามาถึงเมืองเยรูซาเล็ม วันนั้นเรียกวัน “ปาล์ม ซันเดย์” (ตรงกับวันที่ 29 มีนา) มีผู้คนที่ศรัทธารอรับท่านอยู่ที่ประตูเมือง พวกเขาได้โปรยใบปาล์มลงบนพื้น เพื่อให้ท่านเดิน(นิ่มๆ)บนใบปาล์ม หลังจากนั้นมีสาวกที่ทรยศต่อพระเยซูไปแจ้งทหารโรมันว่า พระเยซูประกาศตนเป็นบุตรพระเจ้า โดยคำสั่งของกษัตริย์โรมัน ได้สั่งทหารให้ฆ่าท่าน พระเยซูถูกจับตรึงไม้กางเขนและสิ้นชีพ วันศุกร์ เรียกวัน “กู๊ด ฟรายเดย์” (Good Friday)ปีนี้ตรงกับวันที่ 3 เมษา  สองวันต่อมา ตรงกับวันอาทิตย์เมื่อผู้คนไปที่หลุมฝังศพ ปรากฏว่าไม่มีร่างท่าน เชื่อว่าพระเยซูคืนพระชนม์และขึ้นสวรรค์ หรือ “เรสเซอเร็กท์ชั่น” (resurrection) วันที่ท่านคืนพระชนม์เรียกว่าวัน “อีสเต้อร์” (บางตำรากล่าวว่า 3 วัน ฉะนั้นบางครั้งคุณจะได้ยินคำว่า “อีสเต้อร์ ซันเดย์” Easter Sunday หรือ “อีสเต้อร์ มันเดย์” Easter Monday) วัน “อีสเต้อร์” เป็นวันออกศีล เป็นวันที่คนจะฉลองทานอาหารมื้อใหญ่ วิธีคำนวนวันอีสเต้อร์ คือวันแรกของวันพระจันทร์เต็มดวงหลังจากวัน “วิษุวัติ” หรือ “เอควิน็อกซ์” (Equinox) คือวันที่มีกลางวันและกลางคืนเท่ากันของฤดูใบไม้ผลิ เรียก “สปริง เอควิน็อกซ์” (Spring Equinox) (ในปีหนึ่งจะมีวัน “วิษุวัติ” สองครั้งฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง) ปีนี้“สปริง เอควิน็อกซ์” ตรงกับวันที่ 21 มีนา และจึงนับย้อนหลังไป 46 วัน เป็นวัน“แอ๊ช เว๊นส์เดย์” รากศัพท์คำว่า “อีสเต้อร์” มาจากหลายสายแล้วแต่ประเทศใดจะแปล ดิฉันเลือกอันที่ดิฉันชอบมากที่สุดคือ มาจากเทพเจ้าหญิงชื่อ Eostre (เอ็สเต้อร์) เป็นเทพเจ้าที่บูชากันในฤดูใบไม้ผล ถือเป็นเทพเจ้าแห่งการ ผลิตผลคำว่า

 

หมายเหตุ การที่วัน“แอ๊ช เว๊นส์เดย์” ใช้ขี้เถ้าเจิมหน้าผาก (ตามพระคัมภีร์กล่าวว่า ขี้เถ้ามาจากการเผาใบปาล์มของวัน “ปาล์ม ซันเดย์”ปีก่อนหน้า) เหตุผลที่ใช้ขี้เถ้า เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่เตือนว่า มนุษย์ ก็มาจากขี้เถ้า เมื่อตายเราก็กลายเป็นขี้เถ้า“Remember, Man is dust, and unto dust you shall return.”  

วันตรุษจีน (Chinese New Year)

วันตรุษจีน หรือวันปีใหม่ของชาวจีนปีนี้ตรงกับวันที่ 19 ก.พ. ตามภาษาปฏิทินเรียกวัน “ลูน่าร์ นิวเยียร์” (Lunar New Year) หรือวันทางจันทรคติ และเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ  ก็ขออวยพรกันเลยนะคะ “ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ ฮวดไช้” ขอให้เฮงๆนะคะ รวยๆสุขภาพและกระเป๋า

วัน “เพรสสิด็นท์ เดย์” (President Day)

วัน “เพรสสิด็นท์ เดย์” หรือวันประธานาธิบดี เป็นวันหยุดราชการ ทุกปีจะตรงกับวันจันทร์ที่ 3 ของเดือน ก.พ. เพื่อให้คนได้หยุดยาว ปีนี้ตรงกับวันที่ 16 ก.พ. วัน “เพรสสิด็นท์ เดย์” ได้กลายเป็นวันหยุดราชการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 ก่อนหน้านั้นในเดือนกุมภา เราจะมีการรำลึกวันเกิดประธานาธิบดี 2 ท่าน คือ George Washington’s Birthday  (จอร์จ วอชิงตัน ป.ธ.น. คนแรกของอเมริกา เกิดวันที่ 22 ก.พ.) และ Lincoln’s Birthday  (เอบบราแฮม ลินคอล์น เป็น ป.ธ.น. คนที่ 16 ท่านได้ประกาศเลิกทาศ เกิดวันที่ 12 ก.พ.) สมัยโน้นวันเกิด ป.ธ.น. จอร์จ วอชิงตัน เป็นวันหยุดราชการวันเดียว ส่วนวันเกิดป.ธ.น. ลินคอล์น โรงเรียนรัฐบาลจะหยุด ในปี 1971 คองเกรสได้เปลี่ยนจากวันเกิดของสองท่าน เป็นวันประธานาธิบดีหรือวัน“เพรสสิด็นท์ เดย์” แทน เพื่อเป็นอนุสรณ์ต่อป.ธ.น.ทุกท่านที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับคนอเมริกันวัน“เพรสสิด็นท์ เดย์” ถือเป็นวันช็อปปิ้งโดยเฉพาะสินค้าใหญ่ๆเช่น เฟอร์นิเจ้อร์ ที่ทางร้านจะลดราคามากและหลายแห่งยกเว้นภาษี !!  โปรดอ่านเพิ่มความรู้เกี่ยวกับอเมริกาและวันหยุดเทศกาลต่าง ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 27-28 คุณสามารถสั่งซื้อโดยตรงได้จากดิฉัน เล่มละ $35 โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308

ใครขอใบทำงานและใบขับขี่ได้

ภายใต้กฎหมาย DAPA DACA และ AB60

แฟนคอลัมน์ยังสับสนในกฎหมาย 3 ฉบับที่ดิฉันลงก่อนหน้านี้ กฎหมาย DAPA  DACA ที่ ป.ธ.น.โอบาม่าผ่านออกมาช่วยโรบินฮู้ด ให้ขอใบทำงานได้ และ AB 60 กฎหมายรัฐคาลิฟอร์เนียให้โรบินฮู้ดขอใบขับขี่ได้  รายละเอียดดังนี้ค่ะ

