ตอบอีเมล์เรื่อง ปัญหาวีซ่าคู่หมั้น และเมื่อผู้ยื่นขอใบเขียวให้ตาย

เป็นไงคะ วันอาทิตย์ที่แล้วเป็นวันพ่อ Father’s Day ทำอะไรให้คุณพ่อกันบ้างคะ และสัปดาห์นี้โรงเรียนปิดเทอมกัน วันหยุดราชการคราวหน้าคือวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นวัน “อินดีเพ็นเด้นท์ เดย์” (Independent Day) หรือวันประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ คุณสามารถอ่านสนุกๆเกี่ยวความเป็นมาของอเมริกา และวันหยุดต่างๆ ในหนังสือ “อยู่อเมริกา” หน้า 20 และหน้า 27 นอกจากจะอ่านสนุกแล้ว อ่านเพื่อเป็นความรู้ก่อนคุณไปอเมริกา และตอนไปสอบซิติเซ่น คอลัมน์นี้จะรวบรวมอีเมล์คำถามที่น่าสนใจมาเผื่อแผ่ให้แฟนคลับฟัง ขอบคุณแฟนคลับ ที่บอกว่าเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ของดิฉันด้วย มาวีซ่าคู่หมั้น แฟนไม่ยอมแต่งงานด้วยทำอย่างไร ถาม ดิฉันมาอเมริกาด้วยวีซ่าคู่หมั้น ปัจจุบันอยู่เกินแล้ว 4 เดือน คืออยู่ในอเมริการวมทั้งหมด 7 เดือนแล้ว เนื่องจากแฟนบอกยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานเพราะมันเร็วเกินไป แฟนบอกขอรออีก 2-3 เดือน ดิฉันควรทำอย่างไรดี ตอบ ตามกฎอิมมิเกรชั่นวีซ่าคู่หมั้นหรือ K-1 วีซ่า มีอายุ 90 วัน คุณต้องจดทะเบียนสมรสกับคู่หมั้นที่ยื่นเรื่องให้ภายใน 90 […]

ทำใบเขียวให้ลูกพร้อมพ่อ/แม่

เดี๋ยวนี้ดิฉันมีแฟนคลับใหญ่ขึ้น หลายคนโทรมาจะจีบเลยว่าเป็นแฟนดิฉันมานาน เดี๋ยวดิฉันต้องไปเอาเพลงเบิร์ด “แฟนจ๋า” มาเป็นทูนโทรศัพท์ thank you มากๆค่ะ ถ้าดิฉันไม่มีแฟนๆโทรมา ออฟฟิสก็คงเงียบเหมือนกัน เมื่อดิฉันทำใบเขียวแต่งงานว่า มักได้ยินคำถามบ่อยๆจากลูกความที่มีลูกติดอยู่เมืองไทย ว่าควรแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกพร้อมกันไปเลยกับตนหรือควรคอย เพราะเด็กไม่อยากมาบ้าง ติดเพื่อนบ้าง หรือยังเรียนหนังสือ หรือคู่สมรสยังไม่อยากให้ลูกมา หรือปัจจัยใหญ่คือค่าใช้จ่ายสูง ดิฉันมักแนะนำให้ทำใบเขียวพร้อมกันไปเลย แอ็พพลายใบเขียวให้ลูกเลี้ยง ตามกฎอิมมิเกรชั่น ถ้าคุณแต่งงานกับซิติเซ่นและคุณมีลูกติดอายุไม่เกิน 18 ปียังไม่แต่งงาน ณ. วันที่คุณจดทะเบียน ถึงแม้ตอนคุณยื่นเรื่องเด็กจะเกิน 18 ปีก็ตาม แต่ตราบใดที่เด็กยังอายุไม่เกิน 21 ปี คู่สมรสซิติเซ่นสามารถยื่นเรื่องให้เด็กพร้อมตอนยื่นเคสให้คุณในฐานะลูกเลี้ยงหรือ “เสต็ป ชายล์ด” (step child) โดยคู่สมรสไม่ต้องรู้จักกับลูกคุณหรือเคยพบกันมาก่อน (ซึ่งต่างกับเคสลูกบุญธรรม หรือ adopted child ที่พ่อ/แม่บุญธรรมต้องมีความสัมพันธ์อยู่กับเด็กมาก่อน) เคสจะแยกเป็นเคสของใครของมัน ของคุณหนึ่งเคส และลูกแต่ละคน คุณพ่วงลูกเข้าไปกับเคสเดียวกันกับของคุณไม่ได้ คนไหนมีลูกหลายคน ค่าใช้จ่ายก็จะสูง ผลดีของการแอ็พพลายใบเขียวพร้อมกับพ่อ/แม่ ผลดีของการแอ็พพลายใบเขียวให้ลูกตอนยื่นเรื่องเคสคุณคือ       ทุ่นค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่น ตามค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นใหม่ เมื่อคุณแอ็พพลาย […]

