“ซัมเม่อร์ โซลตีซ”

วันที่ 21 มิถุนายนแต่ละปี เป็นวันแรกของฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ รวมประเทศอเมริกา แคนาดา ทุกประเทศในยุโรป และเอเซียตอนเหนือ เช่น มองโกเลีย รัสเซีย เป็นต้น วันแรกของฤดูร้อน (The First day of summer) เรียก“ซัมเม่อร์ โซลตีส” (Summer Soltice) คำว่า “โซลตีส” มาจากภาษาลาตินแปลว่า พระอาทิตย์หยุดนิ่ง “The sun stands still” เพราะเป็นวันที่ดวงอาทิตย์โคจรไปถึงจุดหยุด หรือจุดสุดทางตอนเหนือ เป็นวันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปีของซีกโลกเหนือ ภาษาไทยเรียกวันแรกของฤดูร้อนว่าวัน ครีษมายัน (ครีด-สะ-มา-ยัน) มาจากคำสันสกฤตว่า “ครีษมะ” ตรงกับคำบาลีว่า คิมหานะ หรือ คิมหันต์ แปลว่า ฤดูร้อน

ความสำคัญของวันนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เชื่อกันว่า “สโตนเฮนจ์” (Stonehenge) อนุสาวรีย์โบราณในประเทศอังกฤษถูกออกแบบเป็นเส้นตรงแนวกับดวงอาทิตย์วัน “ซัมเม่อร์ โซลตีส” ฉะนั้นจะเป็นประเพณีมากว่า 5000 ปี วันที่ 21 มิถุนาแต่ละปี ผู้คนจะไปชุมนุมกันที่หน้า สโตนเฮนจ์ เพื่อดูแสงแรกของวันเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นที่ขอบฟ้า วันแรกของฤดูร้อนยังถือเป็นสัญลักษณ์ของการเพาะปลูกพืช การเก็บเกี่ยว และความอุดมสมบูรณ์ ฉะนั้นหลายประเทศทางซีกโลกเหนือ จะมีการเฉลิมฉลองวันนี้ต่างๆกันขึ้นกับธรรมเนียมประเพณีของแต่ละประเทศ

วันโยคะสากลโลก
ความสำคัญของวันที่ 21 มิถุนายนอีกอย่างคือ เป็นวันโยคะสากลโลก เรียก “อินเตอร์ แนชันแนล เดย์ ออฟ โยคะ” (International day of yoga) สหประชาชาติลงมติโดยข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีอินเดียท่าน “นาเร็นดรา โมดี” (ท่านเคร่งโยคะ ทำโยคะทุกวัน) ตั้งวันที่ 21 มิถุนายน เป็นวันโยคะสากลโลก เริ่มปี 2015 (2558) เพราะหัวใจของโยคะ และโยคะสูตร ถือการบูชาพระอาทิตย์ เป็นหลักของท่าโยคะ ในด้านโยคะดวงอาทิตย์ถือเป็นแสงสว่างต่อชีวิต ซึ่งให้เราเลือกระหว่างความสว่างที่ย่อมชนะความมืด

คนรุ่นใหม่ที่อินกับโยคะเฉลิมฉลองวันที่ 21 มิถุนายนนี้ โดยมาชุมนุมกันและโยคะ ท่าชุดไหว้พระอาทิตย์เรียก “ซัน ซาลูเทชั่น” (Sun Salutation) 108 ชุด ทำไม่ต้องร้อยแปด (108) เพราะตัวเลขร้อยแปดถือเป็นตัวเลขมงคล มีกำเนิดมาจากไหนไม่มีใครทราบแน่ สำหรับทางพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูถือเป็นจำนวนเลขขลัง มีความศักดิ์สิทธ์ เช่น ลูกประคำหรือ “มาลา” ที่ใช้ภาวนามี 108 เม็ด มนต์คาถาบางบทต้องเสก 108 ครั้ง คิดแล้วคงมีมูลความจริงเพราะสำนวนการพูด ที่มักจะพูดว่า “เรื่องร้อยแปด” มีควาหมายในแง่ดี ซึ่งต่างกับตัวเลขไม่เป็นมงคล เช่น “ไอ้บ้าห้าร้อย” (55555)

ตัวอย่าง หนึ่งในชุดท่าไหว้พระอาทิตย์ (ซึ่งอาจแตกต่างกว่านี้ได้)
โยคะที่หน้า “สโตนเฮนจ์”

ความสำคัญด้านจิตใจ

สำหรับดิฉันวันที่ 21 มิถุนายน มีความสำคัญด้านจิตใจหรือ “สปิริตชั่วล” เพราะทำให้ดิฉันรำลึกถึงบุญคุณของโยคะ ที่ดิฉันได้ค้นพบมันเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว  และยึดโยคะป็นหลักในการดำรงชิวิตมาถึงปัจจุบัน ดิฉันชอบการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติแต่ละฤดู ช่วยเตือนตัวเองว่าร่างกายเราก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน  เราควรปรับตัวเองไปกับธรรมชาติ อย่าไปขัดธรรมชาติ เนื่องจากเดี๋ยวนี้ดิฉันชอบปลูกต้นไม่ เพราะปลูกอะไรก็ขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนปลูกอะไรก็ตาย ใส่ปุ๋ยก็เอาไม่อยู่5555  ไม่ได้เก่งอะไร เพียงแต่เลือกจุดที่ปลูกต้นไม้ ให้เขาได้รับแสงแดด ถ้าดูไม่งามก็ขุดเปลี่ยนที่ใหม่ดูว่าต้นไหนชอบแดดเช้า หรือแดดเย็น หรือชอบทั้งวัน แทนที่จะใส่ปุ๋ย เหมือนชีวิตคน

ต้นและลูกเสาวรส ดอกไม้และพืชผลหลังบ้านที่งามจากแสงแดด
วันโยคะสากลที่บ้าน จากซ้ายไปขวา เฟย์-ปากีสถาน, ร็อกแซน-โพลิช อเมริกัน, โทนี่-มองโกเลีย เปอร์โตริกัน, ดิฉัน, นิด-ไทย, ลูซี่-อาร์มีเนียน และแมรี่-อาร์มีเนียน (อินเตอร์ สุดๆ)

เอกสารที่จะยื่นขอใบเขียว

ตั้งแต่การยื่นเรื่องขอใบเขียวเปลี่ยนเป็นต้องส่งออนไลน์เริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ดิฉันมีปัญหากับเอกสารที่ลูกความส่งมาให้มากๆ คือ (1) เอกสารที่แปลมาจากกระทรวงการต่างประเทศ  พับขอบบนซ้ายมือประทับตราครุฑ  ตามกฎเวลาเรา “อัพโหลด” (upload) เอกสาร  ตามกฎจะต้องเห็นกรอบกระดาษทั้ง 4 มุม  ไม่งั้นใช้ไม่ได้  (2) อย่าเคลือบเอกสาร นอกจากจะถ่ายสำเนาไม่ชัด คุณอาจมีปัญหาตอนสัมภาษณ์

ข้อแนะนำการเตรียมเอกสาร

แปลเอกสาร

ตามกฎของอิมมิเกรชั่น (U.S. Citizenship and Immigration Service หรือ USCIS) และ “แนชันแนล วีซ่า เซ็นเต้อร์” (National Visa Center หรือ NVC) ไม่ต้องมีประทับตราจากทางราชการ หรือรับรองจาก “โนตารี่  พับบลิค” (Notary Public) ผู้แปลเป็นสามัญชนธรรมดาที่รู้ภาษาอังกฤษและภาษาไทย (ภาษาที่สอง) และสามารถเป็นภาษาอังกฤษได้ และผู้นั้นเซ็นรับรอง อาจเป็นตัวคุณเองก็ได้ วิธีเขียนคำรับรองตามข้างล่างนี้

CERTIFICATE OF ACCURACY

I, Ruji Totari (ชื่อเต็มของผู้แปล), hereby certify that I am fully competent to translate from the Thai to the English language.  I further certify that I am familiar with both English and the Thai language and that above translation of the attached document entitled “Birth Certificate” (ชื่อเอกสาร สมมติ ใบเกิด) is complete and accurate.

Date: ลงวันที่

___________________________ ลายเซ็นผู้แปล

ชื่อเต็มผู้แปล  ที่อยู่ เบอร์โทร และอีเมล์

แนะนำ: เวลาลงวันที่ โปรดเขียนคำเต็มของเดือน อย่าเขียนตัวเลขจะได้ไม่งง (3 December 2019) ของอเมริกาขึ้นด้วย เดือน วันที่ และปี (12/03/2019)  ของไทย วันที่ เดือน และปี

คำสะกดใบแปล

โปรดสะกดชื่อ นามสกุล ตามพาสปอร์ตสำหรับผู้รับใบเขียว ส่วนชื่อ พ่อ แม่ ที่อยู่ในใบเกิด ใบเปลี่ยนชื่อ ใบรับรองการเกิด ใบแต่ง ใบหย่า ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน เป็นต้น  โปรดใช้คำสะกดตามบัตรประชาชน และสำกดให้เหมือนกันทุกเอกสาร และโปรดถ้าเป็นไปได้ พยายามสะกดนามสกุลตอนเกิด ให้เหมือนกัน พ่อ แม่ ลูก โดยเฉพาะกรณี ลูกทำใบเขียวให้ พ่อ แม่ หรือ พ่อ แม่ ทำใบเขียวให้ลูก

ห้ามเคลือบเอกสาร

โปรด โปรด โปรด อย่าเคลือบเอกสาร ตัวดิฉันจะใส่เอกสารใน ซองพลาสติกที่ป้องกันฝุ่น

แสกนเอกสาร

เวลาแสกนเอกสาร อย่าแสกนเต็มหน้ากระดาษ คุณต้องแสกนให้เห็นกรอบกระดาษ และเป็นรูปตั้งหรือ “พอร์ทเทรท” (portrait) ไม่รูปนอนหรือ “แลนด์เสกป” (landscape)

อวยพรปีใหม่ไทยวันสงกรานต์ในที่นี้นะคะ เร็วเนอะ 4 เดือนผ่านไปแล้วของปี 2019  เฮ้อ! แต่ยังไม่เร็วพอ ประธานาธิดีทรัมพ์ยังอยู่ในตำแหน่งอีก 2 ปี

 

 

 