DAPA (Deferred Action for Parental Accountability) 

โอบาม่าผ่านกฎหมายฉบับนี้วันที่ 20 พ.ย. 2014 ตอนนี้ยังแอ็พพลายไม่ได้ เพราะอิมมิเกรชั่นยังพิมพ์ฟอร์มและวางไก๊ด์ไลน์ไม่เสร็จ คาดว่าจะเสร็จอีกเดือน 2 เดือนนี้ กฎหมายฉบับนี้ให้โรบินฮู้ดสามารถขอใบทำงานหรือ “เวิร์ค เพอร์มิท” (มีอายุ 3 ปี) หลังจากได้ใบทำงาน จึงไปขอใบโซเชียล และใบขับขี่หรือไอดีรัฐได้ คุณสมบัติของผู้ขอมีดังนี้

  1. คุณต้องมีลูกเป็นอเมริกันซิติเซ่นหรือถือใบเขียวหรือ และ
  2. คุณต้องเข้ามาอยู่ในอเมริกาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2010 และ
  3. คุณต้องอยู่อย่างผิดกฎหมายคือเป็นโรบินฮู้ดตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2014 หมายความว่า ถึงวีซ่าของคุณยังไม่หมดอายุ แต่คุณไม่ได้คงสถานภาพนั้นแล้วก็ถือว่าคุณอยู่อย่างผิดกฎหมาย เช่น วีซ่านักเรียนยังไม่ขาด  แต่คุณไม่ได้ไปเรียนแล้วตั้งแต่ก่อนหน้าวันที่ 20 พ.ย. 2014 ก็ถือว่าผิดกฎหมาย และ
  4. คุณต้องผ่านแบ๊คกราวนด์เช็ค ถ้าคุณอยู่ระหว่างถูกดำเนินเรื่องเนรเทศคุณยังสามารถแอ็พพลายได้
  5. กฎหมาย DAPA นี้ไม่รวมพ่อแม่ของเด็กที่ได้ใบทำงานภายใต้ DACA*

เดินทางกลับเมืองไทยได้หรือไม่

คุณยังไม่สามารถใช้ใบทำงานนี้เดินทางออกนอกประเทศได้ คุณต้องยื่นเรื่องขออนุญาตเดินทางเข้าออก อันนี้ต้องคอยให้อิมมิเกรชั่นวางกฎ ออกแบบฟอร์มใหม่และระเบียบการยื่น ค่าธรรมเนียม เป็นต้น ถ้ามีกฎผ่านมามื่อไร ดิฉันจะรีบเขียนลงคอลัมน์ทันที ที่แฟนคอลัมน์ถามมาว่าดิฉันจะรับทำเคสไหม คงจะรับน่ะค่ะ ดิฉันเองก็ตื่นเต้นและดีใจด้วยมากเมื่ออ่านกฎหมายฉบับนี้

ถ้าลูกมีใบเขียว/ซิติเซ่นแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อแม่ได้หรือไม่

กรณีลูกคุณมีใบเขียว ลูกไม่สามารถแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ แม่ได้ ลูกต้องเป็นซิติเซ่นก่อนถึงจะแอ็พพลายให้ได้ ถ้าคุณไม่ต้องการใบทำงาน เพราะทำงาน(เถื่อน)อยู่แล้วและไม่ต้องเสียภาษี ไม่จำเป็นต้องขับรถ เพราะถ้าคุณยื่นเรื่องได้ใบทำงาน คุณต้องเสียภาษี คุณอาจจะเลือกไม่ต้องขอใบทำงานภายใต้กฎหมาย DAPA ก็ได้ แต่รอให้ลูกได้เป็นซิติเซ่นก่อน และให้ลูกแอ็พพลายใบเขียวให้คุณเลย แต่ถ้าคุณต้องการทำธุรกิจส่วนตัว เช่นเปิดร้านอาหาร ร้านนวด คุณต้องมีใบโซเชียล มีไอดีและใบทำงานถึงจะขอไลเซ่นต่างๆได้ กรณีนี้คุณก็จำเป็นที่จะขอใบทำงาน

กรณีลูกเกิดในอเมริกาและเป็นซิติเซ่น เด็กต้องอายุ 21 ปีก่อนที่จะแอ็พพลายใบเขียวให้พ่อ แม่ได้ค่ะ

DACA (Deferred Action for Childhood Arrivals) 

โอบาม่าผ่านกฎหมายฉบับนี้มาตั้งแต่ปี 2012  ช่วยเด็กที่พ่อแม่พาเข้ามาอเมริกาตั้งแต่เล็กๆและเด็กเข้าเรียนหนังสือฟรี เมื่อเด็กโตขึ้นเรียนจบเกรด 12 เด็กจึงรู้ตัวว่าไม่สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพราะอยู่เถื่อน กฎหมายนี้ผ่านมาเพื่อช่วยเด็กเหล่านี้ เพราะไม่ใช่ความผิดของเด็ก (เป็นความผิดของพ่อแม่ *ฉะนั้นกฎหมาย DAPA ข้างต้นจึงยกเว้นพ่อแม่ของเด็กที่ได้ใบทำงานภายใต้ DACA) คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบทำงานหรือ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” (มีอายุ 3 ปี) หลังจากได้ใบทำงาน จึงไปขอใบโซเชียล และใบขับขี่หรือไอดีรัฐได้ คุณสามารถขอ Advance parole เดินทางออกนอกประเทศได้ โอบาม่าได้ขยายคุณสมบัติจากกฎหมายฉบับเก่าปี 2012 มีดังนี้

  1. คุณต้องเข้ามาอยู่ในอเมริกาก่อนอายุ 16 ปี และ
  2. ต้องเข้ามาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2010 (กฎเก่าเข้ามาก่อน 15 มิถุนายน 2007)
  3. เรียนจบไฮสกูลหรือได้ประกาศเทียบเท่า (GED) หรือเคยเป็นทหารและได้ honorable discharge
  4. ไม่จำกัดอายุตอนยื่นเรื่อง (กฎเก่าต้องยื่นเรื่องก่อนอายุ 31 ปี)
  5. คุณต้องผ่านแบ๊คกราวนด์เช็ค

โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับ “Advance Parole” และกฎหมาย DACA ภายใต้หัวข้อ “ดรีมแอ๊กท์” ในหนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” หน้า หน้า 38 และ 26 คุณสามารถสั่งซื้อโดยตรงได้จากดิฉัน เล่มละ $65 โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308