ค่าธรรมเนียม อิมมิเกรชั่นใหม่ 30 กรกฏคม 2007

ในที่สุดรัฐบาลประกาศออกมาแล้วค่ะว่า ค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นจะปรับ “ลง” (j.k. just kidding ล้อเล่นน่า) จริงๆแล้วปรับขึ้นค่ะ หลังวันที่ 30 กรกฎาคม 2007 เคสที่ยื่นเข้าอิมมิเกรชั่นลงประทับตราไปรษณีย์วันที่ 31 ก.ค. 2007 ไปต้องจ่ายอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ ค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นคิดเป็นต่อฟอร์มที่ยื่น บางเคสยื่นหลายฟอร์ม บางเคสยื่นฟอร์มเดียว และบางเคสมีพิมพ์นิ้วมือ บางเคสไม่มี ค่าธรรมเนียมขึ้นทั้งหมดทุกฟอร์ม ในที่นี้ดิฉันไม่ได้กล่าวถึงค่าธรรมเนียมของแต่ละฟอร์ม แต่รวมค่าธรรมเนียมเป็นเคส และรวมค่าพิมพ์นิ้วมือถ้ามี คุณสามารถอ่านรายละเอียดค่าธรรมเนียมใหม่จากเว๊บไซท์ของอิมมิเกรชั่น http://www.uscis.gov ค่าธรรมเนียมใหม่ต่อเคส 1. ค่าทำใบเขียวแต่งงานในอเมริกาเรียก “แอ้ดจัสทเม๊นท์ ออฟ สแตตัส” (Adjustment of Status) เป็นแพ็กเก็จรวม “เวิ้ร์ค เพอร์มิท” (work permit)คือใบอนุญาตทำงานระหว่างคอยใบเขียว และใบ “แอ้ดแวนซ์ พาโรล” (advance parole) คือ ใบอนุญาตให้คุณเดินทางออกนอกประเทศในระหว่างคอยใบเขียว ซึ่งสองใบนี้เท่ากับยัดเยียดให้ เพราะปัจจุบันถ้าคุณไม่ต้องการใบทำงาน หรือใบอนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ คุณก็จะจ่ายค่าธรรมเนียมน้อยลง และอีกอย่างใบ “แอ้ดแวนซ์ […]