หน้าที่ “บิดา” จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร

วันนี้คุยเรื่อง “หน้าที่บิดา จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร” เคสขอใบเขียวจากการแต่งงานหลายเคสที่ดิฉันพบ ประสบปัญหานี้ ตัวอย่าง ภรรยาซิติเซ่นขอใบเขียวให้คุณ และระหว่างรอเรื่องภรรยาท้องกับชายอื่น คุณทราบแต่เพราะอยากได้ใบเขียว เลยปล่อยเลยตามเลย หลังได้ใบเขียวหย่ากัน และฝ่ายหญิงไปเคลมเวลแฟร์ (รับเงินจากรัฐบาล ค่าเลี้ยงดูเด็ก) รัฐบาลตามเก็บเงินจากคุณ คุณต้องรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูเด็กจนเด็กอายุ 18 อีกกรณีตรงข้ามคือ ฝ่ายชายเป็นซิติเซ่นทำใบเขียวให้ภรรยา ภรรยาท้องกับชายอื่นซึ่งเป็นโรบินฮู้ด ขอร้องสามีอย่าหย่ารอเรื่องให้เสร็จได้ใบเขียวก่อน สามีเห็นใจยอมใส่ชื่อตัวเองเป็นพ่อเด็ก หลังจากได้ใบเขียว ทั้งสองเลิกกันผู้หญิงไปแต่งงานกับพ่อเด็ก ในอนาคตถ้าผู้หญิงไปเคลมเวลแฟร์ คุณสามีคนแรกต้องเป็นคนรับผิดชอบจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก มาดูกฎหมายกัน

ใครคือ “บิดา”
“บิดา” ตามความหมายกฎหมายไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแท้ๆ (Biological Father หรือ Natural Father) ถึงแม้คุณจะไม่ใช่พ่อแท้ของเด็ก คุณอาจต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก จนกระทั่งบุตรอายุบรรลุนิติภาวะ (18 ปี ตามกฎหมายคาลิฟอร์เนีย) หรือ 19 ปี ถ้าเด็กยังเรียนอยู่ไฮสกูล หรือเลิกจ่ายถ้าเด็กแต่งงานก่อนอายุ 18 ปี ในกรณีเหล่านี้
บุตรนอกสมรส (Illegitimate child)
ถ้าคุณมีบุตรนอกสมรส และผู้หญิงไม่ได้สมรสในขณะนั้น คุณต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก แต่ถ้าฝ่ายหญิงอยู่ในระหว่างสมรสกับชายอื่นและท้องกับคุณ ตามกฎหมายให้สันนิษฐานว่าบุตรเป็นบุตรของชายที่แม่เด็กสมรสด้วย สามีของผู้หญิงต้องเป็นคนรับผิดชอบจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก คุณไม่ต้องจ่าย นอกจากฝ่ายชายจะยื่นเรื่องปฏิเสธว่าเด็กไม่ใช่ลูกเขาภายใน 2 ปีหลังเด็กเกิด
สันนิษฐานว่าเป็นบิดา (Presumed Father)
ตามกฎหมายถ้าภรรยามีบุตรระหว่างสมรส (ถึงแม้ไม่ใช่บุตรของสามี) หรือบุตรเกิดภายใน 300 วันหลังแยกกันอยู่ถาวรหรือหย่า (จำนวนวันอาจแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับกฎหมายรัฐ) ให้สันนิษฐานว่าสามีเป็นบิดา เมื่อหย่าบิดาต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก นอกจากสามีจะยื่นเรื่องฟ้องศาลปฏิเสธความเป็นบุตร
ปฏิเสธความเป็นบุตร Paternity Suit
ถ้าคุณไม่ใช่บิดาของเด็ก คุณสามารถยื่นฟ้องศาลปฏิเสธความเป็นบุตร เรียก Paternity Suit คุณต้องยื่นฟ้องภายใน 2 ปีหลังเด็กเกิดหรือหลังจากที่ได้รับแจ้งว่าเด็กเป็นบุตร ถ้าผ่าน 2 ปีไปแล้วคุณหมดสิทธิอ้างว่าเด็กไม่ใช่บุตรของคุณ (ถึงแม้พิสูจน์ออกมาทีหลังว่าเด็กไม่ใช่บุตรของคุณ) เมื่อหย่าคุณต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก
เด็กเกิดจากบิดาผู้เยาว์
ข้อนี้เห็นตัวอย่างบ่อยเช่นกันที่ ลูกชายของลูกความอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ (Minor) ไปทำผู้หญิงท้อง และไม่ได้สมรสกับแม่เด็ก เมื่อลูกชายอายุครบบรรลุนิติภาวะ (Majority Age) และมีงานทำ เขามีหน้าที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร กรณีที่ฝ่ายหญิงไม่ได้กรอกชื่อบิดาลงในใบเกิด ถ้าพิสูจน์ได้ตามกฎหมายรัฐว่าใครเป็นพ่อเด็ก พ่อเด็กต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู
บุตรเลี้ยง (Step Child)
บุตรเลี้ยง คือเด็กที่เป็นลูกติดจากภรรยา ตามกฎหมายลูกเลี้ยงและพ่อเลี้ยงไม่มีความสัมพันธ์กัน เมื่อหย่าคุณไม่มีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก
บุตรบุญธรรม (Adopted Child)
ถ้าคุณรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อหย่าคุณมีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก พ่อแท้ๆของเด็กไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู
เด็กฟอสเต้อร์(Foster Child)
เด็กฟอสเต้อร์ คือเด็กที่คุณรับจากรัฐมาเลี้ยงชั่วคราว เนื่องจากพ่อแม่จริงๆของเด็กไม่สามารถเลี้ยงเด็กได้ หรือเด็กถูกพรากมาจากพ่อแม่ เมื่อหย่าคุณไม่มีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก
เด็กที่เกิดจากการทำกิ๊ฟ
คนไทยเรียกเด็กที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ (Artificially Inseminate) ว่าเป็นการทำ “กิ๊ฟ” (ดิฉันคิดว่ามาจากคำว่า “Gift”) ถ้าคุณยินยอมให้ภรรยาใช้น้ำอสุจิของคุณแต่ยืมท้องผู้หญิงคนอื่นเกิด (มารดาเซอโรเกท/ Surrogate mother) เมื่อหย่าเด็กถือว่าเป็นบุตรของคุณ คุณมีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก
ถ้าคุณเป็นผู้ให้หรือขายน้ำอสุจิให้คนอื่น (Sperm Donor) ถึงแม้ว่าคุณคือบิดาแท้ๆของเด็กเพราะเกิดจากน้ำอสุจิของคุณ เด็กไม่ถือว่าเป็นบุตรของคุณ คุณไม่มีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก ตามกฎหมายรัฐคาลิฟอร์เนีย ถือว่าเด็กที่เกิดจากไข่และน้ำอสุจิของคนอื่นในท้องมารดาเซอโรเกท ให้ถือว่าสามีของ มารดาเซอโรเกท เป็น “บิดา” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย (Legal Father) มีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก ถึงแม้ว่าสามีจะหย่าก่อนเด็กเกิดก็ตาม

Deadbeat Dad
“เด๊ดบีท แด๊ด” (Deadbeat Dad) คำแสลงเรียกบิดาที่หนีไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร การหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรถือเป็นความอาญา ภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลาง The Family Support Act (1990) บังคับให้ทุกรัฐใส่เบอร์โซเชียรของพ่อและแม่ในใบเกิดเด็ก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 1997 เพื่อจะได้ตามตัวบิดาที่หนีไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร เมื่อบิดาทำงานและเสียภาษี รัฐสามารถหักเงินออกจากเงินเดือนของเขาได้ นอกจากนั้น ถ้าบิดาเป็นหนี้ค่าเลี้ยงดูเด็กเกิน $2,500 รัฐบาลไม่ออกพาสปร์ตหรือต่อพาสปอร์ตได้
ปัจจุบันหลายรัฐที่ออกกฎหมายไม่ออกหรือไม่ต่ออายุใบประกอบอาชีพ (license) ให้ถ้าคุณเป็น Deadbeat Dad เช่น ใบประกอบอาชีพทนาย ใบประกอบอาชีพโนตารี่ ใบประกอบอาชีพช่างทำผม บางรัฐเช่นรัฐคาลิฟอร์เนียไม่ออกและไม่ต่ออายุใบขับขี่ให้
ค่าเลี้ยงดูบุตรหลังบิดาตาย
หน้าที่บิดาที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรจะติดตัวคุณไปจนกระทั่งบุตรอายุบรรลุนิติภาวะการตายไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่จะไม่เลี้ยงดูบุตร ถ้าคุณตายและบุตรของคุณยังไม่บรรลุนิติภาวะ มารดาหรือผู้อุปการะเด็ก สามารถฟ้องเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูบุตรจากกองมรดกของคุณได้
สรุป อย่าลืมคุมนะคะ 

25 ปีที่ดิฉันเป็นทนาย

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ซอรี่ค่ะส่งความสุข “เลด”(late)มาก ดิฉันอยู่เมืองไทยเดือนธันวา กลับมาก็หลังปีใหม่ เพิ่งจะเก็บงานและติดต่อลูกความเสร็จ เริ่มเรื่องอิมมิเกรชั่นก่อนนะคะ มีลูกความที่มีนัดสัมภาษณ์ที่อิมมิเกรชั่นเดือนนี้ถามมาว่าถ้ารัฐบาล“ชัตดาวน์”คือปิดทำการอีกปลายสัปดาห์นี้ตามที่ “ทรัมพ์” ขู่ จะมีผลกับนัดสัมภาษณ์เขาไหม ตอบ ไม่มีค่ะ เพราะเงินเดือนเจ้าหน้าที่ของอิมมิเกรชั่นไม่ได้มาจากงบของรัฐบาล แต่ได้มาจากค่าธรรมเนียมอิมมิเกรชั่นที่พวกคุณจ่ายค่ะ

เมื่อวานนี้ดิฉันได้“จั๊งค์”(junk) อีเมล์ หรืออีเมล์ขยะ โฆษณาขายสินค้าคือ“แพล็ก” (plaque) เป็นโล่แขวนโชว์บนกำแพงว่า ดิฉันเป็นสมาชิกสภาทนายความมาครบ 25 ปีเพื่อให้ลูกความทึ่ง หรือ“อิมเพรส” (impress) “ว่าว” เท่ากับว่าดิฉันเริ่มทำงานปี ค.ศ. 1994 ตัวเองยังไม่เคยนับเลยเนี่ย

Your 25th Anniversary…Sure To Impress

Rujirat Totari

Congratulations!