กฎหมาย AB 60

กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายรัฐคาลิฟอร์เนียไม่เกี่ยวกับกฎหมายอิมมิเกรชั่นซึ่งเป็นกฎหมายรัฐบาลกลาง  อนุญาตให้โรบินฮู้ดที่อยู่ในรัฐคาลิฟอร์เนียทำใบขับขี่ได้มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2015 คุณไม่สามารถใช้ใบขับขี่นี้ขอบัตรโซเชียลได้  ปัจจุบันมีหลายรัฐที่มีกฎทำนองนี้ให้โรบินฮู้ดทำใบขับขี่ได้ โปรดเช็คในรัฐที่คุณอยู่ โปรดอ่านเพิ่มความรู้ ความแตกต่างระหว่างกฎหมายรัฐบาลกลาง  และ กฎหมายรัฐ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มใหม่” หน้า 29 และ 30

สวัสดีปีใหม่ด้วยโยคะมาลา

สวัสดีปีใหม่ค่ะ นี่ก็เข้าไปครึ่งเดือนแล้ว ขณะเขียนวันนี้อุณหภูมิในเขต “ออเร๊นจ์ เคาน์ตี้” คาลิฟอร์เนียตอนใต้ 72 องศาฟาเรนไฮท์ ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ทั้งสัปดาห์ ไงคะหน้าหนาวรัฐนี้ ซึ่งต่างกับรัฐแถบตะวันตกกลาง“มิดเวสท์”และตะวันออก“อีสท์โคสท์” อากาศหนาวสุดทน ลมแรงและหิมะตกมาก แต่เวลาเห็นหิมะก็สวยคนละแบบ วันนี้เราคุยเรื่องปีใหม่กัน คนอเมริกันพอปีใหม่ก็จะมีการตั้ง “โกล” (Goal) ว่าปีใหม่นี้มีความตั้งอะไร เรียก “นิวเยียร์ เรสโซลูชั่น” (New Year Resolution) ดิฉันเลิกตั้ง “นิวเยียร์ เรสโซลูชั่น” มาหลายปีแล้ว ดิฉันคิดว่าแต่ละวันดิฉันมี “โกล หรือเรสโซลูชั่น” ต่างกัน ไม่เหมือนกันซักวัน

ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ดิฉันส่งท่ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 ธันวา ทุกเช้าวันเสาร์ดิฉันจะสอนโยคะสตูดิโอที่บ้าน (ดูรูปสตูดิโอ) เพื่อนๆ ลูก สามี และเพื่อนบ้าน จะมาฝึกด้วยกัน สัปดาห์ก่อนหน้านั้นดิฉันไปยิม ครูให้เราทำ “โยคะมาลา” ทำอาสนะบท “ไหว้พระอาทิตย์” หรือ “สุริยานมัสการ” 27 บทใน 1 ชั่วโมง เมื่อเสร็จดิฉันรู้สึกมีเอเนอร์จี้มาก ดิฉันเลย search อ่านเรื่องโยคะมาลา และตัดสินใจสอน“โยคะมาลา” (Yoga Mala หรือ Mala Yoga) ต้อนรับปีใหม่

Japa Mala พวงมาลัยลูกประคัม
Japa Mala พวงมาลัยลูกประคัม

โยคะมาลา 

โยคะมาลา คือโยคะสมาธิ ผู้ทำตั้งปณิธานที่จะอุทิศการฝึกให้บุคคลหรือสิ่งที่เขาเชื่อ โดยทำอาสนะบท “ไหว้พระอาทิตย์” ทั้งหมด 108 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 3.5-4 ชั่วโมง คำว่ามาลา (Mala) คือพวงมาลัยลูกประคัม (Bead) ที่คนฮินดูใช้เวลาสวดมนต์ เรียก Japa Mala ประกอบด้วยลูกประคัม 108 เม็ด บวกลูกประคัมสำคัญอีก 1 เม็ดเรียก “กูรูบี๊ด” (Guru Bead) เปรียบได้กับ “โรซารี่” (Rosary) ของศาสนาคริสต์ ตัวเลข 108 ถือว่ามีความสำคัญของศาสนาฮินดู คล้ายๆคนไทยถือความสำคัญตัวเลข 9 มาลาโยคะมีมานานในอินเดีย ครั้งแรกที่มาลาโยคะเผยแพร่ไปทั่วโลกคือปี 2007 กูรูชื่อ Shiva Rea ได้จัดตั้งองค์กรโยคะมาลาโลกเรียก “โกลเบิล มาลาโยคะ” (Global Mala Yoga) รวม 50 ประเทศ เพื่อสันติภาพ ผู้ที่เป็นสมาชิกองค์กรหรือใครก็ได้ มักจะจัดโยคะมาลาเพื่อสันติภาพหรืออย่างอื่นปีละครั้งในชุมชนที่ตนอยู่ วันจัดส่วนมากจะตรงกับวัน “วิษุวัติ” หรือ “เอควิน็อกซ์” (Equinox) คือวันที่มีกลางวันและกลางคืนเท่ากัน ซึ่งเกิดขึ้น 2 ครั้งในรอบปี คือ ฤดูใบไม้ผลิ ประมาณวันที่ 20-21 มีนา เรียภ “สปริง เอควิน็อกซ์” (Spring Equinox) และฤดูใบไม้ร่วงประมาณวันที่ 22-23 กันยานา เรียภ “ฟอล เอควิน็อกซ์” (Fall Equinox) หรืออาจเป็นวันปีใหม่ หรือวันที่เปลี่ยนฤดู ตามคลาสในยิม อาจจะฝึกมาลาโยคะในเวลาที่จำกัด เช่น 1 ชั่วโมงสามารถทำอาสนะได้ 27 บท จำนวนที่แยกจะเป็นจำนวนที่ทำเมื่อคุณออกมาจะลงตัวเป็น 108 ตัวอย่าง 27 x 4 = 108 หรือ 9 x 12 = 108