วิธีเช็คเคสทางอิมมิเกรชั่นเว๊บไซท์

เร็วไหมคะ เผลอแป๊บแป๊บเข้าเดือนมิถุนายนหรือเดือน”จูน” (June) แล้ว เดือน “จูน”เป็นเดือนสุดท้ายของหน้าฤดูใบไม้ผลิย่างเข้าหน้าร้อนหรือ “ซัมเม่อร์”(summer) วันที่ 21 มิถุนายนนี้เป็นวันแรกอของฤดูร้อน อากาศเดือนจูนจะขมุกขมัว ฝรั่งเรียกอากาศเดือนจูนว่า “จูนกลูม” (June gloom) (อ่านเกี่ยวกับ“ฤดู”ในหนังสือ “อยู่อเมริกา”บทภูมิภาคและอากาศ หน้า 25) สำหรับผู้ที่ติดตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น ยังมีการถก(เถียง)กันในสภา อีกนานค่ะ คอลัมน์นี้ขอตอบอีเมล์และอีแฟกส์เข้ามากันเพียบประมาณ 5-10 ฉบับต่อวัน ถาม ผมเป็นแฟนเสรีชัย ชื่นชมผลงานและข้อเขียนของคุณรุจีรัตน์มาก เพราะให้ความรู้และคำแนะนำแก่พวกเราชาวไทยเพราะกฎหมายอิมมิเกรชั่นถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชีวิตคนต่างด้าวที่ตัดสินใจมาใช้ชีวิตในอเมริกา ขอขอบคุณคุณรุจีรัตน์แทนเพื่อนๆคนไทยที่ใช้ข้อเขียนและคำแนะนำของคุณเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจอันควรอันต้องในหลายกรณี ผมขอถามคำถามดังนี้ ผมเป็นซิติเซ่นได้แอ็พพลายใบเขียวให้พี่สาวปี 1998 เคสแอ็พพรูฟ ได้ “พรายออริตี้ เดท” (Priority Date) Dec 1998 อยากทราบว่าเมื่อไรพี่สาวจะได้ใบเขียว หรือช่วยบอกวิธีเช็คเคสทางอิมมิเกรชั่นเว๊บไซท์ด้วย ระหว่างคอยใบเขียว พี่สาวได้เดินทางมาอเมริกาและอยู่เกินวีซ่าเป็นปี ตอนนี้กลับเมืองไทยแล้วและเธออยากกลับมาอีก เธอจะไปขอวีซ่าสถานทูต ผมคิดว่าคงไม่ผ่านเพราะเคยอยู่เกิน พยายามอธิบายแต่พี่สาวไม่เชื่อ คุณรุจีรัตน์ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยเพื่อผมจะได้นำไปสนับสนุนคำอธิบายให้พี่สาวฟัง ตอบ ขอบคุณเช่นกันค่ะ ถ้าคุณเคยดูหนังเรื่อง Pay it […]

ร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นใหม่ ที่ยังไม่ผ่าน

วันจันทร์ที่ 28 พ.ค. นี้เป็นวันหยุดราชการ วัน “เม็มโมเรียล เดย์” เป็นวันไว้อาลัยทหารผ่านศึก ซึ่งตรงกับวันจันทร์สุดท้ายของเดือน พ.ค. (อ่านเกี่ยวกับวันหยุดราชการและเทสกาลต่างๆได้ในหนังสือ “อยู่อเมริกา”บทการแบ่งเขตเวลาและวันหยุด หน้า 27) วันที่ 17 พ.ค. 2007 ที่ผ่านมา “คองเกรส”ผ่านร่างกฎหมายอิมมิเกรชั่นหรือ “อิมมิเกรชั่น บิล” ซึ่งได้ถกกันมาตั้งแต่ปีที่แล้วและผ่านมาแล้ว “เวอร์ชั่น”หนึ่ง แต่เนื่องจาก “เซเนท” ไม่เห็นด้วย บิลจึงไม่ผ่าน และคองเกรสได้แก้ไขบิลใหม่ ในที่สุดตกลงผ่านเวอร์ชั่นใหม่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. และเวอร์ชั่นนี้จะเข้าถกกันในเซเนทระหว่าง 21 – 25 พ.ค. นี้ และคาดว่าจะโหวดได้วันที่ 24-25 พ.ค. แต่ละฝ่าย คองเกรสและเซเนท สามารถแก้ไข เพิ่ม ลด ได้ฝ่ายละ 6-12 หมวด หลังผ่านแล้วก็ยังต้องเข้าคณะกรรมการ ถกกันต่อ คาดว่าถ้าตกลงกันได้ กว่าจะส่งให้ .“บุช”เซ็น ก็คงประมาณ […]