Your Member of the Bar Anniversary is a significant milestone. It showcases your years of hardwork…proven experience.
Click here to Get My Plaque Now

25 ปีที่ผ่านมา

จากปี 1994 มาถึงวันนี้ ดิฉันเริ่มเขียนบทความทันทีในปีแรกที่เป็นทนาย เพราะติดต่อ น.ส.พ. ไทยเพื่อลงโฆษณา ตอนนั้นมีสยามมีเดียและเสรีชัย แต่ไม่มีสตังมากนัก เลยตัดสินใจว่าถ้าเขียนคอลัมน์กฎหมายเท่ากับได้โฆษณาตัวเองฟรี จึงเขียนคอลัมน์แรกลงวันที่ 6 กันยาปี 1994 โปรดอ่าน “คอลัมน์แรก” ค่ะ หลังจากนั้นดิฉันก็ขยันเขียนมาตลอดทุกสัปดาห์เกือบ 20 ปีจนถึงต้นปี 2014 ดิฉันไปเรียนเป็นครูสอนโยคะคอร์สสอง 300 ชั่วโมง(คอร์สแรก 200 ชั่วโมงเรียนปี 2010) ใช้เวลา 9 เดือน เรียนจริงๆ 27 วัน แต่แบ่งเป็น 3 session ต้องไปกินนอนที่อาศรม 9 วันทุก 3 เดือนระหว่าง 3 เดือนที่หยุดนั้นการบ้านแต็มเพียบ ตอนนั้นดิฉันเป็นทนายฟูลไทม์ โยคะฟูลไทม์ คือไปยิมทำโยคะ 6 วันและสอนโยคะ 3 วันต่อสัปดาห์ เครียดมาก เลยตัดสินใจพักงาน 1 ปีเรียนให้จบแล้วค่อยว่ากันใหม่ ดิฉันหยุดเขียนคอลัมน์ประจำมาตั้งแต่นั้นและเลิกรับโทรศัพท์ หนึ่งปีให้หลังเรียนจบแฮ็ปปี้ แต่คิดถึงลูกความเลยค่อยๆกลับไปรับงาน ปัจจุบันจัดเวลาให้ตัวเองได้แล้ว ทำกฎหมายรับ 2-3 เคสต่อเดือน ไปโยคะที่ยิมและวัดอินเดีย 6 วันและสอนโยคะที่บ้าน 3 วันต่อสัปดาห์ (สอนฟรีค่ะ) ไปเรียนภาษาสแปนิชภาคค่ำ 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ( เรียนมาได้ 2 ปีแล้วค่ะ) และยังมีเวลา ให้ครอบครัว เพื่อนๆและตัวเองอีกด้วย  ครูโยคะอินเดีย เคยพูดเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการประสบความสำเร็จ “ซักเซส” (success) และการบรรลุเป้าหมายด้วยความอิ่มเอิบใจ “ฟูลฟิลเม๊นท์” (fulfilment) ดิฉันคิดว่าใน 25 ปีที่ผ่านมานี้ ชีวิตดิฉัน “fulfil” มากๆ ดิฉันไม่จำเป็นต้องมี“แพล็ก”ไว้ “อิมเพรส” (impress) ใครหรอกเนอะ

ส่งความสุขปีใหม่นี้ให้แฟนๆคอลัมน์ ขอให้คิดและทำในสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข

คอลัมน์แรกค่ะ

9/6/94

คนไทยกลัวถูกซู

ดิฉันได้เริ่มเขียนบทความไปได้หลายหน้า ยิ่งเขียนยิ่งบานปลาย ในที่สุดดิฉันถามลูกค้า“คุณประกอบ”ว่าคนไทยจะสนใจเรื่องกฎหมายไหม คุณประกอบตอบว่า “สนซี่ เพราะคนไทยกลัวถูกซู” ดิฉันเลยนึกจะเขียนข้อความขึ้นหัวเรื่อง “จะหลีกเลี่ยงการถูกซูได้อย่างไร” แต่เปลี่ยนใจ เพราะขอตอบเลยว่า มีวิธีเดียวที่คุณจะเลี่ยงได้คือถ้าคุณมีแต่ตัว จะไม่มีใครอยากซูคุณ แต่ถ้าคุณมีทรัพย์สมบัติหรือคุณมีประกัน จะเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงการถูกซู

คำแนะนำที่ดิฉันจะให้คือ คุณควรมีความรู้ทั่วไปทางกฎหมาย หรือถ้าสิ่งใดที่คุณไม่แน่ใจว่าถูกหรือผิดกฎหมาย ก็ใช้สามัญสำนึกตัวเองว่าคุณสบายใจไหมถ้าทำสิ่งนั้น และคุณสามารถประกาศให้คนทั้งโลกรู้โดยไม่ปิดบังได้ไหม เพราะกฎหมายก็คือ ระเบียบความประพฤติของปวงชน เพราะถ้าคุณหวาดระแวงกลัวถูกซูไปเสียหมด คุณก็คงประสาทกินตาย เพราะในสังคมนี้ ไม่ว่าคุณจะระวังตัวอย่างไรก็ไม่วายที่จะถูกซูได้ถ้าคุณมีทรัพย์สมบัติ

คดีแม็กโดนัลด์กับกาแฟร้อน

คุณคงได้ยินข่าวเร็วๆนี้ที่หญิงแก่วัย 79 ปีซูแม็กโดนัลด์ เธอซื้อกาแฟจากแม็กโดนัลด์ที่เมืองอัลเบอร์เคอคี รัฐนิวเม็กซิโก เธอหนีบถ้วยกาแฟไว้หว่างขาและพยายามเปิดฝา ขณะที่ลูกชายกำลังขับรถ กาแฟหกไหม้ขา หว่างขา และตะโพก ตามระเบียบการของแม็กโดนัลด์ กาแฟร้อนต้องมีอุณหภูมิ 180 องศาฟาเรนไฮ๊ท์ ซึ่งมากกว่ากาแฟร้อนตามบ้านซึ่งมีอุณหภูมิเพียง 135-140 องศา เพราะกาแฟร้อนมากกว่าปกติ และไม่มีคำเตือนติดไว้ที่ถ้วยกาแฟ เธอชนะคดี ลูกขุนตัดสินให้แม็กโดนัลด์จ่ายค่าเสียหาย 2.9 ล้านเหรียญ เป็นค่าเสียหายและค่าปรับสินไหม (punitive damages) ค่าปรับสินใหมจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ร้ายแรงและความมั่งคั่งของจำเลย (หมายเหตุ ค่าเสียหายที่ตกลงยินยอมกันเพื่อเลี่ยงการอุทธรณ์และคดียืดเยื้อ ประมาณ $78,000)

คดีนี้เป็นคดีที่ไม่น่าเกิดขึ้นหรือโจทก์ก็ไม่น่าจะชนะ เพราะถ้าสถานะการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับตาสี ตาสา ป้าคนนี้แกก็คงไม่ซู หรือจะพูดให้ถูก ก็คือไม่มีทนายยอมซู แต่แม็กโดนัลด์เป็นยักษ์ใหญ่มีเงินหนา (deep pocket) ใครๆก็อยากซู

หรืออาจเป็นเพราะว่า ตัวแม็กโดนัลด์เองถือว่าตัวเป็นยักษ์ใหญ่ อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะซูคนอื่นเช่นกัน เร็วๆนี้แม็กโดนัลด์ได้ไปขู่จะซูเจ้าของร้านขายกาแฟเล็กๆคนหนึ่ง นาง Elizabeth McCaughey (อ่านออกเสียง แม็กคอฟฮี่) ที่เมือง Half moon bay แถว San Francisco เธอตั้งชื่อร้านขายกาแฟตามนามสกุลเธอเองว่า McCoffee (แม็กคอฟฟี่) แม็กโดนัลด์บังคับให้เธอเปลี่ยนชื่อร้านใหม่ เพราะเขาไม่ต้องการให้เธอใช้คำว่า “Mc” (แม็ก) ซึ่งไปใกล้เคียงกับเมนูของเขา เช่น บิ๊ก แม็ก หรือ เอ็กแม็คมัฟฟิน ฯลฯ เธอต้องยอมเปลี่ยนชื่อร้าน

นี่ก็เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นกัน ที่ยักษ์ใหญ่อย่างแม็กโดนัลด์จะไปสนว่าร้านขายกาแฟเล็กๆในเมืองเล็กๆ จะไปเป็นคู่แข่งหรือสร้างปัญหาให้เขา หรือเขาเพียงแต่จะรังแกผู้น้อย

ถ้าคุณเชื่อทางด้านศีลธรรมที่ว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว “ทุกขโตทุกขถานัง” มันก็อาจเป็นไปได้ หรือคุณคิดว่าอย่างไร???

วันรับปริญญากฏหมาย Juris Doctor Degree ปี 1994             ประสบความสำเร็จ (SUCCESS)

บรรลุเป้าหมาย  (FULFILMENT) หน้ามาบุญครอง Sky walk ธันวา 2018                    

วันรำลึกถึงการขอบคุณ (Thanksgiving Day)

ดิฉันตั้งใจที่จะเขียนคอลัมน์นี้ให้เสร็จก่อนวัน “แต๊งส กิฟวิ่ง” (Thanksgiving) หรือวันรำลึกถึงการขอบคุณ ซึ่งตรงกับตรงกับวันพฤหัสที่  22 พฤศจิกายน ที่พึ่งผ่านไป แต่เขียนไม่เสร็จสักทีเพราะมีเรื่องสลดใจเกิดขึ้นหลายเรื่อง เริ่มต้น คือเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ 2 แห่ง เกิดขึ้นวันที่ 8 พ.ย. ในรัฐคาลิฟอร์เนียไฟ “วูลซี่ ไฟร์” (Woolsey) และไฟ “แคมป์ ไฟร์”  (Camp Fire) “วูลซี่ ไฟร์” ครอบไป 3 เขต “เคาน์ตี้” รวม “ลอสแอนเจลิส” “เว็นทูร่า” และ “แซนเฟอร์นานโด” (Los Angeles, Ventura, San Fernando Counties) พื้นที่ประมาณ 96,949 เอเคอร์(390,000 ตารางกิโลเมตร) เรียกชื่อ“วูลซี่ ไฟร์”  เนื่องจากบ่อเกิดไฟจากถนนชื่อ “วูลซี่ แคนเนียน” (Woolsey Canyon Road) เมือง “ซิมี่ แวลเลย์” (Simi Valley) ไฟไหม้ อยู่ 2 สัปดาห์ ณ.วันนี้ไฟดับได้ 96% บ้านมากกว่า 1800 หลังโดนไหม้หมด ดูรูป 1

รูป 1 Woolsey Fire มองจากเขตเมือง “มาลิบู” (Malibu)