โยคะมาลาในห้องเรียนของเรา

คลาสวันเสาร์ 27 ธันวา มีเวลา 1.30 ชั่วโมง ดิฉันเตรียมนักเรียนเป็นขั้นตอนดังนี้

  1. เริ่มด้วยนั่งลมปราณ 4 ชนิด คือ (1)หายใจแบบโยคีเข้าออกทางรูจมูกช้าๆ (2)หายใจสลับรูจมูก (3)หายใจกบาลภัติ โดยแขม่วกดหน้าท้องอย่างเร็วและแรงขณะหายใจออก และ (4)หายใจขมิบก้น
  2. ดิฉันอธิบายถึงโยคะมาลาให้นักเรียนฟัง ทุกคนอ้าปากค้างคิดว่าจะต้องทำ 108 บทไหว้พระอาทิตย์ ดิฉันตัดสินใจทำเพียง 9 บท และชวนนักเรียนทำมาลาโยคะทุกเสาร์ต้นเดือน 9×12 ครบ 108 ปลายปีนี้ นักเรียนยิ้มออก ยกเว้นสามีบ่นอุบว่าตั้ง 9 บท
  3. นั่งสมาธิ หรือ “เมดิเทท” ก่อนเริ่มดิฉันสาธิตการทำมือโยคะมุฑรา (Hand Mudra) ดิฉันเรียนมาจาก Baba Hari Dras ที่ Mount Madonna โดยนักเรียนทำตาม  (ดูรูป) เพื่อไหว้ครูบาอาจารย์ เราเมดิเททประมาณ 5-8 นาที
  4. ทำท่าอาสนะยืดเส้นสาย กล้ามเนื้อ และหมุนข้อ
  5. ก่อนเริ่มท่าไหว้พระอาทิตย์ เราแยกเป็น 3 “เซสชั่น” (Session) 3,3,3 โดยก่อนเริ่มแต่ละเซสชั่น เราจะตั้งจิตสงบและตั้งปณิธาน เริ่มด้วย (1)เซสชั่นหนึ่ง เราโฟกัสที่ตัวเองเป็นหลักและให้ปล่อยละทิ้งอดีต ถ้ามีอะไรที่ติดใจอยู่ เราเยียวยาตนเองด้วยบทไหว้พระอาทิตย์ (2)เซสชั่นสอง เราอุทิศให้ครอบครัว เพื่อน ญาติพี่น้องและทุกคนที่เรามีอคติหรือเคยทำไม่ดีกับเขา และโฟกัสตัวเราให้อยู่กับปัจจุบัน และ (3)เซสชั่นสาม เราอุทิศผลบุญให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลก และตั้งปณิธานที่จะสัมฤทธิผลในสิ่งที่เราตั้งใจ
  6. เราจบด้วยท่าอาสนะวิปริต การณี ท่าเบาๆ และท่าศพ
  7. เราจบลงด้วยนั่งสมาธิอีก 5 นาที เมื่อจบเราทำมือโยคะมุฑรา(ดูรูป) และปิดด้วย “โอม” 9 ครั้ง
Hand Mudra ก่อนและหลังนั่งสมาธิ
Hand Mudra ก่อนและหลังนั่งสมาธิ

ผล นักเรียนแฮ็ปปี้รวมทั้งสามีไม่มีใครบ่น เพื่อนบอกไหว้พระอาทิตย์ 18 บทยังไหว ตัวดิฉันรู้สึกอิ่มเอิบใจมากวันนั้นที่ได้ให้และได้รับ เพื่อนบ้านบอกว่าขณะดิฉันนั่งเมดิเทท(เขาคงแอบลืมตา) เธอบอกว่าหน้าดิฉันใสหรือ“โกลว์”(Glow)มาก ธรรมดาดิฉันไม่ใช่คนชอบนั่งสมาธิ แต่วันนั้นรู้สึกจิตใจสงบดีมาก  ตอนเด็กๆคุณยายสอนดิฉันนั่งวิปัสนา ต้องโดนดุประจำเพราะเป็นคนยึกยักตลอดเวลานั่งอยู่ไม่สุข  ไม่เชื่อตัวเองว่าเอาจริงๆก็ทำได้  ถ้าคุณยายและคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ คงพูมใจมากๆเลย! 

AB 60 โรบินฮู้ดรัฐคาลิฟอร์เนียทำใบขับขี่ได้

สัปดาห์ที่แล้วขณะที่ดิฉันไปนั่งรอคิวทำใบขับขี่ใหม่ที่ DMV (Department of Motor Vehicles) เนื่องจากกระเป๋าสตังค์หาย ระหว่างนั่งรอหน้าจอทีวีก็นั่งอ่านเรื่องกฎหมาย AB60 ที่ผู้ว่ารัฐคาลิฟอร์เนียนาย “เจรี่ บราวน์” (Governor Jerry Brown) ผ่านออกมาปี 2013 ให้โรบินฮู้ดสามารถทำใบขับขี่ได้ กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เริ่มวันที่ 2 มกราคม 2015

AB 60

กฎ AB 60 ระบุว่า ชาวต่างชาติอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพอิมมิเกรชั่นอะไร (Regardless of Immigrant Status) สามารถทำใบขับขี่ Class C (รถบ้านทั่วไป), Class M1/M2 (รถมอไซด์)  และNoncommercial Class A or B (รถแคมเป้อร์ เทรลเล่อร์ และ RV หรือ Rcreatoinal Vehicles บางประเภท) แต่ไม่สามารถขับรถเทรลเล่อร์ใช้ในการพาณิชย์  มีแฟนคอลัมน์ถามมาว่าผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวยังไม่ขาดทำได้ไหม ตามที่แปลออกมาก็น่าจะได้นะคะ แต่ตามกฎแล้วถ้าวีซ่าคุณยังไม่ขาด คุณสามารถทำใบขับขี่ได้ แต่จะหมดอายุวันที่บัตรขาเข้า I-94 หมดอายุ

รัฐอื่นที่ออกใบขับขี่ให้โรบินฮู้ด

คาลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่ 11 ที่ผ่านกฎหมายให้โรบินฮู้ดทำใบขับขี่ได้ 10 รัฐก่อนหน้านี้คือ โคโลราโด คอนเน็ตติคัท ดี.ซี. (ดิสตริค ออฟ โคลัมเบีย) อิลลินอยส์ แมรี่แลนด์ เนวาด้า นิวเม็กซิโก ยูท่าห์ เวอร์มอนท์ และวอชิงตัน แต่ละรัฐมีเงื่อนไขต่างกัน บางรัฐเข้มงวดในการขอมากกว่าบางรัฐ และแต่ละรัฐให้ระยะเวลาใบขับขี่ต่างกัน โปรดกูเกิ้ล Requirement for Dirver license for illegal aliens  ในรัฐที่คุณอยู่

ประโยชน์ของการมีใบขับขี่

ในอเมริกา ใบขับขี่มีประโยชน์มาก นอกจากคุณสามารถขับรถได้อย่างถูกกฎหมาย ใบขับขี่ยังใช้เป็น “ไอดีรัฐ” (Identification Card หรือบัตรประชาชน) อีกด้วย ในเมกาถ้าคุณมีใบขับขี่คุณไม่จำเป็นต้องมีไอดีรัฐ คือไม่ต้องพกสองใบแบบเมืองไทย ผู้ที่ไม่ขับรถหรือไม่มีใบขับขี่ถึงจำเป็นต้องขอไอดีรัฐ  คุณสามารถใช้ใบขับขี่เปิดบัญชีธนาคาร เช่าบ้านหรืออพาร์ทเม๊นท์ แคชเช็ค เช่ารถ ซื้อรถ เดินทางโดยเครื่องบินในประเทศได้ และบางรัฐสามารถซื้อปืนได้ คุณไม่สามารถใช้ใบขับขี่นี้ขอบัตรโซเชียลได้