การหย่า และ ผลต่อใบเขียว และ ตอบอีเมล์

ถ้าคุณอ่านเว๊บไซด์ดิฉัน จะเห็นรูปทะเลที่ปรานบุรีหน้าโฮมเพจที่ดิฉันถ่าย ดูแล้วอยากไปเวเคชั่นไหมคะ ดิฉันเพิ่งเริ่มถ่ายรูปสมัครเล่น คิดว่าจะเริ่มเปลี่ยนรูปโฮมเพจไปตามฤดู วันนี้จะเขียนเรื่องแต่งๆหย่าๆ ดิฉันจะได้รับคำถามทำนองนี้บ่อยๆ คู่ที่พึ่งแต่งงานใหม่ๆระหว่างกำลังทำใบเขียว “พี่ แฟนจะหย่า จะทำอย่างไร หนูไม่ยอมหย่าได้หรือไม่” หรือบางคู่ที่พอวันที่สัมภาษณ์ผ่านได้ใบเขียว จะโทรเข้ามาว่า “พี่ เมื่อไรหนูจะหย่าได้ ถ้าแฟนไม่ยอมหย่าจะทำอย่างไร” เฮ้อ มันชั่งไม่มีความพอดีเสียเลย กฎหมายหย่าร้าง กฎหมายหย่าร้างในอเมริกาต่างกับเมืองไทยคือ ในเมืองไทยถ้าสามีภรรยาเต็มใจหย่าทั้งคู่ก็เดินขึ้นอำเภอหรือสำนักงานเขต เซ็นใบหย่า เสร็จเรื่อง แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมถึงต้องขึ้นศาล ส่วนในอเมริกากฎหมายต่างกันโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ ไม่ต้องรอขออนุญาตหรือบอกอีกฝ่าย หรือถึงแม้อีกฝ่ายไม่ยินยอม ระเบียบการหย่าหรือ “ดีวอร์ซโพรซี้ดเจ้อร์” (Divorce procedure) ที่จะกล่าวถึงนี้เป็นระเบียบของรัฐคาลิฟอร์เนีย (ขอให้คุณอ่านหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง บทที่ 2 หย่าร้าง ซึ่งมีข้อมูลละเอียดเรื่องกฎหมายหย่า และกฎหมายต่างๆกันของรัฐแต่ละรัฐ เพราะกฎหมายหย่าแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน) ระเบียบการหย่า คุณต้องยื่นเรื่องในศาล โดยฝ่ายฟ้องหย่ายื่นคำร้องขอหย่า หรือซูอีกฝ่ายขอหย่า เมื่อศาลรับเรื่องแล้ว คุณหรือให้คนอื่นหรือตัวเองเสริฟโนติสหรือหมายศาลให้อีกฝ่าย หลังจากฝ่ายที่ถูกฟ้องหย่าได้รับโนติสหมายศาล เขามีเวลาตอบโต้ภายใน 30 วัน ถ้าเขาไม่ตอบคือไม่ต้องทำอะไรเลย เมื่อครบ 30 วัน “พรอเซส” […]