ส่วนไฟ  “แคมป์ ไฟร์” (Camp Fire) เกิดวันเดียวกันวัน 8 พ.ย. อยู่ทางตอนเหนือของรัฐคาลิฟอร์เนีย จุดต้นเหตุไฟเกิดบนถนนชื่อ “แคมป์ ครีก” (Camp Creek Road) ไฟ“แคมป์ ไฟร์” ลามเร็วมากเพราะเป็นไฟป่า ได้ะกวาดเมืองเล็กๆชื่อ “พาราได๊ส์” บางครั้งเรียก “พาราไดซ์ ไฟร์” ทั้งเมืองตอนนี้แทบจะเป็นเมืองร้าง แถบนี้เกิดไฟไหม้บ่อยเพราะอยู่ใกล้ป่า และแห้งแร้งมากเนื่องจากขาดฝน ผู้คนตาย 88 คน อีก 196 คนสูญหาย ยังหาไม่พบ ตึกธุรกิจและบ้าน 18,000+ หลังถูกไหม้หมด แถบนี้คนรีไทร์อยู่มากพวกเขาจะอยู่บ้าน “โมบิล โฮม” (Mobile Homes) หรือบ้านเคลื่อนที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีประกันไฟ น่าสงสารมากที่หลายครอบครังกลายเป็นผู้ไร้บ้านไป “โฮม เลส” (Homeless) กินใจดิฉันมาก ฟังชื่อเมืองก็สะท้อนใจแล้ว “พาราได๊ส์” (Paradise = สวรรค์) ทั้งเมืองมีพลเมืองประมาณ 27,000 คน ประเมินว่าต้นไม้กว่า 129 ล้านไหม้หมด ตอนนี้ไฟเพิ่งดับได้หมด

Camp Fire หรือ Paradise Fire ในเมืองพาราไกซ์

วันรำลึกขอบคุณ “Thanksgiving”

ดูรูปที่เศร้าทั้งสองรูป มาดูรูปที่ดิฉันถ่ายที่สัญญาคอลัมน์ที่แล้วว่าจะถ่ายรูใบไม้ร่วงให้ดู เอาว่าดู สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงแล้วกันนะคะ เวลาออกไปเดินเช้า ดิฉันชอบเก็บใบไม้ดอกไม้ร่วงของเหล่านี้มาแต่งบ้าน ปีนี้เป็นปีดิฉันเพิ่งเข้าถึงความหมายลึกซึ้งของวัน “แต๊งส กิฟวิ่ง” ซึ่งเมื่อก่อนจะเห็นเป็นเพียงแค่วันหยุดราชการและวันช็อปปิ้ง อีกอย่างดิฉันจะ

คิดว่าเป็นวันทางศาสนา เพราะเมื่อก่อนจะแปลว่า เป็น “วันขอบคุณพระเจ้า” แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่วันขอบคุณพระเจ้าเท่านั้น แต่เป็นวันที่เรารำลึกนึกถึงบุญคุณและขอบคุณ ทุกคนที่ผ่านมาในชีวิตเรา ไม่ว่าจะในแง่บวก หรือลบ ให้หรือรับ ทุกคนมีผลต่อความเปลี่ยนแปลงหรือการหันเหของชีวิตเรามาจน ณ. วันนี้

สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วง

ประวัติของวัน Thanksgiving

สัญลักษณ์ของวัน Thanksgiving คือไก่งวง ดิฉันพึ่งรู้ที่มาประวัติประเพณีช่วยชีวิตไก่งวงของทำเนียบขาว (เขาใช้คำว่า “อภัยโทษ” หรือ “พาร์ดอน” (pardon) ไม่ทราบทำไมใช้คำนี้ ไก่งวงไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย) วันนี้คุยเรื่องเบาๆกัน

ที่มาของวัน Thanksgiving มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1620 (พ.ศ.2163) พวกนักแสวงบุญเรียก “พิลกริม” (Pilgrims) ด้วยความช่วยเหลือจากพวกทำธุรกิจที่ไปบุกเบิกก่อนหน้าแล้ว พวกเขาล่องเรือชื่อ “เมย์ ฟลาวเว่อร” (Mayflower) ไปประเทศใหม่ “อเมริกา” เมื่อไปถึงท่า “พลีมัทส์ ร็อค” (Plymouth Rock) รัฐแม็สสาจูเซ็สท์ (Massachusetts) เป็นเดือนกันยายน อากาศหนาวมากพวก“พิลกริม” ตายไป 46 คน พวกคนท้องถิ่นอินเดียนแดง 91 คนได้ช่วยชีวิตพวกเขา และได้สอนวิธีปลูกพืชผล เช่นข้าวโพด และเลี้ยงสัตว์ หน้าหนาวปีต่อมา ปี ค.ศ. 1621 (พ.ศ.2164) พืชผลออก พวกพิลกริมและพวกอินเดียนแดง จึงได้มีการกินฉลอง 3 วัน  3 คืน สองปีต่อมา ปี ค.ศ. 1623 (พ.ศ.2166) ผู้ว่าของรัฐ “นิว อิงแลนด์” (New England) ได้ประกาศการสิ้นสุดของความแล้งและอดหยาก ท่านได้เรียกร้องให้ผู้คนอดอาหารทางศาสนาและรำลึกขอบคุณพระเจ้า เรียก Days of Fasting and Thanksgiving ปี ค.ศ. 1789 (พ.ศ.2332)  ประธานาธิบดี “จอร์จ วอชิงตัน” (George Washington) หลังจากได้ปฏิวัติจากการปกครองของอังกฤษสำเร็จ ได้ประกาศวัน Thanksgiving เป็นวันหยุด เรียกร้องให้คนอเมริกัน แสดงออกถึงการขอบคุณ ถึงผลสรุปของการปฏิวัติและที่ประเทศได้ประกาศอิสรภาพ

ประวัติอภัยโทษไก่งวง

วันที่ 3  ตุลาคม ค.ศ. 1863  (พ.ศ. 2406) มาถึงสมัยประธานาธิบดี “เอบราฮัม ลินคอล์น” (Abraham Lincoln) ท่านเป็นคนกำหนดวัน Thanksgiving วันพฤหัสที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน เรียกว่าวันแสดงความขอบคุณและสรรเสริญหรือสวด เรียก A Day of Thanksgiving and Praise  ปีนั้นมีชาวนาส่งไก่งวงไปให้ครอบครัวท่านที่ทำเนียบขาว เพื่อให้เสริฟอาหารเย็นวัน Thanksgiving ลูกชายคนเล็กของท่านชื่อ “แท๊ด” (Tad) อายุ 10 ขวบ ตั้งชื่อไก่งวงว่า แจ๊ค Jack เล่นกับไก่งวงเป็นสัตว์เลี้ยง เจ้า“แจ๊ค”ก็ยอดเชื่องเดินตาม“แท๊ด”รอบทำเนียบ ใกล้วัน Thanksgiving ทันทีที่“แท๊ด” รู้ว่าเจ้า“แจ๊ค”จะถูกฆ่าเป็นอาหารเย็น “แท๊ด”วิ่งไปหาพ่อซึ่งกำลังประชุมอยู่ในสภา ร้องไห้และขอร้องพ่อไม่ให้ฆ่า ท่าน “ลินคอล์น” ก็เลยเขียนคำสั่งอภัยโทษไม่ให้ฆ่าเจ้า“แจ๊ค” “แท๊ด”รีบวิ่งเอาใบคำสั่งไปให้พ่อครัว แฮ็ปปี้ เอ็นดิ้ง! เลยกลายเป็นประเพณีอภัยโทษไก่งวงทุกปีตั้งแต่นั้น

ปีนี้ ปธน ทรัมพ์ ปล่อยไก่งวง 2 ตัว ชื่อ Peas และ Carrots

Peas และ Carrots

Thanksgiving Dinner บ้านดิฉันค่ะ ทั้งหมด 15 คน ไม่ทำไก่งวง ทำข้าวมันไก่ และ สแปร์ริบส์ (Spare Ribs)

คอลัมน์นี้เป็นคอลัมน์สุดท้ายของปีนี้ค่ะ  ขอบคุณทุกๆคนนะคะที่ผ่านมาในชีวิตดิฉัน สวัสดีปีใหม่ 2019 ล่วงหน้าค่ะ

ใครคือ “บิดา”

สวัสดีค่ะ  Happy Fall!! เข้าฤดูใบไม้ร่วงได้เกือบ 3 สัปดาห์เมื่อ 22 กันยาที่ผ่านมา  ใบไม้เป็นสีน้ำตาลแดงร่วงในพาร์ค สวยงามมากเลยค่ะ อากาศก็ดีสุดบ้านดิฉันอยู่ห่างทะเลประมาณ 8 ไมล์ ซึ่งหน้าบ้านดิฉันหันหาทิศใต้ เราได้ลมจากทะเลอากาศจึงดีมาก หลับสบาย เขียนคราวหน้าดิฉันจะไปถ่ายรูปใบไม้ร่วงในพาร์คให้ดูค่ะ

เข้าเรื่องเราดีกว่า  เดือนที่แล้วมีลูกความได้ใบเขียวจากการแต่งงานซึ่งตอนนี้หย่าแล้ว มาหาดิฉันต้องการทำซิติเซ่น ไม่มีปัญหากฎหมาย แต่มีปัญหาว่าเขาไม่ได้จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก และแม่ของเด็กได้เคลม เวลแฟร์ (welfare) คือเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เขาไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูเพราะเด็กไม่ใช่ลูกเขาถึงแม้เด็กเกิดในสมรส ตัวเองรู้ว่าเด็กไม่ใช่ลูกตน แต่ไม่ต้องการมีปัญหาเรื่องใบเขียว ก็เลยให้ใส่ชื่อตัวเองว่าเป็นพ่อเด็ก

ตอบ  ปัญหากรณีนี้คือ เมื่อแม่เด็กขอเงินเวลแฟร์ เธอต้องกรอกข้อมูลชื่อพ่อเด็ก รัฐก็จะตามเรียกเก็บเงินจากพ่อเด็กให้ใช้เงินคืน  ถ้าไม่จ่าย ผลคือ 1. พ่อเด็กจะถูกยึดใบขับขี่ (ผลให้ไปทำงานไม่ได้) 2. ถ้าพ่อเด็กทำงานรัฐบาลจะส่งโนติสไปที่ทำงาน ทางที่ทำงานต้องหักเงินจำนวนหนึ่งออกจากเงินเดือน (นอกจากจะอับอายขายหน้า) 3. กรณีหนี้ค่าเลี้ยงดูเด็กเกิน $2,500 เหรียญ ถ้าเป็นอเมริกันซิติเซ่นจะไม่สามารถขอหรือต่อพาสปอร์ตอเมริกันได้ กรณีคนไทย อาจเป็นไปได้ถ้าคุณคุณเดินทางออกนอกประเทศและตอนขากลับเข้ามาด้วยพาสปอร์ตไทย อาจมีปัญหาได้เช่นกัน