คุณสมบัติผู้ขอ

อายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องเป็นเรสสิเดนท์รัฐคาลิฟอร์เนีย คือมีถิ่นฐานอยู่รัฐนี้

เอกสารและหลักฐานที่ต้องใช้

  • เอกสารที่พิสูจน์ว่าคุณเป็นใคร หลักฐานหลักคือ พาสปอร์ตไทยออกให้หลังปี 2009 หรือ ใบขับขี่หรือไอดีรัฐคาลิฟอร์เนียที่ออกให้หลัง 10/ 2000 ถึงแม้จะหมดอายุแล้ว ถ้าไม่มีเอกสารหลักอันใดอันหนึ่งนี้ คุณอาจใช้หลักฐานรอง อย่างน้อย 2 ชิ้นหรือมากกว่านั้น รวม หลักฐานจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย หรือ ทรานสคริปจากเมืองไทย มีชื่อและวันเดือนปีเกิดของคุณ หรือมีรูปหน้าคุณ, เอกสารจากอิมมิเกรชั่นเช่น I-20, DS-2019 ของผู้ถือ J-1 วีซ่า, จดหมายระงับการขับไล่, อินคัมแท็กซ์, ใบขับขี่ไทย, ใบเกิด, บัตรประชาชน เป็นต้น เอกสารภาษาไทย ต้องมีใบแปลและรับรองการแปลจากสถานกงสุล
  • หลักฐานแสดงว่าคุณมีถิ่นฐานในรัฐคาลิฟอร์เนีย หลักฐานต่างๆเหล่านี้ต้องมีชื่อคุณและระบุที่อยู่ รวม สัญญาเช่าบ้านหรือมอร์เกจผ่อนบ้าน โฉนดบ้าน บิลค่าน้ำ ไฟ โทรศัพท์ ใบจากหมอ ใบจากนายจ้าง ประกันต่างๆ รถ ชีวิต สุขภาพ บ้าน ทะเบียนรถ บิลจากเครดิตคาร์ดแสดงที่อยู่บัญชีธนาคาร เสตทเม๊นท์จากธนาคาร  ส่วนหลักฐานที่ไม่ต้องระบุที่อยู่ รวม ใบจากศาลรัฐคาลิฟอร์เนียที่มีชื่อคุณ จดหมายจากแช็ลเต้อร์ หรือโบสถ์ หรือนายจ้างมีหัวกระดาษที่อยู่ในรัฐคาลิฟอร์เนียส่งถึงคุณ พ่อแม่ หรือเด็ก ที่สามารถแสดงใบเกิด ทะเบียนสมรส ของผู้ที่ตนอยู่ด้วยว่าผู้ นั้นอยู่ในรัฐ

ขั้นตอนการทำใบขับขี่

เตรียมเอกสารและหลักฐานข้างต้น และดูหนังสือเตรียมไปสอบใบขับขี่ให้พร้อม โปรดคลิกดูข้อสอบได้ที่ driveca.org/tests ขอวันนัดไปที่“ดีพาร์ทเม๊นท์ ออฟ มอเต้อร์ วีฮิเคิลส์” (ดี เอ็ม วี) (Department of Motor Vehicles DMV) คุณสามารถนัดวันโดยโทรไปที่ 1-800-777-0133 หรือไปที่ DMV ใกล้บ้านโดยไม่นัดก่อนได้ วันแรกที่ไปทางเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารคุณ คุณกรอกฟอร์ม DL14 จ่ายค่าธรรมเนียม $33 ผ่าน พิมพ์นิ้วมือ เทสท์สายตา และสอบข้อเขียน (ให้โอกาสสอบ 3 ครั้ง) ถ่ายรูป เมื่อผ่านคุณจะได้ใบขับขี่ชั่วคราว 60 วัน เพื่อให้โอกาสคุณหัดขับรถ หลังจากนั้นคุณนัดวันไปสอบขับรถ เมื่อผ่าน คุณจะได้ใบขับขี่ทางไปรษณ์ย์ ใบขับขี่ ซึ่งเป็นใบขับขี่มีเครื่องหมายบ่งว่าคุณเป็นโรบินฮู้ด

ข้อนี้ทำให้โรบินฮู้ดกลัวกันว่าอาจจะถูกกีดกันเวลาคุณใช้ใบขับขี่โชว์เป็นไอดี เช่นเช่าบ้าน หรือขอบัตรเครดิต หรือถ้าทำผิดกฎจราจร ถูกตำรวจเรียกหยุดและอาจถูกจับส่งอิมมิเกรชั่น ตามกฎห้ามไม่ให้มีการกีดกันและตำรวจห้ามจับส่งตัวส่งอิมมิเกรชั่น

“สวัสดีปีใหม่” 2015  ค่ะ

ถาม/ตอบ ก.ม.อิมมิเกรชั่นใหม่

หลังจากที่ดิฉันลงคอลัมน์ก่อนหน้าเกี่ยวกับกฎอิมมิเกรชั่นใหม่ที่โอบาม่าพึ่งประกาศเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2014 ได้มีอีเมล์ถามเข้ามาหลายฉบับ วันนี้มาถาม/ตอบกันให้กระจ่างขึ้นนะคะ

กฎหมายช่วยโรบินฮู้ดมีลูกซิติเซ่นหรือลูกใบเขียว

ภายใต้กฎใหม่ Deferred Action for Parental Accountability เรียกย่อๆว่า DAPA ช่วยโรบินฮู้ดที่เข้ามาอเมริกาก่อนหรือ ณ. วันที่ 1 มกรา 2010 และคุณต้องมีลูกเป็นซิติเซ่น/เกิดในอเมริกา หรือลูกคุณได้ใบเขียวก่อนหรือ ณ. วันที่ 20 พ.ย. 2014 คุณจะสามารถแอ็พพลายขอใบทำงานหรือ “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ได้อายุ 3 ปี คุณสามารถทำงานได้ ทำใบโซเชียล ทำใบขับขี่หรือไอดีรัฐ(กรณีคุณไม่ขับรถ) คุณสามารถเปิดบัญชีธนาคาร แอ็พพลายบัตรเครดิตและต่างๆ คุณยังไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ นอกจากจะได้รับอนุญาต (คิดว่าอาจจะคล้ายๆขอ “แอ็ดแว๊นซ์ พาโรล” Advance Parole) โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับ “Advance Parole) ในหนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” หน้า 38 คุณสามารถสั่งซื้อโดยตรงได้จากดิฉัน เล่มละ $65 โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308  DACA เงื่อนไขคือ คุณต้องมีประวัติดีและผ่านแบ๊คกราวนด์เช็ค ผู้ที่เคยถูกจับเพราะอยู่เกินหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินเรื่องเนรเทศสามารถแอ็พพลายได้