ขออยู่ต่อ Extension of Stay

สัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันมีเรื่องดีใจ เสียใจ ปนกัน ที่อยากมาแชร์ให้กันฟังดังนี้คือ (1) ดิฉันได้แอ็พพรูฟเคสใบเขียวพ่อครัวที่ถูกออดิทซึ่งทำยากพอสมควร ทั้งทนายและลูกความแฮ้ปปี้ (2)ลูกความที่ยื่นเรื่องซิติเซ่นรอคอยมาเกือบสามปีเพื่อจะเอาลูกเมียมาจากเมืองไทย สองครั้งแรกขอไม่ผ่านเนื่องจากตกภาษา พึ่งสอบซิติเซ่นผ่านสัปดาห์นี้ เคสนี้ดิฉันลุ้นมานานเพราะลูกความเคยส่งรูปลูกจากเมืองไทยตาแป๋วๆมาให้ดู (3)แฟนคอลัมน์ที่ดิฉันเคยพบครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีก่อน โทรมาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วปรับทุกปัญหาส่วนตัวซึ่งเขาหาทางออกไม่ได้ ซึ่งดิฉันรับฟังย่อๆและต้องตัดบทเพื่อรีบไปทำงานต่อ ได้ข่าวว่าเขาพึ่งฆ่าตัวตาย ทำให้ดิฉันเสียใจและเซ็งสุดๆคิดว่าดิฉันจะช่วยอะไรเขาได้หรือไม่ถ้ารับฟังเรื่องราวปรับทุกข์นานหน่อยและไม่ตัดบท วันรุ่งขึ้นดิฉันอ่านอีเมล์จากแฟนเว๊บไซด์ซึ่งเริ่มประโยคว่า “ผมติดตามอ่านคอลัมน์ของคุณรุจีมาตลอดเลยครับ และได้ซื้อหนังสือสิทธิของฉันในอเมริกามาอ่านแล้ว คุณเป็น“นางฟ้า”ของคนไทยที่อยู่อเมริกาจริงๆ” อ่านแล้วทำให้ดิฉันชื่นใจมีแรงฟึ่บขึ้นมาทำงานให้คนที่อยู่ต่อไป วันนั้นทั้งวันดิฉันตั้งอกตั้งใจรับโทรศัพท์ และตอบอีเมล์ให้กำลังใจคนมากขึ้น ยังไม่รู้ว่าจะไปได้กี่น้ำ???? เพราะตัวเองก็ยอดบิสซี่ แต่จะพยายามเตือนตัวเองทุกวันค่ะ ฉะนั้นถ้าดิฉันพูดเร็วๆ (อันนี้ช่วยไม่ได้เพราะเป็นธรรมชาติของดิฉัน) และเคยตัดบทคุณก็ขอโทษด้วยนะคะ วกเข้าเรื่องเลยนะคะ ดิฉันสัญญาแฟนคอลัมน์ที่อีเมล์มาถามว่าจะตอบในคอลัมน์กฎหมาย เรื่องควรทำเรื่องขออยู่ต่อหรือไม่ ถ้าเขากะจะแต่งงานเร็วๆนี้ วีซ่าใหญ่/วีซ่าเล็ก เมื่อสถานทูตอเมริกันออกวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีให้คุณ เป็นวีซ่า “มัลติเพิ้ลเอ็นทรี่” คือคุณสามารถเดินทางเข้าออกอเมริกาได้โดยคุณไม่ต้องขอวีซ่าใหม่แต่ละครั้งที่คุณจะเดินทางไปอเมริกา เมื่อคุณเดินทางเข้าอเมริกา เจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง (ต.ม.) หรือ “อิมมิเกรชั่น ออฟฟิสเซ่อร์.. ที่สนามบินจะแสตมป์วันที่ๆคุณเข้าประเทศ และวันที่ๆคุณต้องออกประเทศบน “บัตรขาเข้า” (เรียก Arrival Card หรือ I-94 Card) […]