ใครคือ บิดา 

บิดา ตามความหมายกฎหมายไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแท้ๆ (Biological Father หรือ Natural Father) ของเด็ก คุณอาจต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก  จนกระทั่งเด็กอายุบรรลุนิติภาวะ 18 ปี ตามกฎหมายคาลิฟอร์เนีย หรือ 19 ปี ถ้าเด็กยังเรียนอยู่ไฮสกูล หรือเลิกจ่ายถ้าเด็กแต่งงานก่อนอายุ 18 ปี   ในกรณีข้างล่างนี้  

สันนิษฐานว่าเป็นบิดา

ถ้าเด็กเกิดในสมรส ตามกฎหมายให้สันนิษฐานว่าสามีเป็นบิดา (Presumed Father) เมื่อหย่าสามีต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก  ถึงแม้คุณไม่ใช่พ่อเด็กก็ตาม พ่อจริงไม่ต้องจ่าย  นอกจากสามีจะยื่นเรื่องฟ้องศาลปฏิเสธความเป็นบุตรภายใน 2 ปี ถ้าเด็กอายุเกิน 2 ปี ถึงแม้ว่ามารู้ทีหลังว่าเด็กไม่ใช่ลูกของตนก็ยังต้องผิดชอบจ่ายค่าเลี้ยงดู กฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองเด็ก เพราะศาลถือว่า 2 ปีแรกของเด็ก สถานะความผูกพันระหว่างพ่อและเด็กแน่นแฟ้นแล้ว  จะเป็นผลหรือแผลเป็นของเด็กไปตลอดชีวิต 

กรณีเด็กเกิดภายใน 300 วันหลังสามีภรรยาแยกกันอยู่ถาวรหรือหย่า (จำนวนวันอาจแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับกฎหมายรัฐ) ก็ให้สันนิษฐานวาสสามีเป็นพ่อของเด็ก

ปฏิเสธความเป็นบุตร 

กรณีสามีไม่ใช่บิดาของเด็ก คุณสามารถยื่นฟ้องศาลปฏิเสธความเป็นบุตร เรียก Paternity Suit ได้ คุณต้องยื่นฟ้องภายใน 2 ปีหลังเด็กเกิดหรือหลังจากที่ได้รับแจ้งว่าคุณมีบุตร เช่นคุณกับภรรยาไม่ได้อยู่ด้วยกัน  ถ้าผ่าน 2 ปีไปแล้วคุณหมดสิทธิอ้างว่าเด็กไม่ใช่บุตรของคุณ ถึงแม้พิสูจน์ออกมาทีหลังว่าเด็กไม่ใช่บุตรของคุณ เมื่อหย่าคุณต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก

บุตรนอกสมรส

ถ้าฝ่ายหญิงไม่ได้สมรสในขณะนั้น และมีบุตรนอกสมรส (Illegitimate child) เธอใส่ชื่อบิดาเป็นพ่อของเด็ก ตัวบิดาต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก นอกจากคุณจะปฏิเสธและพิสูจน์ โดย DNA ได้ว่าคุณไม่ใช่พ่อของเด็ก หรือถ้าแม่ไม่ได้ใส่ชื่อพ่อเด็ก แต่ไปใส่ชื่อภายหลังหรือไปเติมนามสกุลพ่อเด็กให้ลูกภายหลัง ต้องเช็คกฎหมายในรัฐที่เด็กเกิด แต่ละรัฐมีกฎหมายแตกต่างกัน บางรัฐพ่อต้องยินยอมให้ใส่ชื่อตนเองว่าเป็นพ่อเด็ก หรือ/และมาเซ็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่

บุตรบุญธรรม 

ถ้าคุณรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมาย (Adopted Child) เมื่อหย่าคุณมีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก พ่อแท้ๆของเด็กไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู

บุตรเลี้ยง

บุตรเลี้ยง (Step Child) คือเด็กที่เป็นลูกติดจากภรรยา ตามกฎหมายลูกเลี้ยงและพ่อเลี้ยงไม่มีความสัมพันธ์กัน เมื่อหย่าคุณไม่มีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก 

เด็กเกิดจากบิดาผู้เยาว์

ถ้าฝ่ายชายอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ (Minor) และมีบุตรโดยไม่สมรสกับแม่ของเด็ก  เมื่อฝ่ายชายอายุครบบรรลุนิติภาวะ (Majority Age)  และมีงานทำ เขามีหน้าที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร

เด็กที่เกิดจากการทำกิ๊ฟ

ถ้าผู้ชายให้หรือขายน้ำอสุจิให้คนอื่น (Sperm Donor) ถึงแม้ว่าคุณคือบิดาแท้ๆของเด็ก เด็กไม่ถือว่าเป็นบุตรของคุณ  คุณไม่มีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก 

เด็กฟอสเต้อร์

เด็กฟอสเต้อร์ (Foster Child) คือเด็กที่คุณรับจากรัฐมาเลี้ยงชั่วคราว เนื่องจากพ่อแม่จริงๆของเด็กไม่สามารถเลี้ยงเด็กได้ หรือเด็กถูกพรากมาจากพ่อแม่ เมื่อหย่าคุณไม่มีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูเด็ก 

ค่าเลี้ยงดูบุตรหลังบิดาตาย

หน้าที่บิดาที่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรจะติดตัวคุณไปจนกระทั่งเด็กอายุบรรลุนิติภาวะ การตายไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่จะไม่เลี้ยงดูบุตร ถ้าบิดาตายและเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ มารดาหรือผู้อุปการะเด็ก สามารถฟ้องเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูบุตรจากกองมรดกของบิดาได้  

ทายาทตกหล่น 

ทายาทตกหล่น หรือ โอมิทเต็ด แอร์”(Omitted Heir) กรณีฝ่ายชายไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหน และไม่รู้ว่าผู้หญิงท้องหรือตนมีบุตร ถ้าฝ่ายชายตายขณะเด็กอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ แม่เด็กสามารถฟ้องเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูบุตรจากกองมรดกของบิดาได้ 

กรณเด็กโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เมื่อบิดาตาย ทายาทตกหล่นสามารถฟ้องร้องเอาสมบัติได้ นอกจากบิดาจะระบุลงในพินัยกรรมหรือ ลิฟวิ่งทรัสต์ ตัดทายาทตกหล่นออกจากกองมรดก 

ข้อแนะนำ  กรณีผู้หญิงมีท้องกับแฟน และเลิกกัน และมีแฟนใหม่ตอนเด็กเกิด ต้องการใส่ชื่อแฟนใหม่เป็นพ่อของเด็ก ข้อเตือน ฝ่ายชาย  อย่าทำ อย่าทำนะคะ ไม่ว่าคุณจะทั้งรักทั้งหลงแฟนตอนนั้น หรือมีความเป็นสุภาพบุรุษแค่ไหน ปัญหาเยอะตามมาทีหลัง  เมื่อเร็วนี้ดิฉันได้ยินข่าว ตามตัวอย่างนี้ ที่แฟนใหม่ของผู้หญิงให้ใส่ชื่อตนเป็นพ่อเด็ก เมื่อทั้งสองเลิกกันภายหลัง ทั้งสองเซ็นยกเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรม หลังพ่อแม่บุญธรรมได้เด็กไป พ่อจริงของเด็กรู้ภายหลัง เขาต้องการลูก ตัวพ่อจริงต้องฟ้องร้องขึ้นศาล ให่ยกเลิกบุตรบุญธรรม  พ่อเด็กชนะในที่สุด แต่ลองนึกถึงจิตใจเด็ฏสิคะ ว่ามันบั่นทอนแค่ไหน??

 

การถอนซิติเซ่น

ภายใต้คณะรัฐบาลใหม่ชุดประธานาธิบดีทรัมพ์  ระบบอิมมิเกรชั่นมีการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยตั้งแต่ต้นปี 2017 ตัวอย่างข้อใหญ่ๆคือ ผ่านกฎหมาย Travel ban ห้าม 7 ประเทศมุสลิมเข้าประเทศ (อ่านคอลัมน์เดือน กุมภา 2017) ยกเลิก DAPA ระงับชั่วคราว DACA (อ่านคอลัมน์เดือน มิถุนา 2017 และมกรา 2018) เปลี่ยนกฎการอยู่เกินของผู้ถือวีซ่านักเรียน(F-1) นักเรียนแลกเปลี่ยน(J-1) และ นักเรียนวิชาชีพระยะสั้น (M-1) เนื่องจากวีซ่าเหล่านี้ ถ้านักเรียนเรียนจบเมื่อไร หรือทำผิดกฎเช่นลักลอบทำงาน หรือ ไม่ไปเรียนให้ถือว่าอยู่เกิน ณ.วันนั้น ไม่ต้องรอให้ศาลตัดสินเหมือนเมื่อก่อน กฎใหม่นี้มีผลใช้วันที่ 9 สิงหาคม 2018 นี้

จากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทำให้ระยะการเดินเรื่องขอใบเขียวเข้มงวดและช้าลงมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือ เคส ต่อใบเขียว 10 ปี เมื่อก่อนใช้เวลา 8-12 เดือน ปัจจุบันเกือบ 18 เดือน และเคสขอซิติเซ่น เมื่อก่อน 4 เดือน ปัจจุบัน 1 ปี

ถอนซิติเซ่น  

ข่าวล่าสุดคือ การถอนซิติเซ่น โดยรื้อเคสเก่ามาตรวจสอบ โดยเพ่งเล็งผู้ที่เปลี่ยนชื่อเพื่อทำซิติเซ่น ผู้ที่มีคดีติดตัวและไม่ได้กรอกข้อมูลในใบสมัคร สาเหตุมาจากในปี ค.ศ. 2008 เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นได้พบเคสซิติเซ่น 206 เคสที่ผู้สมัครได้ใช้ชื่อปลอม ชื่ออื่น หรือกรอกข้อมูลประวัติของคนอื่น  และรอดผ่านไปได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น แผนกตรวจจับชาวต่างชาติ เรียกสั้นๆว่า “ไอ๊ซ์” (ICE) สัพเพร่าไม่ได้เพิ่ม “เร็คคอร์ด” พิมพ์ลายนิ้วมือแบบ “ดิจิตัล” (Degital) เข้าไปในไฟล์  ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ค้นพบความบกพร่องนี้จนกระทั่ง 2 ปีให้หลังปี ค.ศ. 2010