กฎหมายขยายสิทธิให้เด็กโรบินฮู้ดที่เรียนหนังสือในอเมริกา

นอกจากกฎ DAPA โอบาม่าได้เปลี่ยนแปลงกฎหมาย Deferred Action for Childhood Arrivals เรียกย่อๆว่า DACA หรือ“ดรีมแอ๊กท์” (DREAM Act)  โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับ “ดรีมแอ๊กท์” ในหนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” หน้า 26  DACA ผ่านออกมาเมื่อปี 2012 ช่วยเด็กโรบินฮู้ดเด็กที่พ่อแม่นำเข้ามาเรียนหนังสือในเมกาตั้งแต่เล็ก ตามกฎปี 2012 เด็กต้องเขามาก่อนอายุ 16 ปี ก่อนหรือณ. วันที่ 15 มิถุนายน 2007 เรียน จบไฮสกูลหรือได้ประกาศเทียบเท่า (GED) หรือเคยเป็นทหารและได้ honorable discharge เด็กจะสามารถขอใบทำงานได้ 2 ปี ทำโซเชียล ขอใบขับขี่ เป็นต้น เด็กต้องแอ็พพลายก่อนอายุ 31 ปี โอบาม่าได้ประกาศขยายให้สิทธิเพิ่มมากขึ้นดังนี้

  • ยืดเวลาว่าเด็กต้องเข้ามาก่อนหรือ ณ.วันที่ 1 มกรา 2010 กฎเก่า 15 มิถุนายน 2007
  • ไม่จำกัดอายุตอนแอ็พพลาย กฎหมายเก่าเด็กต้องแอ็พพลายก่อนอายุ 31 ปี
  • ให้ใบทำงาน 3 ปี แทนที่จะเป็น 2 ปี)

ถาม/ตอบ

ถาม: ลูกสาวดิฉันแต่งงานกับซิติเซ่นได้ปีกว่าแล้ว เขาได้ยื่นเรื่องขอใบเขียวไปนานแล้วแต่ยังไม่ได้ เมื่อเขาได้ใบเขียวดิฉันสามารถขอใบทำงาน ภายใต้ DAPA ได้หรือไม่

ตอบ: ไม่ได้ค่ะ เพราะลูกสาวคุณยังไม่ได้ใบเขียว ถึงแม้จะยื่นแล้วก็ตาม เขาต้องได้ใบเขียวก่อนวันที่ 20 พ.ย. 2014 (

ถาม: ลูกดิฉันเกิดในอเมริกาวันที่ 29 พ.ย. 2014 พ่อแม่วีซ่าขาดแล้ว เราจะขอใบทำงานภายใต้ DAPA ได้หรือไม่

ตอบ: ไม่ได้ค่ะ ลูกคุณต้องเกิดก่อนหรือวันที่ 20 พ.ย. 2014 ค่ะ

ถาม: ผมเข้ามาเมกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวตั้งแต่กุมภาปี 2013 ลูกสาวผมถือใบเขียวอยู่ 2 ปีแล้ว ผมจะสามารถขอใบทำงานได้ไหม

ตอบ: ไม่ได้ค่ะ ตามกฎหมายใหม่ DAPA คุณต้องเข้ามาอยู่ในเมกาตั้งแต่วันที่ 1 มกรา 2010 เป็นต้นมา  แนะนำให้คุณรอไปค่ะ ทันทีที่ลูกได้ซิติเซ่น ให้ลูกแอ็พพลายใบเขียวให้คุณทันที

ถาม: ผมมีลูกเกิดในเมกา เป็นซิติเซ่น ตัวผมเป็นโรบินฮู้ดอยู่เมกามากกว่า 10 ปี  เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมถูกจับ ตอนนี้เรื่องก็ติดอยู่ในศาล ตอนนี้ผมมี “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” ทำงานและเสียภาษีอย่างถูกต้อง ผมควรแอ็พพลายขอใบทำงานภายใต้กฎหมายใหม่อีกหรือไม่

ตอบ: แนะนำให้ขอใบทำงานภายใต้ DAPA ใหม่ค่ะ ถึงแม้คุณจะมีใบทำงานอยู่แล้วก็ตาม เพราะในอนาคตอาจจะมีกฎหมายอื่นๆต่อเนื่องจากกฎ DAPA อีก คุณจะได้สงวนสิทธินั้นไว้

ถาม: ตามกฎ DAPA เราจะมีโอกาสได้ใบเขียวในอนาคตไหม

ตอบ: ตามโอบาม่าประกาศว่าไม่ค่ะ แต่ไม่มีใครรู้อนาคต ขึ้นกับอารมณ์ของประชาชนและคองเกรส

ถาม: ผมมีลูกเกิดในเมกา และผมอยู่ในเมกามา  7 ปี ผมแต่งงานใหม่มาได้ปีกว่า แฟนผมเป็นโรบินฮู้ดเข้ามาเมกาได้ปีกว่า เมื่อผมแอ็พพลาย “เวิ๊ร์ค เพอร์มิท” แฟนผมจะได้ด้วยไหม

ตอบ: ไม่ได้ค่ะ กฎหมายนี้ตัวใครตัวมันค่ะ ผู้ยื่นเรื่องต้องมีคุณสมบัติด้วยตนเอง คุณไม่สามารถพ่วงหรือสปอนเซ่อร์คู่สมรสได้ค่ะ

ถาม: จะเป็นไปได้ไหมถ้าเรายื่นเรื่องขอใบทำงานไม่ผ่าน และอิมมิเกรชั่นจะมาจับส่งกลับเมืองไทย

ตอบ: ถ้าคุณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หรือมีคดีอาญาติดตัว เพียงแต่อยู่เกินผิดกฎอิมมิเกรชั่น เรื่องน่าจะผ่านด้วยดี แนะนำให้ปรึกษาทนายค่ะ

ถาม: ได้ข่าวว่าเขาจะออกใบเขียวให้ผู้ถือวีซ่าทำงาน

ตอบ: โอบาม่าได้พูดเรื่องต้องการปฏิรูปกฎเกณฑ์เกี่ยวกับวีซ่าทำงาน แต่ยังไม่มีกฎอะไรผ่านออกมาค่ะ

ถาม: ลูกชายดิฉันได้ใบทำงาน 2 ปีภายใต้ DACA เขาจะเปลี่ยนให้เป็น 3 ปีได้ไหม

ตอบ: ไม่ค่ะ  แต่เมื่อใบทำงาน 2 ปีหมดอายุ และเขาทำเรื่องขอต่อจะได้เป็น 3 ปีค่ะ

ถาม: ภายใต้ DAPA จะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากใบทำงานหมดอายุ 3 ปี