รายได้คู่สมรสเมื่อทำใบเขียว Affidavit of Support

เมื่อคู่สมรสอเมริกันยื่นเรื่องขอใบเขียวให้คุณ คู่สมรสอเมริกันหรือ ผู้ยื่นเรื่อง เรียก “เพอทิชันเน่อร์” (Petitioner) ต้องเซ็นรับรองว่าเขามีรายได้ที่สามารถเลี้ยงดูหรือ “ซัพพอร์ท” (support) คุณได้ คุณคือผู้รับผลประโยชน์หรือ “เบเนฟิเชียรี่” (Beneficiary) เพื่อคุณจะไม่ไปเป็นภาระสังคม กินเงินรัฐบาลหรือใช้ประโยชน์หรือ “เบเนฟิต” (benefits) ต่างๆจากระบบประกันสังคมรัฐบาลหรือ “เวลแฟร์” (welfare) คู่สมรสอเมริกันของคุณต้องมี่รายได้อย่างน้อย 125% ของรายได้ขั้นต่ำต่อปีตามที่รัฐบาลกำหนด จำนวนเงินนี้รัฐบาลปรับ(ขึ้น)ทุกปีประมาณเดือนเมษายนตามค่าครองชีพ ณ.ตอนนี้คุณที่สงสัยว่าคู่สมรสมีอันจะกินก็จะได้รู้กันตอนนี้ Affidavit of support คืออะไร เมื่อคู่สมรสอเมริกันทำใบเขียวให้คุณ เขาเป็นผู้ยื่นเรื่อง“เพอร์ทิชันเน่อร์” (petitioner) และเป็น “สปอนเซ่อร์” (sponsor) ให้คุณในตัว ตัวสปอนเซ่อร์ต้องเซ็นค้ำประกันโดยกรอกฟอร์ม “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” (affidavit of support) รับรองว่าเขามีเงินที่จะเลี้ยงดูคุณได้ และถ้าคุณไปกินเงินเวลแฟร์ หรือไปกินเงินสวัสดิการสังคมบางประเภทและไม่ใช้คืนรัฐบาล เขาต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทางรัฐบาลสามารถเรียกเก็บเงินกับสปอนเซ่อร์ได้ หมายเหตุ ผู้ยื่นเรื่องใบเขียวครอบครัวทุกประเภทต้องเซ็นค้ำประกัน “แอฟฟิเดวิท ออฟ ซัพพอร์ท” (โปรดอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ใบเขียวครอบครัว […]

ตอบคำถาม

ต้องขอขอบคุณที่มีอีเมล์มาถามคำถามมากขึ้น และหลายคนลงท้ายว่า “เบบี้บูมเม่อร์” แสดงว่าสิ่งที่ดิฉันเขียนไม่เสียเปล่า เพราะได้ “ฟี้ดแบ็ค” (feed back) กลับมา ดิฉันพึ่งได้คุยกับคุณจิระเดช (jiradett@gmail.com) ผู้ช่วยทำเว๊บไซท์ ทั้ง “มอนิเต้อร์”ความเคลื่อนไหวและ “อัพเดท”เว๊บให้ดิฉันโดยไม่คิดค่าบริการมาตลอด 9 เดือนนี้ (ขอบคุณมากนะคะ) คุณจิระเดชบอกว่ามีผู้เข้าเว๊บดิฉันเกินวันละหนึ่งพันคน ฟังแล้วมีแรงเขียน คำถามของคุณที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ดิฉันจะนำมาตอบทางคอลัมน์ ถาม ดิฉันแต่งงานและอยู่กับสามีอเมริกันในเมืองไทยมาหลายปี แต่ยังไม่เคยไปอเมริกา ดิฉันเคยพยายามยื่นเรื่องขอใบเขียวตอนแต่งงานใหม่ๆแต่ทางสถานทูตขอเอกสารมากจึงทิ้งเรื่อง ตอนนี้เราตั้งใจจะกลับไปอเมริกาสิ้นปี อยากถามว่าควรขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปและค่อยไปเปลี่ยนเป็นใบเขียวทีหลังหรือขอจากเมืองไทยไป สามีเคยมีประวัติคดีในอเมริกา ตอบ เรื่องที่สามีมีประวัติคดีคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ คงอาจต้องดึงเรื่องจากศาลมาดูว่า เป็นคดีอาญาสถานเบาหรือสถานหนักและเรื่องเขาปิดคดีหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ เวลาสามีพาสปอร์ตหมดอายุและเขาไปต่อเขาจะมีปัญหา แต่ถ้าเรื่องเล็กก็ไม่เป็นไร (คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ ความอาญาที่ควรรู้ ในหนังสือ “สิทธิของฉันในอเมริกาเล่มสอง” บท ที่ 7) กรณีนี้ทนายต้องขอข้อมูลละเอียดจากสามีเรื่องคดีเขาหรือดึงประวัติออกมาดู กรณีคุณจะขอวีซ่าท่องเที่ยวก่อนและค่อยมาทำเรื่องใบเขียวในอเมริกาหรือขอใบเขียวจากเมืองไทยมาเลย อันใดอันหนึ่งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าตอนคุณไปขอวีซ่าท่องเที่ยวและคุณบอกทางสถานทูตว่าคุณตั้งใจจะไปทำใบเขียวในอเมริกา ทางสถานทูตอาจไม่ออกวีซ่าท่องเที่ยวให้และแนะนำให้คุณทำจากที่เมืองไทยเลย แต่ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวผ่านและมาทำเรื่องในอเมริกา ระหว่างรอเรื่องคุณต้องคอยเรื่องอยู่ในอเมริกา ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนค่ะ หลังจากคุณได้ใบเขียว คุณจึงกลับเมืองไทย […]