ต่อมาเดือนกันยา ค.ศ. 2016 กระทรวงรักษาความปลอดภัยในประเทศ “Department of Homeland Security” หรือ  เรียกย่อว่า  DHS (ดี เอ็ช เอ็ส) ได้ค้นพบเคส 858 เคส ที่ผู้ยื่นเรื่องซิติเซ่นผ่านไปเรียบร้อยแล้ว มีคดีติดตัวมาก่อน  เป็นเพราะไม่สามารถเช็คพิมพ์ลายนิ้วมือแบบ “ดิจิตัล” (Degital) ได้ ตามรีพอร์ทยังกล่าวว่า “เร็คคอร์ด” พิมพ์ลายนิ้วมือได้หายไปเป็นแสนกว่าเคส

หลังจากข่างเดือนกันยายน DHS ตรวจผู้ที่ได้ซิติเซ่นที่ปลอมใช้ชื่ออื่น ปรากฎว่าพบ 95 เคสจากจำนวน 2536 ทาง DHS ได้ส่งเรื่องต่อไปให้ กระทรวงยุติธรรม “Department of Justice”เพื่อให้ดำเนินเรื่องถอนซิติเซ่น ปัจจุบันมีหลายเคสที่อยู่ในระหว่างถอนซิติเซ่น

ตั้งหน่วยงานกองกำลังพิเศษ

รัฐบาลแนะนำให้ตั้งหน่วยงาน กองกำลังพิเศษ “Task Force” (แทสค์ ฟอร์ซ) ออฟฟิสใหม่ขึ้นมาในลอสแอนเจลิส กองกำลังพิเศษนี้มีหน้าที่ตรวจเคสผู้ที่ได้ซิติเซ่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 ซึ่งมีมากกว่า 17 ล้านคน เพื่อเช็ค ตรวจว่าผู้ใดมีเจตนากรอกข้อมูลเท็จในใบสมัคร ไดเร็คเต้อร์อิมมิเกรชั่นคาดว่าจะค้นพบเคสเป็นพันๆเคส และจะส่งเคสที่ค้นพบไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อให้ดำเนินเรื่องถอนซิติเซ่น  เดือนมกราคม 2018 ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมได้ถอนซิติเซ่นบุคคลแรก

ข้อเตือน และแนะนำ

• ผู้ใดที่ถือซิติเซ่นอยู่ตอนนี้ และเคยใช้ชื่อปลอม หรือกรอกข้อมูลเท็จ หรือไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญบางอย่าง แนะนำว่าไม่ควรยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ใคร คือไม่ให้ผลประโยชน์ต่อให้คนอื่น เพราะเคสซิติเซ่นคุณของจะแดงขึ้นมา และอาจถึงถูกถอนซิติเซ่น

• ผู้ที่ถือใบเขียว 3 หรือ 5 ปี และมีคุณสมบัติที่สามารถยื่นเรื่องสมัครซิติเซ่นได้  แนะนำให้ยื่นเรื่องขอซิติเซ่นทันที  การทำซิติเซ่นมีแต่จะยากขึ้น ใช้เวลานานขึ้น และค่าธรรมเนียมก็จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

ดิฉันไม่แนะนำให้ยื่นเรื่องทำซิติเซ่นเอง โปรดให้ทนายเป็นผู้ยื่นเรื่อง เพราะเวลาเป็นเงินเป็นทอง ถ้าเกิดมีการผิดพลาด ไม่ว่าข้อมูลผิด หรือระหว่างรอเรื่องคุณไปเจอปัญหาทางกฎหมาย  เรื่องก็จะหยุดชะงักทันที ปัญหาทางกฎหมายไม่ว่าจะเล็กน้อยอย่างไรหรือคุณอาจไม่ผิด แต่ 99% ถือเป็นคดีความประพฤติผิดศีลธรรม  ซึ่งคุณอาจต้องรอ 5 ปี (เพื่อพิสูจน์ว่าคุณได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดี – ทำนองนั้น) ก่อนที่จะยื่นเรื่องทำซิติเซ่นใหม่ได้

FOLLOWING TO JOIN ตามไปเมกาภายหลัง

วันนี้คุยเรื่องกรณีคุณได้ใบเขียวและครอบครัวได้ใบเขียวติดตามคุณในฐานะ “ดีริเวทีฟ เบนิฟิเชียรี่” แต่พวกเขาหรือบางคนไม่พร้อมที่จะไปพร้อมคุณได้   เขาสามารถตามไปได้ภายหลัง ภายใต้กฎ “ฟอโลอิ้ง ทู จอยน์”  (Following to Join) โดยมีกฎเกณท์ข้างล่างนี้

เคสตัวอย่าง

แม่เป็นซิติเซ่น ยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูกสาวสมมติชื่อ “อร” อายุ 33 ปีไม่แต่งงาน(หรือหย่า) มีลูกเล็ก 2 คน (ในกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 1  ลูกซิติเซ่นอายุเกิน 21 ปีไม่สมรส ใช้เวลาคอยโควต้าประมาณ 7 ปี+  กรุ๊บนี้สามารถพ่วงลูกที่ยังอายุไม่เกิน 21 ปีได้ คือเด็กจะได้ใบเขียวด้วย) เมื่อโควต้ามาถึง ลูกสาวได้ใบเขียว แต่เด็กยังเล็ก แม่ยังไม่พร้อมที่จะเอาลูก 2 คนไปอเมริกาด้วย อรจึงตัดสินใจให้ลูกอยู่กับพ่อเด็กในเมืองไทย  และเธอไปอเมริกาคนเดียวก่อน

3  ปีให้หลัง แม่ของอรเสียชีวิต  ขณะนั้นเด็กอายุ 18 และ 19 ปี อรต้องการทำเรื่องเอาลูกไปอเมริกา มี 2 วิธีคือ เธอยื่นเรื่องขอใบเขียวให้ลูก ในกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ แม่ใบเขียวขอใบเขียวให้ลูกอายุต่ำกว่า 21  ปีไม่สมรส ใช้เวลาคอยโควต้าประมาณ 2 ปี+) หรือภายใต้กฎ “ฟอโลอิ้ง ทู จอยน์”  ในฐานะผู้ติดตาม “ดีริเวทีฟ เบนิฟิเชียรี่” คือพ่วงตามใบเขียวแม่ไปอเมริกาภายหลัง (ใบเขียวที่แม่อรยื่นให้อร ถึงแม้แม่ของอรเสียชีวิตแล้วก็ตาม) ซึ่งวิธีนี้เด็กจะได้ไปเร็วกว่า ค่าใช้จ่ายก็น้อยกว่า และไม่เสี่ยงกับเด็กอายุเกิน 21 เรียก “เอจ เอ๊าท์” (age out) เพรราะถ้าเรื่องเสร็จไม่ทันก่อนเด็กอายุ 21เด็กจะตกไปอยู่กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2B  ลูกใบเขียวอายุเกิน 21 ปีไม่สมรส  ซึ่งใช้เวลาคอยโควต้าประมาณ 7 ปี+

เงื่อนไขกฎ“ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์”  

  1. ความสัมพันธ์ระหว่างเแม่กับเด็กต้องเกิดขึ้นแล้ว ตอนที่แม่ของอรยื่นเรื่องใบเขียวให้อร ตามเคสตัวอย่าง ตอนที่แม่ของอรยื่นเรื่องใบเขียวให้อร เด็กทั้งสองคนเกิดแล้วและแม่ของอรได้ใส่ชื่อเด็กทั้งสองในฟอร์ม I-130

  2. เด็กต้องยังอายุไม่เกิน 21 ปีและไม่สมรส ตอนจะยื่น“ฟอโลอิ้ง ทู จอยน์ ตามเคสตัวอย่าง เด็ก 18 และ 19 ปี

  3. สถานภาพของ “อร” ยังต้องเหมือนเดิม  คือ อรถือใบเขียว และไม่สมรส ถ้าอรไปแต่งงานในระหว่าง 3 ปีนั้นอรไม่สามารถทำเรื่องให้เด็กภายใต้กฏ“ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์” ได้

วิธียื่น

• อรต้องยื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่นในอเมริกา ฟอร์ม I-824 ค่าธรรมเนียม $465 พร้อมเอกสารและหลักฐาน แสดงสถานภาพ และความสัมพันธ์ ระหว่างแม่และเด็ก คุณสามารถอ่านรายละเอียดเอกสารต้องยื่น http://www.uscis.gov

• หลังจากทางอิมมิเกรชั่นแอ็พพรูฟเรื่อง  อิมมิเกรชั่นจะส่งเรื่องไปที่สถานทูตอเมริกาเพื่อดำเนินเรื่องต่อไป ขั้นตอนเดียวกับตอนที่อรยื่นเอกสารเพื่อไปสัมภาษณ์

หมายเหตุ

กฎ“ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์”  ใช้ได้กับกรุ๊บใบเขียวเพร็ฟเฟอเร็นซ์ครอบครัวทุกกรุ๊บ ที่สามารถพ่วงเด็กได้ คือ กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 1   กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 2 A และ B  กรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 3 และกรุ๊บ เพร็ฟเฟอเร็นซ์ 4   และกรุ๊บใบเขียวคนงาน ตัวอย่าง ใบเขียวพ่อครัว กรณีภรรยาและลูกยังไม่พร้อมที่จะไปอเมริกา เขาสามารถตามไปได้ภายหลังภายใต้“ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์” ตราบใดที่เด็กยังอายุต่ำกว่า 21 ปี (คุณสามารถอ่านเพิ่มเติม เรื่องโควต้าใบเขียว และกรุ๊บใบเขียวแจ่ละกรุ๊บ ในหนังสือ “กฎมายอิมมิเกรชั่น” สั่งซื้อหนังสือได้โดยตรงจากดิฉันราคา $65  โดยส่งเช็คไปที่ Ruji Totari P.O. Box 552 Cypress, CA 90630 ที่เมืองไทยสั่งซื้อกับคุณนิ้งหน่อง 081-480-4308)