ตอบ: ยังไม่มีใครรู้ได้ค่ะ เพราะ DAPA  นี้ไม่ใช่กฎหมาย เพราะไม่ได้ผ่านการออกเสียงจากคองเกรส เป็นเพียงคำสั่งของประธานาธิบดีโดยใช้อำนาจของผู้บริหารเรียก “เอ็กเซ็กท์คิวทีฟ แอ็กชั่น” (Executive Actions) ฉะนั้นกฎนี้อาจถูกยกเลิก หรือต่อ หรือเปลี่ยนได้ เมื่อโปรแกรมหมด 3 ปี เพราะตอนนั้นโอบาม่าก็หมดตำแหน่งแล้ว ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีคนใหม่ค่ะ

 

 

 

ประกาศกฎหมายอิมมิเกรชั่นบางฉบับ

ระหว่างที่ดิฉันอยู่เมืองไทยพักผ่อนและ“อดข่าว”ทั้งเดือนพฤศจิกา ก็ได้รับอีเมล์ 3-4 ฉบับถามเรื่องกฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่ที่ ป.ธ.น.โอบาม่าพึ่งผ่าน ก็เลยต้องเปิดอ่านหาข้อมูล เรามาแชร์กันวันนี้ ข้อเตือน กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ จนกระทั่งปีหน้าประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งดิฉันจะเขียนประกาศเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้

ช่วยโรบินฮู้ดที่มีลูกถือใบเขียว/ซิติเซ่น

วันที่ 20 พ.ย. 2014 โอบาม่าได้ใช้อำนาจฝ่ายบริหารโดยไม่ผ่านสภา (Executive Actions) ประกาศผ่านกฎหมายอิมมิเกรชั่นบางฉบับ ช่วยโรบินฮู้ดเพื่อให้พวกเขาอยู่ในอเมริกาได้อย่างถูกต้องชั่วคราวโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับส่งกลับ วิธีนี้จะช่วยเศรษฐกิจของอเมริกาด้วย กฎหมายฉบับสำคัญที่สุดคือ Deferred Action for Parental Accountability เรียกย่อๆว่า DAPA เป็นกฎหมายช่วยพ่อแม่โรบินฮู้ดที่มีลูกถือใบเขียวหรือเป็นอเมริกันซิติเซ่น สามารถขอใบทำงานและขอเบเนฟิตบางอย่างได้ คุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. คุณต้องมีลูกที่ถือใบเขียวหรือเป็นอเมริกันซิติเซ่น เช่น ลูกของคุณพึ่งได้ใบเขียวจากกการแต่งงาน เป็นต้น
  2. คุณต้องเข้ามาอยู่ในอเมริกาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2010 และต้องอยู่อย่างผิดกฎหมาย ณ. วันที่ 20 พ.ย. 2014 (วันที่โอบาม่าประกาศกฎหมายฉบับนี้)
  3. คุณยังต้องผ่านแบ๊คกราวนด์เช็ค ถ้าคุณอยู่ระหว่างถูกดำเนินเรื่องเนรเทศคุณยังสามารถแอ็พพลายได้
  4. กฎหมาย DAPA นี้ไม่รวมพ่อแม่ของเด็กที่ได้ดรีมแอ๊กท์ (โปรดอ่านย่อหน้าต่อไป)

ค่าธรรมเนียม $465.00 คาดว่าอิมมิเกรชั่นจะเริ่มรับเรื่องประมาณต้นฤดูสปริงปี 2015

เปลี่ยนกฎใหม่ให้เด็กดรีมแอ๊กท์

คุณคงจำโปรแกรม “ดรีมแอ๊กท์” (DREAM Act) ย่อมาจาก Deferred Action for Childhood Arrivals ที่โอบาม่าผ่านออกมาปี 2012 โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับ “ดรีมแอ๊กท์” ในหนังสือ “กฎหมายอิมมิเกรชั่น” หน้า 26 คุณสามารถสั่งซื้อโดยตรงได้จากดิฉัน เล่มละ $65 โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308 กฎหมายนี้ช่วยเด็ก โรบินฮู้ดที่พ่อแม่นำเข้ามาอเมริกาก่อนหน้า 15 มิถุนายน 2007 เด็กต้องอายุต่ำกว่า 16 ปีตอนเข้ามา และเรียนหนังสือในอเมริกา เด็ก“ดรีมแอ๊กท์”สามารถยื่นเรื่องขออยู่ในเมกาได้อย่างถูกต้อง เด็กจะได้ใบทำงาน 2 ปีและเดินทางเข้าออกประเทศได้ ตามกฎใหม่ที่โอบาม่าพึ่งประกาศนี้ ได้เปลี่ยนเวลาที่เด็กต้องเข้ามาอเมริกาเป็นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2010 แทนที่จะเป็น 15 มิถุนายน 2007 และให้ใบทำงาน 3 ปีแทนที่จะเป็น 2 ปี และกฎหมายเดิมจำกัดอายุห้ามเกิน 31 ปีตอนแอ็พพลาย กฎหมายใหม่ไม่จำกัดอายุผู้แอ็พพลาย

หมายเหตุ คำว่า “ดีเฟอร์ แอ๊กชั่น” (Deferred Action) แปลว่า  ระงับการดำเนินเรื่องตามกฎหมาย

เตรียมเอกสาร

ตอนนี้คุณยังยื่นเรื่องตามกฎหมายทั้งสองฉบับข้างต้นได้ แต่คุณสามารถเริ่มเตรียมเอกสารต่างๆให้พร้อมได้ ดังนี้

  • พาสปอร์ต เอกสารแสดงการเดินทางเข้าประเทศของคุณ
  • ใบเกิด ใบแต่ง ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ
  • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคุณและบุตร
  • เอกสารของบุตรที่ได้ใบเขียว หรือซิติเซ่น รวมใบเกิด ใบแต่ง ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ ใบเขียว ใบซิติเซ่น
  • หลักฐานแสดงว่าคุณอยู่ในอเมริกามาตลอดตั้งแต่ก่อนหน้า 1 มกราคม 2010

 

 

 

ฝึกหายใจ

ระหว่างคุณอ่านคอลัมน์นี้ ดิฉันก็คงนั่งๆ กิน นอน และโยคะแถวชายหาดหัวหินและชะอำ คงไม่ได้อ่านคอลัมน์อีก 1 เดือน ระหว่างนี้ก็ฝึกหายใจกันไปแล้วกันนะคะ

สิ่งหนึ่งที่มีค่ามากที่สุดที่ดิฉันได้มาจากหลักสูตรครูสอนโยคะ คือ วิธีหายใจหรือฝึกลมปราน ดิฉันนำมาใช้ตลอดตั้งแต่นั้น การฝุกลมปราณไม่ยากค่ะ และมันเป็นการดีที่คุณจะทำการู้จักกับมัน ไม่วันนี้ก็วันหน้า คนข้างเคียงก็เริ่มเจ็บป่วยกัน เพื่อนสนิท พี่สาว และเพื่อนบ้านของดิฉัน ทั้งสามคนป่วยขั้นผ่าตัดใหญ่ หลังจากนั้นเขาต้องทำกายภาพบำบัดกัน และสิ่งแรกคือพยาบาลสอนให้ฝึกการหายใจ ทั้งสามคนมาหาดิฉันให้ช่วยสอนวิธีหายใจให้