ตอบคำถาม

เป็นไงคะ สัปดาห์ที่แล้วดิฉันไม่ได้เขียนคอลัมน์ มีจดหมายหงุดหงิด 2-3 ฉบับว่าไม่ได้อ่านคอลัมน์คุณรุจีแล้วหงุดหงิดและถูก“ด่า”หนึ่งฉบับว่าดิฉันไม่ตอบจดหมาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับ“พร”จากคนไม่รู้จัก มาเคลียร์กันเลยนะคะ ถ้าเป็นคำถามทางอีเมล์ดิฉันจะตอบทันที เพราะเพียงคลิก “รีพลาย” (reply) และตอบ แต่ถ้าเป็นจดหมายส่งไปรษณีย์ ดิฉันไม่ตอบส่วนตัวโดยนั่งเขียน จับใส่ซอง ติดแสตมป์และไปไปรษณีย์ส่งจดหมาย ถ้าตอบจะผ่านทางคอลัมน์กฎหมายเท่านั้น นอกจากคนที่ดิฉัน “เซ็นส์” (sense) ว่าเดือดร้อนจริงๆถึงตอบส่วนตัว การที่ทนายตอบคำถามให้คนทั่วไปที่ไม่มี “รีเลชั่นชิพ” ระหว่างทนายและลูกความ (attorney-client relationship) เป็นวิทยาทานเท่านั้น และดิฉันไม่ได้ตอบทุกฉบับ เพราะมีงานประจำทนายความต้องทำค่ะ ถ้าดิฉันเป็น Dear Abby หรือพี่กฤษณา ที่งานประจำคือไขปัญหา ดิฉันก็จะตอบให้ทุกฉบับ ดิฉันเขียนคอลัมน์แต่ละสัปดาห์ไม่ได้เงินนะคะ เริ่มเขียนครั้งแรกปี 1994 เพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าโฆษณาและขายหนังสือกฎหมาย ปัจจุบันมันง่ายกว่าที่ดิฉันจะจ่ายค่าโฆษณาเดือนละไม่กี่เหรียญกับเวลาที่ดิฉันนั่งคิดว่าหัวข้อที่จะเขียน และดึงเวลาทำงานและเวลานอนครึ่งค่อนวัน(คืน)มานั่งเขียน และรายได้จากขายหนังสือก็ไม่รวยนะคะ เพราะใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเขียนแต่ละเล่มเสร็จ ถ้าคิดเป็นค่าชั่วโมงคงขาดทุนย่อยยับ นักเขียนส่วนมากรวมดิฉันจะมีวิญญาณการเขียนและทำด้วยใจรักค่ะ เคลียร์กันนะคะ คุณแม่สอนว่า อย่าหงุดหงิดง่าย เดี๋ยวจะแก่เร็วและยังกลายเป็นคนแก่ที่น่าเบื่อ ถาม ดิฉันเป็นอเมริกันซิติเซ่น ปี 1995 คุณแม่ดิฉันแอ็พพลายใบเขียวให้พี่น้องดิฉัน 6 […]