ข้อแนะนำ

ดิฉันไม่แนะนำให้เด็ก “ฟอโลวอิ้ง ทู จอยน์” ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะมีตัวอย่างหลายเคส ที่พ่อแม่ตั้งทำเรื่องเอาเด็กมาทีหลัง รอให้เด็กเรียนจบ ม.6 ก่อน ซึ่งช่วงวัยรุ่นนั้นเป็นอายุหัวเลี้ยวหัวต่อจริงๆ หลายเคสที่เด็กเจอปัญหาทางกฎหมาย เช่น เด็กใช้หรือขายยาเสพติด เด็กท้อง เด็กขับรถซิ่งชนคนตาย เป็นต้น ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสไม่ได้ไปอเมริกาตลอดชีวิต ฉะนั้นทางที่ดีที่สุด แนะนำว่าให้พากันไปอเมริกาทั้งครอบครัว รับใบเขียวก่อน  และถ้าจำเป็นต้องกลับไปไทย ค่อยเดินทางกลับไปภายหลัง

ข่าวทรัมพ์จะยกเลิกใบเขียวพ่อแม่

คอลัมน์ฉบับนี้มาคุยเรื่องข่าวจาก AP Newsที่แปลเรื่องทรัมพ์พูดในสภาเมื่อวันที่ 23 มกรา  โดยพาดหัวข่าวว่า ทรัมพ์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาตให้ซิติเซ่นทำใบเขียวให้พ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง ลูกความที่กำลังรอเรื่องใบเขียวอยู่ต่างอีเมล์ถามมาพร้อมส่ง คลิป บทความ มาให้

  • มันจะมีผลกับการทำเรื่องใบเขียวมั๊ยคะเนี่ย กังวลจังค่ะ แล้วต่อไปก็พาคุณแม่มาอยู่ไม่ได้แล้วสิคะ
  • ผมมีคำถามเกี่ยวกับข่าวล่าสุดครับ แล้วเคสผมจะมีปัญหาหรือไม่ครับ

หลังจากดิฉันอ่านคลิป (โปรดดูคลิป AP Newsต่อจากบทความนี้)เห็นประโยคแรกพาดหัวข่าวว่า ก็น่าตกใจอยู่ #ทรัมป์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาติให้ทำเรื่องสัพพอร์ตให้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องมาอยู่อเมริกาเพราไอ้คำว่าจะเนี่ย มันคือต้องเกิดขึ้นแน่ แต่ถ้าคุณอ่านต่อ “หลังจากข้อตกลงระหว่างพรรครีพลับบลิกันกับพรรคโดมาแครดเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลกลางเปิดทำการเป็นปกติ และเมื่อวันที่ 25 มกราคม ก็ได้มีการเปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำระหว่างทั้งสองพรรคให้ประชาชนได้รับทราบ

ขอขยายรายละเอียดข่าวจะได้ไม่ต้องตกใจ คืออย่างที่ AP Newsเขียนคือทั้งหมดเป็นเพียง “ข้อตกลง” ที่ทั้งสองพรรค “รีพลับบลิกันและเดโมแครด” จะนำประเด็นเหล่านี้ที่ทรัมพ์พูด เข้าสภา ถกกันและวางรายละเอียด (ตอนนี้ยังไม่มีการตกลงรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น) เมื่อตกลงกันได้ ก็ยังต้องโวทก่อน ที่จะผ่านเป็นกฏหมาย

4 ประเด็นสำคัญที่ทรัมพ์พูดในสภา

ดิฉันจะแยกแต่ละประเด็นและปัญหาของมัน

  1. งบสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก
  2. สรุปเรื่อง “ดาก้า” (DACA)
  3. ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ
  4. ยกเลิกใบเขียวล็อตเตอรี่

กำแพง

ทรัมพ์ต้องการให้สภาผ่านงบประมาณ 25 พันล้านเหรียญ (25 บิลเลี่ยนดอลล่าร์) สร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก จุดมุ่งหมาย ปกป้องความปลอดภัยในประเทศ ไม่ให้ผู้ก่อการร้ายลักลอบเข้ามาทางชายแดน ปัญหาคือ ทั้งสองฝ่ายรีพลับบลิกันและเดโมแครดส่วนใหญ่เห็นด้วยกับจุดมุ่งหมาย แต่ไม่เห็นด้วยกับกำแพง และจำนวนเงิน  ว่าจะเอางบมาจากไหน เพราะตอนนี้งบก็ติดลบ หลาย ส.ส. มีข้อเสนออื่นๆเช่น ปรับปรุงสาธารณูประโภคตามชายแดน เมื่อตกลงไม่ได้ ทรัมพ์เลยดึงประเด็น “ดาก้า” เข้ามาขู่ว่า เขาจะไม่ผ่าน “ดาก้า”ถ้าที่ประชุมไม่อนุมัติเรื่องสร้างกำแพง

ดาก้า

“ดาก้า”(DACA) หรือเรียกอีกชื่อคือ “ดรีมเม่อร์”(DREAMER)  คือโปรแกรม ช่วยเด็กที่พ่อ/แม่พาเข้ามาเมกาตั้งแต่เล็กๆเด็กเรียนหนังสือจนโต พอโตขึ้นเด็กมีปัญหาขับรถไม่ได้ ทำงานไม่ได้เพราะอยู่เถื่อนและไม่มีใบขับขี่หรือใบทำงาน ปี 2012 โอบาม่า ใช้อำนาจผู้บริหารโดยไม่มีการโวท ได้ผ่าน “ดาก้า” ออกมาเดี่ยวๆ(โปรแกรมดาก้า เป็นหนึ่ง ในร้อยๆข้อในกฎหมายชุดปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่น ซึ่งสภาถกกันมาตั้งแต่สมัยบุช แต่ตกลงกันไม่ได้เลยไม่ผ่านสักที)วันที่5กันยา2017ทรัมพ์ใช้อำนาจผู้บริหารประกาศยกเลิก“ดาก้า”กระทันหัน และเอา“ดาก้า” มาเป็นเครื่องต่อรองกับการสร้างกำแพง  เพราะรู้ว่าทั้งสองฝ่ายรีพลับบลิกันและเดโมแครด “เฟเว่อร”(favor) โปรแกรมนี้

ข้อเสนอทรัมพ์ คือ เขาจะผ่านให้ พวกดาก้าอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างถาวร และในอนาคตให้ซิติเซ่นชิบกับเด็ก ดาก้า ที่มีอยู่ตอนนี้ประมาณ 1.8 ล้านคน ปัญหา คือพวกรีพับบลิคกันเองหลายคน ต่อต้านที่จะให้พวกดาก้าได้ซิติเซ่น

ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ

ข้อนี้ที่ลูกความหลายคนกลัวกัน คือทรัมพ์ต้องการ ยกเลิกใบเขียวครอบครัวบางกรุ๊บ กรุ๊บ 3 ซิติเซ่นขอใบเขียวให้ลูกที่อายุเกิน21 ที่สมรสแล้ว กรุ๊บ 4 ซิติเซ่นขอใบเขียวให้พี่หรือน้อง สองกรุ๊บนี้มีโควต้าปีละ 88,400 คน ปัจจุบันแบ็คล๊อกมาก คอยระหว่าง 7-12 ปี ทรัมพ์อ้างว่า ยกเลิกเพื่อจะเอาจำนวนโควต้านี้ไปให้พวก ดาก้า อีกกรุ๊บที่จะเป็นปัญหา คือ กรุ๊บซิติเซ่นขอใบเขียวให้พ่อแม่ กรุ๊บนี้ไม่มีโควต้าจำกัดไม่ต้องคอย ขอได้เร็ว 5-8 เดือน ซิติเซ่นที่อายุเกิน 21 สามารถขอใบเขียวให้พ่อแม่ได้ กรุ๊บ 3-4 ไม่ใช่ของใหม่น่าจะผ่าน เพราะ 2 ข้อนี้จัดอยู่ในกฎหมายชุดปฏิรูปกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่ร่างไว้แล้ว แต่กรุ๊บทำใบเขียวให้พ่อแม่ นี้ทำให้หลายคนกลัว เพราะไม่เคยมีลาดเลาว่าจะถูกยกเลิก

ยกเลิกใบเขียวล็อตเตอรี่

ล็อตเตอรี่ใบเขียวเริ่มปี ค.ศ. 1986 เรียกทางการว่า “ดิเวอร์สิตี้ วีซ่า”(Diversity visa) จุดมุ่งหมายคือต้องการล่อใจบุคคลบางสัญชาติที่ในอเมริกามีน้อย ให้อพยพมาอยู่อเมริกา เนื่องจากประเทศอเมริกา สร้างมาจากผู้อพยพ และได้สมญานามว่า“ดินแดนแห่งผู้อพยพ”โควต้าล็อตเตอรี่ใบเขียวออกให้ปีละ50,000 คน ตอนโปรแกรมเริ่มใหม่ๆ เพื่อต้องการให้คน “ไอริช” อพยพมาอเมริกา แต่ระยะหลังผู้สมัครส่วนใหญ่มาจากประเทศด้อยพัฒนา และประเทศในทวีปอัฟริกา ล็อตเตอรี่ใบเขียวนี้คงไม่มีปัญหาที่จะยกเลิกเพราะไม่มีใครแคร์เท่าไร แต่ที่เป็นเรื่องขึ้นมา เพราะทรัมพ์พล่อยปากออกมาสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาต้องการยกเลิกล็อตเตอรี่ใบเขียว เพราะพวกที่สมัครส่วนมากมาจาก“ประเทศหลุมอึ” (shithole countries)ทั้งนั้น ถ้าเป็นคนมาจากประเทศพัฒนาเช่น นอร์เวย์ก็ว่าไปอย่าง  นักข่าวเลยฮือฮากันใหญ่ว่าทรัมพ์กีดกันคนผิวดำ

สรุป

  1. ผู้ที่ยื่นเรื่องขอใบเขียวไปแล้ว จะไม่มีผลค่ะ
  2. ส่วนเด็ก ดรีมเม่อร์ภายใต้ ดาก้าโปรดอ่านคอลัมน์ก่อนหน้า ว่าอนาคตคุณไม่แน่นอนตอนนี้ ต้องพิจารณาเองว่า ควรจะยื่นเรื่องขอต่อใบทำงานเผื่อไว้ตอนนี้เลยหรือไม่
  3. ซิติเซ่นถ้าคิดจะทำใบเขียวให้ลูกสมรสแล้ว หรือพี่น้องแนะนำให้ทำทันทีค่ะ

จาก  AP News

     #ทรัมป์จะยกเลิกกฎหมายไม่อนุญาติให้ทำเรื่องสัพพอร์ตให้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องมาอยู่อเมริกา

หลังจากข้อตกลงระหว่างพรรครีพลับบลิกันกับพรรคโดมาแครดเมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมาทำให้รัฐบาลกลางเปิดทำการเป็นปกติ และเมื่อวันที่ 25 มกราคม ก็ได้มีการเปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำระหว่างทั้งสองพรรคให้ประชาชนได้รับทราบ