ความสำคัญของการหายใจ

คนเรามักไม่นึกถึงเรื่องหายใจ เพราะการหายใจเป็นระบบเกิดขึ้นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว การฝึกการหายใจโดยใช้พลังจากภายในร่างกายมีมานานเป็นพันๆปี คนจีนเรียก ชิ (Chi) หรือ คิ (Qi) คนอินเดียเรียก ปราน (Pran) คนส่วนมากมักหายใจสั้น เร็ว คือไม่เต็มปอด ทำให้อ็อกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายไม่เต็มที่และไม่ทั่วถึงหัวจดเท้า เราสามารถใช้การหายใจช่วยให้ อ็อกซิเจนและเลือดไปเลี้ยงถึงสมองจากศรีษะจดปลายเท้าได้ด้วยการฝึก ลองคิดดูว่าเวลาเราเริ่มอายุมากขึ้น ความจำไม่ค่อยดี เท้า มือ เย็นและขี้หนาว การฝึกลมปรานจะช่วยอาการเหล่านี้ 

การหายใจเข้าออกทางจมูก

ตอนดิฉันเรียนวิชาฝึกลมปราณ ดิฉันเรียนประมาณ 22 ชนิด  วันนี้เราจะพูดถึงเพียงชนิดเดียวคือ “เบสิค” เรียก “โยกิค เบร๊ทซ์” (Yogic Breath) หรือการหายใจแบบโยคี วิธีหายใจคือ หายใจเข้าออกทางจมูกช้าๆ แต่ละลมหายใจเข้าและออกให้หยุดหรือ“พอส” สัก 4-7 วิ ง่ายไหมคะ

กลไกการหายใจ

การหายใจแบบโยคีเปรียบเสมือนยาวิเศษ และฟรีไม่ต้องซื้อหา น้ำ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา ยังต้องซื้อหา แต่อากาศฟรี เราสามารถนำอากาศนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นได้โดยการฝึกหายใจ ลมหายใจเราเมื่อเข้าทางจมูก ต้องผ่านอวัยวะมากมาย เริ่มจากจมูก ปาก กล่องเสียง ไปหลอดลม และเมื่อถึงปลายหลอดลมติดกับถุงลมที่ตรงนี้จะมีการแลกเปลี่ยนก๊าซอ๊อกซิเจนและคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ระหว่างถุงลมกับเม็ดเลือดแดง และมีการแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างเซลล์และสารน้ำที่อยู่รอบๆเซลล์  การหายใจเข้าสลับกับหายใจออก เพื่อรักษาความดันของอ๊อกซิเจนและคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในถุงลมและในเลือดให้เหมาะสม ระบบการหายใจ เป็นขบวนการนำออกซิเจนเข้าไปในปอด ซึมเข้าไปทั่วร่างกาย  และนำคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นขับออกจากร่างกายทางปอด การนำอากาศเข้าและออกจากร่างกายส่งผลให้ก๊าซอ๊อกซิเจนทำปฏิกริยากับสารอาหาร ได้พลังงาน น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ คือเซลล์ได้มีการหายใจตลอดเวลา การหายใจแบบโยคีจะใช้พลังภายในเพิ่มมากขึ้น เวลาหายใจเข้าใช้ช้าๆแบบโยคีกระบังลมจะเคลื่อนขึ้นมากกว่าปกติ และกล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครงทำงานมากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เวลาหายใจออกแบบโยคีต้องใช้แรงที่หน้าท้องมาก ผลเกิดกับตัวดิฉัน ไหล่ใหญ่ขึ้น ดูเหมือนอกใหญ่ขึ้นแต่จริงๆแล้ว อกผายใหล่ผึ่ง หน้าตึง หลังตรงเสียมากกว่า ดูรูป

มาฝึกการหายใจกัน

เวลาคุณเริ่มฝึกหายใจแบบโยคีใหม่ ควรนั่งบนที่แข็ง กับพื้น หรือเก้าอี้ นั่งตัวตรง ก้มหน้าให้คางลงมานิดหน่อย คืออย่าเชิดหน้า เริ่มด้วยการหายใจออกก่อนช้าๆจากจมูก รู้สึกว่าอากาศผ่านตรงกระดูกกราม ไปที่คอ อก รู้สึกค่อยแฟบลง ซี่โครง ท้อง ผ่านลำไส้ พอผ่านสะดือลงไปถึงท้องน้อย กดหน้าท้องน้อยลงเล็กน้อยเพื่อให้อากาศออกหมด และพอส (pause) หยุดนิ่งไม่หายใจสัก 4-5 วิ และค่อยหายใจเข้าทางจมูก ปล่อยหน้าท้องให้ออกมาเล็กน้อย ค่อยๆสูดลมหายใจผ่านท้อง ซี่โครง อกผาย คอกระดูกกราม และสูดลหายใจเพิ่ม และพอส สัก 4-5 วิ และปล่อยให่ลมหายใจผ่านออกทางจมูกเองโดยธรรมชาติ  ข้อสำคัญเวลาฝึกหายใจอย่าเกร็ง  อย่าพยายามมากเกินไป พยายามรีแล็กซ์ อาจหลับตา และหน้ายิ้มอย่าเครียด

คุณประโยชน์

เมื่อคุณฝึกเป็นการหายใจแบบโยคีได้ จนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคุณ นั่ง ยืน นอน ทำได้ทั้งนั้นคุณจะค่อยๆเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณ เริ่มจาก อารมณ์เย็นขึ้น ไม่โกรธง่าย ไม่ค่อยเจ็บปวดเมื่อย ความจำดีขึ้น บุคลิกดี ขึ้นท่ายืน นั่ง เดิน ดี ผิวมีน้ำนวลขึ้นเพราะเลือดลมดีขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้นเพราะท้องได้รับอ๊อกซิเจนมากขึ้นทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานระบบย่อยดี กล้ามเนื้อหน้าท้องกระชับขึ้น  ภายในร่างกายที่มองไม่เห็นแต่ที่แน่ๆคือหัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น ทำให้หัวใจเกิดการหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายของเลือดไปที่ปอดดีขึ้น ช่วยให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ  ดิฉันรู้อย่างหนึ่งว่า ภูมิต้านทานดิฉันดีขึ้นมาก ไม่เจ็บป่วย จำไม่ได้ว่าเป็นหวัดครั้งสุดท้ายเมื่อไร