 

ในที่สุดทำเนียบขาวก็ได้เปิดเผยข้อตกลงที่ได้ทำไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ข้อตกลงในสภามีแผนการคือจะเปิดให้มีการรับซิติเซ่นเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านคนสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศแบบผิดกฎหมายเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อจำกัดเกี่ยวกับกฎหมายการอพยพและ เงินจำนวน$25 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับระบบป้องกันความปลอดภัยแนวชายแดน

ข้อตกลงที่ได้ทำมีแผนการให้อนุมัติให้คนที่จะได้รับซิติเซ่นราวๆ 690,000 เป็นการให้สำหรับผู้อพยพที่อายุน้อย

ทรัมป์ได้สั่งให้ปิดโครงการ DACA ในเดือนกันยายนนี้ และขีดเส้นตายให้ทางสภาคอนแกรสจัดทำให้มีควบคุมทางกฎหมายหรือโปรแกรมสำหรับผู้ที่อยู่แบบผิดกฎหมายว่าให้เนรเทศออกจากประเทศ เจ้าหน้าที่ยังได้กล่าวอีกว่าทรัมป์จะลงนามในกฎหมายคุ้มครองเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงของอิมมิเกรชั่นเขาจะเสนอให้มีการดำเนินการทันที 

 

เมื่อต้นเดือนนี้ทรัมป์ได้ร่วมกับกลุ่มนิติบัญญัติสองกลุ่มเพื่อร่างกฏหมายการอพยพ กล่าวว่าเขาจะลงนามแน่นอนไม่ว่ากฎหมายจะผ่านหรือไม่ 

 

Tom Cotton และ R-Ark จากพรรครีพลับบลิคันที่สนับสนุนทรัมป์ ได้ให้ชื่อเรียนแผกการของทรัมป์ว่า “generous and humane, while also being responsible” (ความเอื้อเฟื้อ ความมีมนุษยธรรมในความรับผิดชอบ) และยังกล่าวอีกว่านอกจากคุมครอง DACA แล้วเรายังต้องป้องกันประเทศจากความล้าหลังห้าปีโดยการกักกันชายแดนและยุติการย้ายถิ่นถามแบบchain megration 

 

ที่เคยได้รับการคุ้มครองจากอดีตประธานาธิบดีโอบามา เรียกว่าโปรแกรม Obama-era Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA) กับผู้ที่มีคุณสมบัติจำนวนหลายพันคนที่ไม่เคยสมัครเป็นซิติเซ่นจะได้รับซิติเซ่นเช่นกัน

 

ทรัมป์ประกาศว่าได้เริ่มโปรแกรมนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วให้มีการแก้ไขกฎหมาย และตั้งใจให้เวลาสภาคอนแกรสดำเนินการจนถึงเดือนมีนาคม จากการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่กล่าวว่าแผนการนี้จะไม่อนุญาติให้ผู้บิดามารดาของอิมมิเกรชั่นได้ขอสถานะทางกฎหมาย

 

ในการแลกเปลี่ยนนี้แผนการขอทรัมป์อาจจะเป็นการยกเครื่องใหม่ในระบบกฎหมายอิมมิเกรชั่นดังนี้

อิมมิเกรชั่นสามารถสปอนเซอร์ให้คู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะให้เข้ามาอยู่อเมริกาได้เท่านั้นไม่สามารถสปอนเซอร์พ่อแม่ ลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วและพี่น้องหรือญาติเข้ามาอยู่ได้เช่นเดิม 

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะดำเนินการให้หมดสำหรับคำขอที่ได้ส่งมาก่อน แต่จะไม่รับเรื่องคนใหม่อีกต่อไป ยังไงก็ตามนั้นหมายถึงเป็นการลดการเข้าเมืองของอิมมิเกรชั่นกว่าครึ่งนึง

 

รวมถึงให้ยกเลิกมีวีซ่าล๊อตเตอร์รี่เนื่องจากเหตุการณ์ยิงถล่มที่เกิดขึ้นที่นิวยอร์คเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจะทำให้เปลี่ยนการทำงานเป็นเน้นจัดสรรเพื่อลดจำนวนงานเกี่ยวกับวีซ่าที่ยังค้างอยู่

 

ส่วนเรื่องข้อตกลง ยังไงก็ตามเจ้าหน้าที่กล่าวว่ายังบอกชื่อของเงื่อนไขไม่ได้เนื่องจากต้องมีการประชุมหารือเกี่ยวกับแผนการก่อนที่จะปล่อยเป็นข่าวออกไป

 

เมื่อวันพุธทรัมป์ได้กล่าวว่าเขาได้เปิดซิติเซ่นให้แต่อิมมิเกรชั่นที่อายุน้อย และยังกล่าวว่าเขากำลังจะเปลี่ยนแปลงระบบใหม่และกำลังจะเกิดขึ้นเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต10-12 ปี ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาเคยกล่าวไว้ว่าจะเปิดรับซิติเซ่นสำหรับอิมมิเกรชั่นที่มีความสามารถ

 

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวว่า ภายใต้แผนการใหม่ผู้รับซิติเซ่นมีโอกาสได้รับการถอดถอนซิติเซ่นหากผู้นั้นทำผิดกฎหมายอาญาหรือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ท้ายสุดแล้วซิติเซ่นจำเป็นต้องทำงานและมีการศึกษาในระดับหนึ่ง และต้องตรวจสอบว่าอิมมิเกรชั่นที่ยื่นเรื่องขอเป็นซิติเซ่นเป็นคนที่ดี

 

องการณ์ The nonpartisan Migration Policy กล่าวว่า เชื่อว่าโคต้าที่ให้มาจากทำเนียบขาวจำนวน 1.8 ล้านคน จะมีคนที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนเป็นซิติเซ่นจำนวน 1.3 ล้านคน จำนวนนั้นคือคนที่อยู่ในข่ายโครงการ DACA ในจำนวนทั้งหมดนี้นับรวมจำนวนปีที่ผู้สมัครเข้ามาอยู่ในประเทศ อายุผู้สมัครตอนนี้และตอนที่เพิ่งเข้าประเทศและไม่ว่าผู้สมัครจะมีการศึกษาขั้นไฮสคูหรือเทียบเท่า

แหล่งข่าวจาก APNews

 

 

 

ต่ออายุ DACA

ประกาศ   ผู้ที่ถือ ดาก้าDACA โปรดอ่าน

เมื่อวันที่13 มกรา 2018 ที่ผ่านมา  ศาลรัฐบาลกลางได้สั่งระงับคำสั่งของทรัมพ์ชั่วคราวที่ยกเลิก ดาก้าตั้งแต่วันที่ 5 กันยา 2017 ที่ผ่านมา  ฉะนั้นนับตั้งแต่นี้ไป อิมมิเกรชั่นได้เปิดรับใบสมัครให้ต่ออายุ ดาก้าได้  ฉะนั้นผู้ที่ถือ ดาก้าและผู้ที่ดาก้า ใกล้หมดอายุ (เช็ควันที่บนเวิร์ค เพอร์มิทwork permit) หรือหมดอายุไปแล้ว โปรดยื่นเรื่องเข้าอิมมิเกรชั่นทันที เพราะคำสั่งศาลนี้ชั่วคราว จนกระทั่งคณะรัฐบาลแย้งเรื่องเข้าศาล และถ้ารัฐบาลชนะ โปรแกรม ดาก้าจะถูกระงับอีก  (ดิฉันรับทำนะคะ โปรดอีเมล์ attorneyruji@aol.com)

โปรแกรม ดาก้า” 

ประธานาธิบดีโอบาม่าใช้อำนาจผู้บริหาร(คือไม่ได้ผ่านสภา)ผ่านโปรแกรม “ดาก้า” (DACA  Deferred Action for Childhood Arrivals) ออกมาช่วยเด็กที่อยู่เถื่อนในอเมริกาโดยไม่ใช่ความผิดของเขา เพราะพ่อแม่พาเข้ามาอเมริกาและเด็กเข้าเรียนหนังสือตั้งแต่เล็กจนโด เรียนจบมีปัญหาทำงานถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้ โปรแกรมนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถขอใบทำงาน “เวิร์ค เพอร์มิท” ใบขับขี่ บัตรโซเชียล และแอ็ดแว๊นซ์ พาโรล(advance parole) เดินทางออกนอกประเทศได้  โปรแกรมผ่านมาปี 2012 เป็นโปรแกรมชั่วคราว ต้องต่ออายุทุก 2 ปี

วันที่ 5 กันยา 2017 ประธานาธิบดีทรัมพ์ประกาศยกเลิก “ดาก้า” และให้เวลาคองเกรส 6 เดือนที่จะร่างโปรแกรมขึ้นมาใหม่ โดยทรัมพ์ระบุข้อต่อรองหลายข้อ ว่าถ้าจะให้เขาเซ็นผ่านก็ต้องยอมข้อต่อรองเหล่านั้น “ดาก้า” ตั้งแต่วันที่ 5 กันยา 2017 อิมมิเกรชั่นปิดรับต่ออายุ “ดาก้า” คนที่ “ดาก้า” หมดอายุก็ค้างเติ่งอยู่  มีปัญหาเรื่องงานและเดินทางออกนอกประเทศ

ใครยื่นเรื่องต่อ ดาก้าได้

ผู้ที่ ดาก้าหมดอายุวันที่ 5 กันยา 2017 หรือหลังจากนั้น

ผู้ที่ ดาก้ายังไม่หมดอายุ แต่จะหมดภายใน 1 ปี สามารถยื่นเรื่องขอต่อได้ตอนนี้เลย เพราะโดยปกติอิมมิเกรชั่นจะรับต่ออายุภายใน 1 ปีก่อนหมด

ผู้ที่ ดาก้าหมดอายุก่อนวันที่ 5 กันยา 2017 ต่ออายุไมได้ แต่ยื่นเรื่องขอ ดาก้าใหม่ได้

ผู้ที่เคยมี ดาก้าและหมดอายุไปนาน แต่ไม่ได้ต่ออายุ  สามารถยื่นเรื่องขอ ดาก้าใหม่ได้

ข้อเตือน แนะนำว่าผู้ที่มีแอ็ดแว๊นซ์ พาโรล(advance parole) และยังไม่หมดอายุ ห้ามออกนอกประเทศ และผู้ที่ทำเรื่องต่ออายุใหม่ อิมมิเกรชั่นไม่ออก แอ็ดแว๊นซ์ พาโรลให้อีก